หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













ผมร่วง…ควรทำอย่างไร


 


สาเหตุของผมร่วง ผมบางที่พบบ่อยที่สุด คือการทำทรมาทรกรรมกับผม
มากเกินไป เช่น ใช้แชมพูที่เป็นด่างแก่ ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำ
หอม สารบำรุงผม สารเคมี ฯลฯ ที่วุ่นวายมากเกินไป จนระคายเคืองกับ
หนังศีรษะ การดัด การย้อม โกรก ยืด การเป่าผมทุกวัน ฯลฯ
 


        การสระผมทุกวัน ไม่ว่าจะใช้แชมพูอะไรจะล้างชั้นของขี้ผึ้งที่ควรจะฉาบอยู่ทั่วหนังศีรษะออกจน
หมด รากผมจะแข็งแรงต้องอาศัยชั้นขี้ผึ้งนี้คลุมไว้ การสระผมทุกวันจะล้างเอาชั้นขี้ผึ้งนี้หายไปเมื่อราก
ผมยึดเส้นผมกับหนังศีรษะไม่อยู่ ผมก็จะบางลง

       วิธีแก้ปัญหานี้ให้หยุดสระผมด้วยแชมพูสักพัก ใช้มะกรูด 1 ลูก ผ่าครึ่งต้มกับน้ำแล้วเติมรำข้าวลง
ไป 2 ช้อนโต๊ะแล้วเอาน้ำเติมลงไปให้มีปริมาณมากพอ ใช้สระผมแล้วหมักไว้นาน 5-10 นาที ก่อนสระ
ออกด้วยน้ำธรรมดา วิธีนี้จะทำให้เส้นผมสะอาด และชั้นขี้ผึ้งไม่ถูกล้างออกไป สระเพียงสัปดาห์ละครั้ง
ก็พอ

        ผมบางที่เกิดกับวัยกลางคนโดยเฉพาะผู้ชาย  อาจจะเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศชายที่มีมากเกิน
ไป ส่วนมากเป็นกรรมพันธุ์

        สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนังศีรษะที่ทำให้ผมร่วง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด คือเลือดไหลเวียนไปเลี้ยง
หนังศีรษะน้อย ทำให้หนังศีรษะตึงและแข็ง เมื่อเส้นผมมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ รากผมจะค่อยๆ ตายและ
หลุดออกมา หากไม่อยากผมร่วงก็คงต้องช่วยนวดหนังศีรษะทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
โดยใช้นิ้วมือขยี้ให้ทั่วหนังศีรษะแบบเดียวกับการสระผม (แต่อย่าเกา) ทำเช่นนี้วันละครั้ง การแปรงผม
โดยใช้แปรงซี่ห่างมาก ที่มีขนแปรงเป็นตุ่มไม้นวดศีรษะก็ได้ หรือจะใช้น้ำฝักบัวอุ่นจัดๆ  ราดหนังศีรษะ
สลับกับการชโลมด้วยน้ำเย็นสัก 3 รอบทุกวันก็ได้ แต่มีเคล็ดอยู่ว่าต้องปล่อยให้แห้งโดยธรรมชาติ อย่าเป่าผม

        สภาวะการขาดเบต้าแคโรทีน วิตามินอี วิตามินบี โดยเฉพาะบี 6 กรดโฟลิก ไบโอติน PABA ก็ทำ
ให้ผมร่วงได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนอาหารจึงสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมเช่นกัน อาหารที่แนะนำได้แก่
ข้าวกล้อง ผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง แดง อาหารทะเล สาหร่ายทะเล เมล็ดธัญพืชที่ไม่ขัดขาว โดย
เฉพาะเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง จมูกข้าวสาลี และถั่วงอกทุกประเภท

        และสาเหตุที่พบบ่อยซึ่งทำให้ผมร่วงได้เป็นกำๆ ก็คือความเครียด ดังนั้นใครเครียดให้หาทาง
คลายเครียดเสียด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะคลายเครียดแล้ว การออกกำลังกายยัง
ทำให้เลือดฉีดแรงขึ้น เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังหนังศีรษะอีกด้วย  ทั้งหมดนี้ทำไป
พร้อมๆ กัน สักเดือนหนึ่งคุณจะเห็นผลอย่างชัดเจน

 





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ข้อมูลจาก :  พญ.ลลิตา ธีระสิริ
คัดลอกจาก :  www.balave.com
 ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล