 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11520 [ วันพฤหัสบดี ที่ 24 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| เลิฟแคร์สเตชั่น คลีนิคมิตรเยาวชน รักษาโรคทางเพศ |
โดย ศิวพร อ่องศรี
สถานการณ์โรคเอดส์ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของคนในสังคมไทยอย่างเรื้อรังยาวนาน แม้จะคลี่คลายลงไปได้ระดับหนึ่ง เพราะอัตราการติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ "โรคเอดส์" ยังเป็นภัยคุกคามทางสังคมที่ไม่อาจละเลยไปได้
สิ่งที่น่าวิตกอย่างมากเวลานี้ คือข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่าประชากรที่ติดเชื้อรายใหม่มีอายุน้อยลง และมีเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มของผู้หญิงอายุน้อยกว่า 25 ปี และกว่า 80% เป็นการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
ขณะเดียวกันการบริการทางสุขภาพทางเพศของวัยรุ่นในกรุงเทพฯ ไม่เอื้อความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการ ทั้งค่าใช้จ่าย และระยะทางที่ต้องเดินทาง อีกทั้งทัศนคติของผู้ให้บริการ รวมทั้งเป็นบริการที่แก้ปัญหาเฉพาะจุด ขาดความเป็นเครือข่ายที่จะรองรับปัญหาที่ซับซ้อนของวัยรุ่นได้
ดังนั้น โครงการเลิฟแคร์ "กล้ารัก กล้าเช็ค" จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นบริการที่ส่งเสริม ป้องกัน และดูแลรักษาสุขภาพทางเพศ และอนามัยเจริญพันธุ์ของเยาวชนไทย
โดยโครงการนี้ให้บริการตรวจรักษาสุขภาพทางเพศ ทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ การคุมกำเนิด และการตรวจมะเร็งปากมดลูก เน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-25 ปี ที่มีความเสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาทางด้านสุขภาพทางเพศ และโรคเอดส์ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โครงการเลิฟแคร์ "กล้ารัก กล้าเช็ค" ริเริ่มขึ้นภายใต้โครงการ "ก้าวย่างอย่างเข้าใจ" (ทีนแพธ-Teenpath) ซึ่งเป็นโครงการป้องกันเอดส์และส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาแก่เยาวชนในสถานศึกษา ภายใต้การสนับสนุนจาก "กองทุนโลกเพื่อการป้องกันเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย" (Global Fund) ผ่านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และพัฒนาแนวคิดมาเป็นการจัดบริการอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเครือข่ายบริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ได้รับการสนับสนุนหลักจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขากรุงเทพ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือกับคลีนิคเอกชนภายใต้สังกัดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และศูนย์บริการสาธารณสุข รวมทั้งหมด 14 แห่ง ภายใต้ชื่อ "คลีนิคเลิฟแคร์สเตชั่น" (Love care Station)
"คลีนิคเลิฟแคร์สเตชั่น" ให้บริการฟรีใน 4 ด้าน คือตรวจเลือดเอชไอวี ตรวจรักษาโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และให้บริการคุมกำเนิด
สำหรับช่องทางการเข้ารับบริการ "คลีนิคเลิฟแคร์สเตชั่น" มี 4 ช่องทาง ได้แก่ 1.ผ่านเว็บไซต์ www.lovecarestation.com โดยระบุบริการที่ต้องการ ระบบจะทำการส่งต่อบริการตามลักษณะปัญหา โดยกรณีต้องการขอรับบริการเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์, การคุมกำเนิด และมะเร็งปากมดลูก ผู้ใช้บริการจะต้องตอบคำถาม 5 ข้อ ก่อนได้รับโค้ด เมื่อหมายเลขโค้ดปรากฏที่หน้าจอ ผู้ใช้บริการต้องจดโค้ดไว้ เพื่อยื่นพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน ขอรับบริการที่คลีนิคเข้าร่วมโครงการ
ข้อมูลส่วนตัวของผู้รับบริการจะถูกเก็บไว้เป็นความลับเฉพาะที่คลีนิคให้บริการเท่านั้น เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการให้บริการที่ต่อเนื่อง ซึ่งผู้รับบริการในโครงการเลิฟแคร์ฯที่คลีนิคทั้ง 14 แห่ง จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการตรวจรักษา
2.ผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 08-5340-0043 ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน ทุกวัน โดยระบบจะขอเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อส่งโค้ดให้แก่ผู้รับบริการทางเอสเอ็มเอส จากนั้นนำโค้ดที่ได้รับไปยื่นพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อขอรับบริการได้ที่คลีนิคที่เข้าร่วมโครงการ
3.รับคูปองบริการได้จากหน่วยแนะนำบริการเคลื่อนที่ของเลิฟแคร์
4.เข้ารับบริการโดยตรงที่คลีนิค
จากการทำงานที่ผ่านมา นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาโครงการ เล่าว่า โครงการเลิฟแคร์สามารถเข้าถึงกลุ่มประชากรอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่มีความเสี่ยงต่อเอชไอวี ซึ่งอยู่ในข่ายของวัยที่มีความเสี่ยงจากปัญหาที่มีการเปลี่ยนคู่เพศสัมพันธ์ และการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
โดยผู้ที่พบว่ามีเชื้อเอชไอวีต่างได้รับคำปรึกษาและส่งต่อไปยังหน่วยดูแลตามสิทธิสุขภาพของแต่ละคน
"การจัดบริการสุขภาพทางเพศที่เป็นมิตรกับเยาวชน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน การใช้เว็บไซต์ การเปิดห้องสนทนา (แช็ตรูม) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนคลีนิคออนไลน์ นับเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเยาวชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องอาศัยกำลังคน และการทำงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างความร่วมมือกับสถาบันศึกษาเพื่อระดมอาสาสมัครเยาวชน แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้งานบรรลุผลได้ก็คือ การมีส่วนร่วมของเยาวชน"
เพราะคุณหมอบอกว่า สิ่งหนึ่งที่วัยรุ่นบอก คือไม่อยากให้คลีนิคเป็นเพียงคลีนิคที่ตั้งรับเฉยๆ แต่อยากให้คลีนิคนำบริการออกไปบอกวัยรุ่นด้วยช่องทางที่เขาชอบ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าสิ่งที่ท้าทายคือในอีก 2 ปีข้างหน้า จะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงสุขภาวะทางเพศของตัวเอง ทำอย่างไรให้เด็กเดินเข้ามาใช้บริการซึ่งจะต้องพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นไปอีก
"ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่อยากเข้ารับบริการคลีนิคเพื่อตรวจรักษา ซึ่งทางแพทยสภามีกฎหมายบังคับว่า ในการตรวจจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง สิ่งเหล่านี้เด็กมักจะไม่ให้ผู้ปกครองทราบแน่นอน ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการตรวจและรักษาได้" คุณหมอปรารภเชิงตั้งคำถาม
ไม่เพียงแต่เด็กและเยาวชนที่มีครอบครัวผู้ปกครอง ยังมีเรื่องราวของเด็กที่ไม่มีเลข 13 หลัก คือเด็กเร่ร่อน ซึ่งคุณหมอวัชระเล่าว่า ในช่วงแรกๆ พยายามเอาโครงการไปให้เด็กข้างถนน ที่อยู่ที่ศูนย์สร้างโอกาส ของ กทม. เด็กก็ไม่ทราบว่าตัวเองมีชื่อ นามสกุลอะไร
"เมื่อเด็กไม่มีเลข 13 หลักจะเข้าสู่บริการได้อย่างไร ดังนั้น ความรับผิดชอบที่ทาง สปสช. ดำเนินการคือกำลังสร้างระบบที่ลงทะเบียนได้ว่ามีตัวตนจริงๆ แต่ต้องเป็นความลับ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ต่อไปถ้างบประมาณหมดถามว่าใครจะรับผิดชอบดูแลเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งในปัจจุบันเด็กใน กทม.ที่ไม่มีเลข 13 หลัก มีไม่ต่ำกว่า 50,000 คน"
สิ่งที่ท้าทายในการดำเนินงานในปีต่อไปนั้น นพ.วัชระบอกว่า คือ ความตระหนักในการดูแลสุขภาพวัยรุ่น การเข้าถึงบริการในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และความครบวงจรของบริการจะต้องบริการแบบเชิงรุกให้เข้าถึงผู้ใช้บริการให้มากขึ้น และสร้างความตื่นตัวในการประเมินความเสี่ยง การสร้างความรับรู้และไว้ใจในบริการ และการปรับปรุงบริการให้เป็นมิตร สนองตอบต่อความต้องการของเยาวชน และต้องขยายแนวความคิดไปยังกลุ่มคนทำงานพร้อมกับการสร้างคนรุ่นใหม่
"ในอนาคตเรามีแผนขยายพื้นที่บริการของคลีนิคเลิฟแคร์ให้ครอบคลุม 6 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการปรับภารกิจการจัดการปัญหาโรคเอดส์สู่กระบวนการกระจายอำนาจในจังหวัดต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการขยายพื้นที่บริการไปทั้ง 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี"
จุดเริ่มต้นของคลีนิคเลิฟแคร์แม้จะเป็นก้าวที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็ได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเพื่อเด็กและเยาวชน อีกทั้งพยายามเข้าถึงเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
ก้าวต่อไปจึงเป็นความหวังว่าจะยาวและกว้างขึ้น ครอบคลุมกับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
| |
|
|
|
 |
| |