หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













สื่อทางเลือก ก้าวย่างใหม่ภาคประชาชน


 

             แนวคิด โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือกซึ่งอ้างเอาความคิด อันโตนิโอ กรัมชี นักคิดอิตาลี พูดถึงวิธีการควบคุมสังคม โดยเฉพาะกลุ่มชนที่เป็นนักปกครอง ถึงรูปแบบการยึดกุมกลไกสังคม 2 แบบ

             1. ควบคุมกลไกด้านการปราบปราม ใช้กฎหมาย ศาล ตำรวจ ทหาร เป็นกลไกการปราบปรามโดยใช้กำลังรุนเรงหากถูกพิสูจน์มาแล้วในประวัติศาสตร์มนุษยชาติว่า ใช้ได้ผลอย่างจำกัด ไม่ยืนยาว และไม่อาจควบคุมประชาชนได้อย่างสงบราบคาบ
             2. ควบคุมกลไกทางอุดมการณ์ อารมณ์พื้นฐานมนุษย์ที่ต้องการความมั่นคงของความเชื่อ ครอบครัว ศาสนา โรงเรียน ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งสื่อมวลชน หล่อหลอมกล่อมเกลา ให้ประชาชนยอมรับความคิดเห็น นักปกครองย่อมทราบดีถึงพลังศรัทธา การยินยอมพร้อมใจ การยึดพื้นที่ความคิดหรือสร้างอุดมการณ์หนึ่งชุด ย่อมเป็นสิ่งที่นัก
ปกครองทราบดีว่า หากทำได้สำเร็จไม่เพียงครองใจประชาชนได้เท่านั้น หากยังสามารถดึงประโยชน์จาก อุดมการณ์ ที่สร้างขึ้นได้อย่างมากมายและการสร้างอุดมการณ์ใดใดในยุคนี้ ธุรกิจสื่อสารมวลชนกลายเป็นแรงเร้าให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างเป็นผล..

             โครงสร้างอำนาจของสังคมไทยวันนี้ ก้าวเข้าสู่ยุคทุนสื่อสาร กุมกลไกและเข้าเป็นส่วนสัมพันธ์หลักสร้างและกำหนดนโยบายตั้งแต่สถาบันการเมืองและกลุ่มองค์กรธุรกิจ ขบวนคน สื่อทางเลือก ในเวทีสรุปบทเรียนขบวนการสื่อภาคประชาชน 8
พฤษภาคม 2547 โรงละคร หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มช. จากกลุ่มสื่อพื้นบ้าน ,เครือข่ายพระนักพัฒนาภาคเหนือ ,กลุ่มละครชุมชน ,ชุมชนคนรักป่า ,เครือข่ายองค์กรชุมชนเมือง ,สำนักข่าวประชาธรรม ,วิทยุชุมชน เชียงใหม่และภาคเหนือ 15 จังหวัด ตบขบวนร่วมงาน คนทำสื่อภาคประชาชน

       สำนักข่าวประชาธรรม จากแนวคิดเรื่องการนำเสนอข่าว ราวปลายปี 2542 ที่จุดประกายจากความคิดในกลุ่มนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมส่วนหนึ่งซึ่งบทสรุปมุ่งความสำคัญไปที่ภาคประชาชนจะต้องสื่อสารเรื่องราวของตนออกไปให้เป็นระบบที่สุด การจัดตั้งองค์กรทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้เสียงคนเล็กคนน้อยปรากฏในพื้น1/12/2549ที่สาธารณะ เข้าสู่การกำหนดนโยบาย ไม่ใช่เฉพาะรัฐหรือกลุ่มทุนเท่านั้น ปี 2543 สำนักข่าวประชาธรรม จึงกำเนิดขึ้นด้วยทุนเริ่มต้นเพียง 300,000 บาท โดยเน้นไปที่การเสนอเบาะแสภาคประชาสังคม เปิดเนื้อที่ภาคประชาชนสู่สื่อกระแสหลัก จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชน บางกอกโพสต์ ไทยทีวีสีช่อง 7 (ปัจจุบันหยุดเป็นสมาชิก) บริษัทไทยเดย์ดอทคอม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเวปไซด์ผู้จัดการ ออนไลน์

       ชุมชนคนรักป่า เน้นสร้างพื้นที่และเป็นสื่อกลางระหว่างชุมชนและคนชั้นกลาง สื่อสารความเข้าใจเรื่อง คนอยู่กับป่า ผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชน แสดงให้เห็นว่า คน ชุมชน มีกระบวนการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ที่คนภายนอกหรือรัฐยังเข้าไม่ถึง การทำงานมุ่งสู่ฐานสื่อสารมวลชน ต่อเนื่องจนเกิดฐานการเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องป่ากับชุมชน ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จดหมายข่าว ทัวร์ป่าชุมชนและจุลสารสานใจ เป็นการสร้างรูปแบบกิจกรรมในพื้นที่สื่อสารสาธารณะที่หลากหลาย

       เครือข่ายพระนักพัฒนาชุมชนภาคเหนือ(คพชน.)บทสรุปใหม่ที่พระสงฆ์นักพัฒนาจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ออกผ่านเครื่องมือตามหลักอริยสัจ 4 รู้จักตัวปัญหา(ทุกข์) รู้ต้นเหตุแห่งปัญหา(สมุทัย) วางเป้าหมายและกำหนดปัญหา(นิโรธ) ชี้แนวทางการแก้
ปัญหา(มรรค) เป็นการประยุกต์พุทธธรรมนำเข้าสู่การแก้ปัญหาสังคม จัดรูปแบบเวทีการเรียนรู้ในพื้นที่ ออกจุลสารโพธิยาลัยและร่วมภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา 4 สถาบัน
เครือข่ายบางจุ้มเมืองเย็น เครือข่ายการสื่อสารเพื่อชุมชน สื่อพื้นบ้านสารสุขภาพและ
สถาบันแสนผะหญา จัดรายการเสียงวิทยุบ้านล้านนาร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิทยุชุมชน
รายการสังฆะเพื่อสังคมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและรายการโพธิยาลัยทางสถานีวิทยุเสียงเสริมสร้างพลังชุมชน บทความและข่าว จุดประกายกรุงเทพฯธุรกิจและเชียงใหม่ปริทัศน์ การศึกษาดูงานและนำงานวิจัยไทบ้านคืนสู่ชุมชนผ่านเสียงตามสาย

       ละครชุมชน ขยายพื้นที่และรูปแบบงานพัฒนา นับจาก แก๊งกวนเมือง ถึง จันทร์เปลี่ยนสีและ แท็งค์ เซ็กส์-ขอบคุณความสุข 1,2 ของกลุ่มละครกั๊บไฟ นำการละครเพื่อการพัฒนาเข้าสู่การนำเสนอเชิงนโยบาย เน้นงานรณรงค์ ละครเร่กับรัฐธรรมนูญฉบับ
ประชาชนถึงการสร้างอาสาสมัคร อีกหนึ่งรูปแบบของการสื่อสารการก่อนเข้าสู่ชุมชน เน้นสร้างการสื่อสารรูปแบบใหม่ให้ชุมชน เสริมพลังทางเลือก การตัดสินใจที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่หันเหไปกับสื่อกระแสหลัก นับจากปี 2539-2547 ละครสาธิต วัยใสเก็บพริก สองต่อสอง และคนใกล้ชิด เป็นชุดละครรุ่นแรก ๆ จัดแสดง 23 รอบ ทั้งโรงเรียนและสถานพินิจ คุ้มครองเด็กและเยาวชน จำนวนผู้ชม 4,100 คน นางฟ้าเดินทาง เสนอเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีทหารพม่าฆ่าข่มขืนผู้หญิงไทใหญ่ และภัยร้ายจากอินเตอร์เน็ต เรื่องห้องน้อยในโลกกว้าง ชุมชนฮักละอ่อน นกน้อยหัดบินและบาร์โค้ด บอกเล่าเรื่องสิทธิเด็กและเยาวชน และถึงวันนี้ได้พัฒนาแนวคิดเข้าสู่การฝึกอบรมทักษะชีวิต มิติชายหญิง สิทธิเด็ก การย้ายถิ่น โลกาภิวัตน์ แรงงาน การค้าบริการทางเพศ และการค้ามนุษย์ ที่ขยายพื้นที่การรับรู้และเข้าใจเรื่องราวอีกด้าน

        เครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองเชียงใหม่กับกระบวนการสร้างตัวตน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สลัม แหล่งเสื่อมโทรม ชุมชนแออัด หรือคนจนเมือง เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากนโยบายรัฐ การมุ่งสร้างการลงทุนและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในภาค
อุตสาหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งผลให้เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว สลัม ชุมชนแออัด กลายเป็นภาพสะท้อนของเมืองที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งรวมของปัญหา อดอยาก ขัดสน
เสื่อมโทรม รุนแรง คน อพยพเข้าสู่เมือง หางานทำ เข้ามาพักอาศัยก่อสร้างที่พักทำให้คนเมืองที่อยู่ก่อนมองคนกลุ่มนี้ว่าเป็นผู้บุกรุก บุกรุกที่สาธารณะ บุกรุกที่ของรัฐ การลุกขึ้นมาของเครือข่ายชุมชนเมืองเชียงใหม่ทำความสะอาดคลองแม่ข่า ชาวบ้านร่วม 1,000 คน ลงแรงทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลและแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ถึงระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เป็นผลให้คลองแม่ข่าคืนสภาพ มีน้ำสะอาดไหล ลดกลิ่นเหม็น ลดยุง และรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง นำคลองแม่ข่าคืนมา พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาระดับนโยบาย ร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค ออกพระราชบัญญัติชุมชนแออัด การปฏิรูปที่ดินของรัฐอย่างเห็นค่าความเป็นคน

       สื่อพื้นบ้านเพื่อการพัฒนา ผ่าสังคมกระแสตะวันตก ฟื้นฟูเพลง ดนตรีและนิทานพื้นบ้าน ตำนานท้องถิ่น ขับขานการเทศน์และบทสวดพื้นบ้านผ่านสื่อสาธารณะ จนมีรูปแบบและท่วงทำนองแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการรวมกลุ่มของศิลปิน กวี ตั้งชมรมกวีล้านนา กลุ่มสืบสานตำนานปี่ซอ และชมรมศิลปินพื้นบ้านหรือชมรมซอล่องด้วยการเป็นสื่อกลางระหว่างจิตสำนึกพื้นถิ่นกับสาระความรู้ในฐานะเครื่องมือที่ให้ความบันเทิง กล่อมเกลาจิตใจให้ลดการยึดถือตัวเองแก่ชุมชนท้องถิ่นและชุมชนวงกว้างไม่ให้กลายเป็นเพียงวัฒนธรรมที่ใช้เฉพาะในงานพิธีต่าง ๆ หรือเป็นนิยามของการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น หรือ กลุ่มดนตรี สะล้อ ซอ ปิน ถ่ายทอดชุดความคิดผ่านระบบการเรียนการสอนโดยการเชิญพ่อครูแม่ครูสู่ระบบโรงเรียนในหลักสูตรภูมิปัญญาพื้นถิ่น

       เครือข่ายวิทยุชุมชนเชียงใหม่และภาคเหนือ 15 จังหวัด คลื่นวิทยุถูกจำกัดการใช้ไว้ในเงื้อมงำของรัฐมานานแสนนาน การนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวโดยคนรัฐและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่เข้าไปครองการนำเสนอทำให้ภาคประชาชนแทบจะไม่ได้พูดเรื่องราวของตัวเองผ่านคลื่นวิทยุซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติได้เพราะราคาค่าโฆษณาที่แพงแสนแพง หากกำหนดในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 40 เปิดช่องของการ สื่อสาร ด้วยการกำหนดว่า คลื่นวิทยุอย่างน้อย 20% ต้องเป็นของประชาชนและรับผิดชอบโดยองค์กรประชาชนทุกคนในชุมชนสามารถมีส่วนในการพูดคุยเรื่องราวของตัวเอง โครงการนำร่อง วิทยุชุมชนเชียงใหม่ 8 มีนาคม 2545 กำเนิดขึ้นจากความต้องการที่ชัดเจนเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนในการสื่อสารความเข้าใจและขยายไกลจนเกิดเป็นเครือข่ายองค์กรวิทยุชุมชนเชียงใหม่ เน้นฝึกอบรมทำความเข้าใจเรื่องมาตรา 40 และผลิตรายการผ่านคลื่น
วิทยุทั้งรูปแบบและจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนคลื่นต่ำ การศึกษาวิจัยสถานีวิทยุชุมชนโดย
สนับสนุนกลุ่มนักศึกษา เป็นแบบแผนการทำงานทุกระดับ ทำให้ภาคประชาชนเกิดความตื่นตัวในสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นย่างก้าวแรกของนักจัดรายการมืออาชีพที่สังกัดองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการผลิตรายการสาระ ไม่ใช่การแสวงหากำไรหรือผูกขาดเพลงโปรโมทเทปในสังกัดค่ายยักษ์ใหญ่ ทั้งประเด็นการเมือง สังคม สื่อ สุขภาพ ภาคประชาสังคม ศิลปวัฒนธรม ศาสนา เกษตรอินทรีย์และวิถีชาวบ้าน ตามบัญญัติของสื่อทางเลือกที่ไม่มุ่งแสวงกำไรเป็นหลักใหญ่ เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด คือ การรวมตัวขององค์กรชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัดที่เห็นประโยชน์อันเกิดขึ้นจากการสื่อสารเพิ่มพื้นที่ชุมชนให้หันมาร่วมคิดถึงการสื่อสารที่มีความเหมาะสม และต้องการสร้างความเข้มแข็งชุมชนและมาตรา 40 กลายเป็นชนวนให้เกิดการจัดตั้งเครือข่ายวิทยุชุมชนชาวบ้าน ในนามเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด จุดปฏิบัติการการเรียนรู้มาตรา 40 เพราะนอกจากส่งเสริมนักจัดรายการชาวบ้านแล้วยังเน้นการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสช.) อย่างมีกระบวนการเป็นการฝึกทักษะและเตรียมความพร้อมเรื่องสิทธ์เสียงของประชาชนที่เกิดจากประชาชน เกิดเป็นความสมดุลของข้อมูลสาธารณะและไม่ให้เกิดการผูกขาด
การพูด

       ถึงแม้ว่า ขบวนสื่อทางเลือก จะอยู่ในช่วงแรกของการก้าวย่าง หากบทสรุปหนึ่งของภาคประชาสังคม นั่นคือ การแสวงหาช่องทาง สร้างพื้นที่ และบทเรียนหนึ่งของภาค
ประชาชนว่าด้วย สื่อสารมวลชนไทย โดยเฉพาะทีวี โทรทัศน์ วิทยุ เพราะ เป็นจริงหรือไม่ว่า ยังไม่อาจสร้างประชาธิปไตยให้ก้าวรุดไปข้างหน้า เป็นได้เพียงเครื่องมือของรัฐและทุนแห่งยุค และวันนี้ ฐานันดร ที่สี่ กำลังถูกจัดระเบียบภายใต้รัฐบาลนี้ ที่ช่ำชองกับการเล่นกับ สื่อ เพื่อครอบคลุมสังคมไทยทั้งสังคม!!





กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน
13 พฤษภาคม 2547





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ที่มา :  http://www.thaingo.org/HeadnewsKan/media130547.htm
 ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล