 |
หนังสือพิมพ์ข่าวสด ปีที่ 19 ฉบับที่ 6873 [ วันพุธ ที่ 23 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| ไข้กาฬหลังแอ่น |
คอลัมน์ คอลัมน์ที่13
แรงงานไทย 1 ราย เสียชีวิตจากโรคไข้กาฬหลังแอ่นชนิดรุนแรง หลังเดินทางกลับจากประเทศแอฟริกาใต้
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า
โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Severe Meningococcal Infection) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชื่อไนซิเรีย เมนิงไจติดิส (Neisseria meningitidis)
ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่พบได้ทั่วโลก แต่พบมากที่แอฟริกาแถบตอนกลาง
เช่น เอธิโอเปีย ซูดาน
จึงมีคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ว่าผู้ที่จะเดินทางไปในเขตประเทศที่มีการระบาดจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพื่อความปลอดภัย
เชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitides แบ่งออกเป็น 13 ซีโรกรุ๊ป คือ A, B, C, D, H, I, K, L, X, Y, Z, 29E และ W135
ที่พบบ่อยๆ คือ ซีโรกรุ๊ป A, B, C, Y และ W135
เมื่อได้รับเชื้อจะพบอาการได้ 2 ลักษณะ คือ
1.เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น คอแข็ง อาเจียน ซึม
มีอัตราตายร้อยละ 5
2.เกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง จะทำให้อวัยวะภายในมีเลือดออก มีจ้ำเลือดตามตัว จะเป็น กลุ่มอาการที่ความรุนแรงมาก สามารถทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 1-2 วัน จากอาการช็อก
มีอัตราตายร้อยละ 30-50
สำหรับประเทศไทยมีรายงานว่า พบผู้ป่วยปีละประมาณ 50 ราย
โดยจำนวนนี้ ร้อยละ 10 เป็นชนิดเข้ากระแสเลือด ที่เหลือเป็นชนิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ซึ่งทั้งสองชนิดสามารถใช้ยาปฏิชีวนะรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก
ไข้กาฬหลังแอ่นจะพบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่
โดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี มักพบการเกิดโรคได้ประมาณร้อยละ 25-40
และมักพบมากในกลุ่มคนที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด
เชื้อแบคทีเรียนี้จะติดต่อจากคนไปสู่คน โดยเชื้อจะออกมาทางละอองน้ำมูก น้ำลาย จากปาก หรือจมูกของผู้ที่เป็นพาหะ คือผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือผู้ป่วย
มีระยะฟักตัวประมาณ 2-10 วัน แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 วัน
ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถพบในลำคอของคนปกติทั่วไป ประมาณร้อยละ 5 แต่จะไม่ทำให้เกิดโรคแต่อย่างใด
ผู้ติดเชื้อส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดอาการโรค เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง ภูมิต้านทานต่ำ
ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลาย จากปากหรือจมูกของผู้ป่วย
ไม่ควรเข้าไปอยู่ในที่แออัด ผู้คนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอ่อนแอ
เมื่อทราบว่าเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่นหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ
และสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาด มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกาหรือประเทศในตะวันออกกลาง
จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไว้ล่วงหน้าด้วย
และการรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
จะเป็นเครื่องป้องกันได้อย่างดี
| |
|
|
|
 |
| |