หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













เด็กกับโทรทัศน์



 
             ทีวี  มีคุณอนันต์หากเราใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมและควบคุมได้ แต่จะก่อให้เกิดโทษมหันต์ได้
เช่นกันหากเราใช้ไม่เป็น และปล่อยให้มีอิทธิพลเหนือวิถีชีวิตและการควบคุมของเรา

             ทีวี   มีอิทธิพลต่อเด็กตั้งแต่แรกเริ่มของชีวิต สามารถดึงความสนใจจากเด็กได้มากกว่าสิ่ง
อื่นๆ บ่อยครั้งที่พบว่าพ่อแม่ใช้ทีวีในการเลี้ยงดูลูก โดยเข้าใจผิดว่าทีวีสามารถพัฒนาการพูดของเด็ก
ให้เร็วขึ้น เนื่องจากพ่อแม่สังเกตว่าเด็กจ้องมองภาพ พร้อมทั้งหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างได้นานๆดู
เหมือนเด็กกำลังสนใจดูทีวี

    จากการศึกษาข้อมูลพบว่า
 
             • สิ่งที่เด็กสนใจมองจริงๆ คือ แสง สี เสียง โดยเฉพาะรายการโฆษณา ซึ่งมีการเปลี่ยนภาพเร็วมาก จะดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด แต่เด็กจะไม่เข้าใจความหมายอะไรในทีวี นอกจากเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นเท่านั้น
             • ในขณะที่เด็กใช้เวลาอยู่กับทีวีนั้น พบอัตราการเปล่งเสียงหรือเลียนเสียงน้อยมาก เนื่องจากทีวีเป็นการสื่อสารเพียงด้านเดียว (One-way communication) ซึ่งตามปกติการเรียนรู้ทางภาษาที่ดีนั้น ควรเรียนทางภาษาที่ดีนั้นควรเรียนจากการสื่อสาร 2 ด้าน (Two-way communication) หรือในลักษณะที่มีการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กัน
             • การปล่อยเด็กเล็กให้อยู่กับทีวีนานๆ เป็นเหตุให้เด็กต้องทนฟังเสียงที่ไม่อาจจะเข้าใจได้อยู่ข้างเดียว พบว่าเด็ก 1 ใน 5 ของกลุ่มนี้จะยังพูดไม่ได้เมื่อถึงวัยอันควรด้วย

    ทีวีสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อพัฒนาการด้านอื่น ๆ ดังนี้

             สามารถเปลี่ยนแปลงให้เด็กหันไปนิยมวัตถุมากขึ้น ผู้ผลิตรายการโฆษณามักจะรู้ดีว่า เด็กถูกชักจูงง่าย หลายบริษัทใช้เด็กเป็นตัวดึงในการโฆษณาขายสินค้าของตน
             • ทำให้ความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ลดลง ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รายการทางโทรทัศน์จะมีอิทธิพลมากพอที่จะลบล้างความเชื่อทั้งหลายที่เคยได้รับมาจากพ่อแม่ วัยที่เป็นอันตรายอย่างมาก คือ ก่อนวัยเรียน เพราะวัยนี้ยังแยกแยะความจริงไม่ได้ และเป็นวัยเลียนแบบด้วย หากเด็กถูกครอบงำ และได้รับแต่สิ่งผิด ๆ
             • ในครอบครัวที่มีความเครียดสูง เช่น ปัญหาพี่น้องทะเลาะกันบ่อย ผู้ใหญ่มักคิดว่าทีวีจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานั้นได้ แต่ความเป็นจริงกลับพบว่า หลังจากหยุดดูทีวี การทะเลาะก็จะเริ่มขึ้นแทนและมีความรุนแรงมากขึ้น
             • ทำให้ขาดโอกาสในการเล่น หรือทำให้การเล่นลดน้อยลง ซึ่งเป็นอันครายอย่างมาก ทั้งนี้เพราะ การเล่นเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการด้านการเจริญเติบโต สามารถช่วยขยายจิตนาการความคิดริเริ่มให้กว้างไกลออกไป
             • เด็กที่ดูทีวีมากๆ จะแสดงลักษณะของการไม่อยู่นิ่งหรือเหนื่อยล้า ทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กสมาธิสั้น เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากสี แสง เสียง มากเกินไปมีผลรบกวนต่อขบวนการด้านความคิดของเด็ก ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลหรือนำไปใช้ได้
             • เด็กที่ดูทีวีมากๆ จะทำให้กลายเป็นเด็กที่มีลักษณะสมยอม ขาดความคิดริเริ่ม เด็กที่มีปัญหาพูดช้าและมีลักษณะคล้ายเด็กออกทิสติค มักพบว่าถูกเลี้ยงดูด้วยทีวีตั้งแต่วัยทารก
             • ทีวีเป็นตัวกระตุ้นแรงผลักดันภายในและอารมณ์ที่มีอยู่ให้ออกมารุนแรงได้ การดูทีวีรายการเกี่ยวกับความก้าวร้าวรุนแรง ทำให้เด็กพอใจหรือมีการเล่นที่ก้าวร้าวรุนแรงกว่าเดิม อีกทั้งยังเฉยเมยต่อความรุนแรงที่ประสบในชีวิตจริงได้

    จากการศึกษาข้อมูลพบว่า
 
             1. ทารกที่อายุไม่ถึง 1 ขวบ ไม่ควรให้ดูทีวีหรือ วีดีโอเลย
             2. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ควรดูทีวีเกิน 7 ชม.ต่อสัปดาห์ (วันละไม่เกิน 1 ชม.)
             3. เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปควร
                    - ช่วยกันวางโปรแกรมจัดตารางรายการที่เด็กชอบ
                    - ให้เด็กเขียนรายการที่ต้องการดูในแต่ละวัน
                    - ให้เวลา 1 ชม.ต่อวันในการดูทีวีในวันไปโรงเรียน
                    - ให้เวลา 2 ชม.ต่อวันในวันหยุด
                    -  ถ้าเด็กดูรายการพิเศษติดกัน 2 ชม. ในวันไปโรงเรียน ต้องงดดูคืนถัดไป
             4. ไม่ควรอนุญาตให้มีทีวีในห้องนอนเด็ก





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ที่มา : http://hpc6.anamai.moph.go.th/knowlage/child%20and%20TV.doc




 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล