 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11519 [ วันพุธ ที่ 23 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| วัคซีนหวัด 2009 |
คอลัมน์ ส่องโรค ไขสุขภาพ
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท แกล็กโซสมิทธไคล์น (GSK) รายงานความคืบหน้าการศึกษาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ใส่สารเสริมภูมิคุ้มกัน (adjuvant) ระบุว่า การให้วัคซีนเพียง 1 ครั้ง ในอาสาสมัครจะทำให้มีภูมิคุ้มกันสูงยิ่งกว่าระดับมาตรฐานที่องค์กรระหว่างประเทศกำหนดไว้
ทั้งนี้จากการศึกษาในอาสาสมัคร 130 ราย อายุ 18-60 ปี ในประเทศเยอรมนี เพื่อดูการตอบสนองของภูมิต้านทาน และการยอมรับของร่างกายต่อวัคซีนชนิด split-virus ของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน และไม่ได้เติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน โดยใส่ปริมาณของเชื้อไวรัส 5.25 ไมโครกรัม ในวัคซีนที่เติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน และใส่เชื้อไวรัส 21 ไมโครกรัมในวัคซีนที่ไม่ได้เติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน (ปริมาณเชื้อที่ใส่ในวัคซีนที่เติมสารเสริมภูมิคุ้มกันที่ทำการศึกษาเบื้องต้นนั้น ถือว่าเทียบเท่าวัคซีนขั้นสุดท้ายที่มีปริมาณ 3.75 ไมโครกรัม และเติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน) เบื้องต้น พบว่าระดับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันเมื่อได้รับวัคซีนมากกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ และในระดับที่ภูมิคุ้มกัน 1:40 มีจำนวนอาสาสมัครถึงร้อยละ 98 ที่ได้รับวัคซีนที่เติมสารเสริมภูมิคุ้มกันที่มีระดับภูมิขึ้นในระดับนี้ สำหรับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนที่ไม่ได้เติมสารเสริมภูมิคุ้มกัน มีอาสาสมัครร้อยละ 95 ที่มีภูมิขึ้นถึงในระดับนี้
นายชอง สเตฟีน (Jean Stephen) ผู้จัดการทั่วไปจีเอสเค ไบโอโลจิคัล (GSK Biological) กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ทำให้ทราบว่าการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 อาจให้เพียงครั้งเดียวได้ และจีเอสเคได้รายงานผลการศึกษานี้กับรัฐบาลและหน่วยงานรับรองอาหารและยาซึ่งเป็นผู้ที่ให้การตัดสินใจในเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขของโลกในภาวะเร่งด่วนให้รับทราบแล้ว ก้าวต่อไปคือ รอสรุปผลการศึกษานี้ซึ่งมีถึง 15 เรื่อง ครอบคลุมอาสาสมัครถึง 9,000 รายในกลุ่มประเทศยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ รวมถึงเด็กเล็ก
| |
|
|
|
 |
| |