 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11513 [ วันพฤหัสบดี ที่ 17 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| เอสพี2สธ.เฟสแรก6.7หมื่นล. แพทย์ชนบทเผยให้ข้อมูลนายกฯ |
กรณีที่ประธานชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่ สธ.ได้รับการจัดสรรมูลค่ารวม 86,000 ล้านบาทเศษ เริ่มมีกระแสการทุจริตโดยวิธีล็อคสเปค ฮั้วประมูลการจัดซื้อจัดจ้างนั้น
เมื่อวันที่ 16 กันยายน พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับงบประมาณลงทุนเป็นค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 รอบที่ 1 (SP2) สำหรับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และสถานีอนามัยในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2553-2555) จำนวน 67,607 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพประจำตำบล 14,763 ล้านบาท 2.โครงการพัฒนาระบบบริการระดับทุติยภูมิ 13,499 ล้านบาท 3.โครงการพัฒนาระบบบริการตติยภูมิ 17,250 ล้านบาท 4.โครงการพัฒนาบริการตติยภูมิ ศูนย์โรคหัวใจ มะเร็งและเครือข่ายการบาดเจ็บแห่งชาติ 7,469 ล้านบาท และ 5.โครงการสนับสนุนการปฏิบัติงานและเครือข่ายการบริการทุกระดับ 14,625 ล้านบาท
พญ.ศิริพรกล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดจะให้โรงพยาบาล และ สสจ.ดำเนินการ ส่วนกลางมีหน้าที่จัดทำราคากลาง ซึ่งมีประมาณ 7,400 รายการ เพราะต้องนำราคาดังกล่าวไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องส่งรายการดังกล่าวมาให้กับสำนักงานโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่จะมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อบริหารจัดการงบประมาณ มี นพ.คำรณ ไชยศิริ เป็นผู้อำนวยการ หากไม่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง สามารถอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อได้
เม็ดเงินจะอยู่ที่สำนักงานที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะ เพื่อไม่ให้เงินไปกระจุกตัวอยู่ในจังหวัด โรงพยาบาลอาจจะซื้อตามรายการในราคาที่ต่ำกว่าราคากลางก็ได้ ส่วนเงินที่เหลือให้คืนคลัง หมายถึงจัดซื้อจัดจ้างในราคาใดก็ให้เบิกเงินเท่านั้น แต่สำนักงานจะตรวจสอบก่อนว่ามีร้องเรียน หรือเกิดความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ หากพบทุจริต สสจ.ต้องรับผิดชอบ" พญ.ศิริพรกล่าว
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า เป็นห่วงว่าโครงการนี้จะสร้างปัญหาให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สสจ. และโรงพยาบาล ที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างโดยไม่เจตนา เพราะต้องยอมรับว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นเรื่องเฉพาะทาง แม้แต่แพทย์ทั่วไปบางครั้งก็ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่จะตรวจสอบได้เองว่าอุปกรณ์ที่ซื้อถูกล็อคสเปคหรือไม่
"ขณะนี้เป็นเพียงการเตรียมการจะทุจริตเท่านั้น แต่เครือข่ายแพทย์ชนบทจับตาโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เรื่องนี้ผมได้ให้ข้อมูลกับนายกรัฐมนตรีแล้ว" นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว
| |
|
|
|
 |
| |