หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













อัพเดท 3 เทคนิคชะลอแก่
กุญแจไขสู่ความสวย เหนือกาลเวลา!!




 

                เทรนด์ฮอตมาแรงทั่วโลกในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นการใส่ใจดูแลสุขภาพ แม้แต่ ในสังคมจังค์ฟู้ดแบบอเมริกัน ก็ยังรณรงค์ให้ชาวมะกันลด-ละ-เลิก เปลี่ยนวิถีการบริโภคใหม่ หันมาคอนเซิร์นเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น โดยมีเหล่า ซุปเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดเป็นผู้
ปลุกกระแสฮิต!! สำหรับในโลกของความงาม นอกจากการดูแลผิวพรรณให้เปล่ง ปลั่งดู
สดใสแล้ว วงการแพทย์ยังพยายามอย่างไม่หยุดยั้ง ที่จะคิดค้นพัฒนาเทคนิค และนวัต
กรรมใหม่ๆเพื่อชะลอความแก่ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สัปดาห์นี้ขอเอาใจคนกลัวแก่ โดยเฉพาะ ด้วยการอัพเดท 3 เทคนิคใหม่คืนความอ่อนเยาว์...เอ๊าะอยู่แล้วหรืออยากเอ๊าะกว่าเก่า ก็
ควรอ่าน!!


ฉีดสเต็มเซลล์ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์

                เนวัตกรรมนี้อัพเดทร้อนจี๋จากการประชุมวิชาการประจำปี ด้านเวชศาสตร์
ชะลอวัยและผิวพรรณกับความงามระดับโลก ที่ประเทศฝรั่งเศส โดย “พญ. ฐานิสร ธรรม
ลิขิตกุล” เล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่า วงการแพทย์ความงามทั่วโลก กำลังตื่นตัวกันมากกับ
การพัฒนาหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อชะลอความแก่ เพราะนับ วันคนเราจะกลัวแก่มากขึ้น
และอยากคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้ให้นานที่สุด คุณหมอบอกว่า การประชุมในปีก่อนๆ
พูดกันเยอะเรื่องฉีดคอลลาเจนของสัตว์ หรือสารสกัดจากแบคทีเรีย เพื่อลดริ้วรอย และ
เติมเต็มเนื้อเยื่อส่วนที่สูญเสียไป ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ขึ้น

                แต่ในการประชุมครั้งล่าสุด วงการแพทย์โลกกำลังไปไกลกว่านั้นหลายเท่า
เพราะมีวิธีชะลอความแก่แบบใหม่ ที่น่าสนใจมากคือ การรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ ซึ่งแพทย์ ความงามเชื่อว่าจะสามารถชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ได้ถึง 10 ปี!! นวัตกรรมนี้จะอาศัยกระบวนการภายในของร่างกาย จัดการกับความบกพร่องที่สูญเสียไปกับ
ความชรา หรืออธิบายง่ายๆว่า เป็นการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ที่เสื่อมของร่างกาย ซึ่งขณะนี้วงการแพทย์พัฒนาไปถึงขั้นสามารถใช้“สเต็มเซลล์” จากส่วน ต่างๆของร่างกาย ตัวเอง เช่น ไขกระดูก, เลือด หรือไขมัน มาเพาะเลี้ยง และฉีดกลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อย่างไร ก็ดี แม้เทคนิคนี้จะได้รับความนิยมใน
ยุโรป และอเมริกา แต่สำหรับชาวเอเชีย รวมถึงบ้านเรา ยังต้องศึกษาถึงข้อดีข้อเสียอีก
มาก รวมถึงสนนราคาที่แพงลิ่ว ครั้งละหลายแสน!!


นวดระบายน้ำเหลือง ขับสารพิษ-หน้าเต่งตึง

                การนวดระบายน้ำเหลือง หรือ Manual Lymphatic Drainage ใช้การ สัมผัสและกดที่ต่อมน้ำเหลือง ช่วยล้างพิษให้ร่างกายด้วยการกำจัด ของเสียออกเร็วขึ้น และช่วยบรรเทาอาการบวมน้ำ เป็นศาสตร์เก่าแก่ที่ได้รับความนิยมแพร่ หลายในยุโรป คิดค้นขึ้นโดย “ดร.เอมิล วอดเดอร์” แพทย์ชาวเดนมาร์ก เมื่อต้นทศวรรษ 1930 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหวัดเรื้อรัง ต่อมาได้พัฒนาเทคนิคช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่อมน้ำเหลือง ให้ร่างกายทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น, ลดปัญหาระบายการอุดตันในท่อน้ำเหลือง และดี
ท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย นอกจากจะช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบต่อมน้ำเหลือง เช่น ไซนัสเรื้อรัง และต่อมน้ำเหลืองโตแล้ว การนวดระบายน้ำเหลือง ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องการชะลอความแก่ได้ด้วย โดยเฉพาะริ้วรอยใต้ตา เพราะทางการแพทย์เชื่อว่า การไหลเวียนที่ดีของต่อมน้ำเหลือง จะช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดอาการตาบวมและหน้าบวม สำหรับในเมืองไทย ศาสตร์แขนงนี้ยังไม่มีการศึกษากันอย่างจริงจัง


นวัตกรรมโมเลกุลใหม่ชะลอความร่วงโรย

                วงการเครื่องสำอางทั่วโลก กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการฟื้นฟูผิวพรรณครั้งใหญ่ หลังจากมีการค้นพบอานุภาพของ “เรตินอล” ในการต่อต้านริ้วรอย เมื่อ 7 ปีก่อน
และล่าสุด ทางสถาบันวิจัยลังโคม ก้าวเขยิบขึ้นไปอีกขั้น เมื่อประสบความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมโมเลกุลใหม่ “ProXylane” เพื่อประสิทธิผลด้านการชะลอความร่วงโรยที่
สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาโมเลกุลใหม่นี้จากการเลียนแบบ
โครงสร้างของน้ำตาลซีโรส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติชนิดเดียวกับที่มีในผิวคนเรา และเป็นตัวทำให้เกิดการสังเคราะห์ไกลแคน สารสำคัญที่สร้างความหนาแน่นให้ผิวพรรณ และทำหน้าที่ค้ำจุนโครงสร้างชั้นผิวที่ทรุดลงตามวัย ให้กลับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง จากการ
ทดลองพบว่า โมเลกุลต้านความร่วงโรยที่ค้นพบล่าสุด สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก และทำหน้าที่เสมือนน้ำตาลซีโรส ช่วยทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น และผิวชั้นในมีความหนาแน่นขึ้น สอดคล้องกับคำพูดของ “ศ.แมทธิว เอ. นูเจนท์” อาจารย์สาขาชีวเคมี มหาวิทยาลัยบอสตัน และผู้เชี่ยวชาญด้านสารระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อค้ำจุนผิวว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น สารระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ค้ำจุนโครงสร้างชั้นผิวอ่อนแอลง และ
เสื่อมทรุดลง ผลลัพธ์คือ ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เริ่มหม่นหมองและแห้งกร้าน ถ้าต้อง
การต่อสู้กับความร่วงโรย จำเป็นต้องปฏิบัติการกับสารระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อค้ำจุนโครง
สร้างชั้นผิวนี้โดยตรง.




ข้อมูลจาก :  http://update.se-ed.com/index.stml
 ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล