HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
โพสต์ทูเดย์ [ วันที่ 22/02/2555 ]
สูตร(รัก)ถักทอให้ยืนยาว
          วรธาร ทัดแก้ว
          แม้ว่าจะผ่านวันวาเลนไทน์มาแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเดือนแห่งความรัก เราจึงไม่พลาดที่จะหาเรื่องดีๆเกี่ยวกับความรักมาอภินันทนาการคู่รักทั้งหลาย ตลอดจนคนที่กำลังมองหารัก ทำอย่างไรจึงจะครองรักราบรื่นมั่นสถาพรต่อไปจนแก่เฒ่า ปราศจากกิ๊กน้อยกิ๊กใหญ่มากวนใจ
          พญ.ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ พูดถึงความรักในแง่จิตวิทยาว่า หมายถึงความผูกพันทางอารมณ์อันเป็นความรู้สึกพิเศษที่คนเรามีต่อคนอื่นซึ่งประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ด้านความรู้สึก (ดีใจชอบ รัก ผูกพัน) ด้านความคิด (คิดว่าคนนี้ดีคนนี้น่าสนใจ) และด้านการกระทำ เช่น การเอาใจใส่ใจดูแลคนที่เรารัก รวมถึงการสัมผัสการกอด การหอม เป็นต้นบันได 6 ขั้น สู่การครองรักที่มั่นคง
          พญ.ภัทรวรรณ บอกว่า องค์ประกอบที่จะทำให้ความรักยืนยงและยืนยาวเหมือนคำอวยพร ที่ผู้ใหญ่มักพูดให้กับลูกหลานที่แต่งงานกันว่าให้รักกัน อยู่กันจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร นั้นมี 6 ประการ
          1.การอุทิศตัวต่อกัน ได้แก่ ความรับผิดชอบในหน้าที่ของกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน ไม่โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่าใครผิด และการปกป้องความสัมพันธ์ของคู่ของตัวเองไม่ให้ระบบอื่นเข้ามากระทบมาก
          2.ความผูกพันหมายถึง ความสนิทสนมกันแบบลึกซึ้ง มีความเห็นอกเห็นใจ รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง มีความเข้าใจกันร่วมรับรู้ถึงความรู้สึกทุกข์และสุข
          3.มีความใกล้ชิดและความห่างกันพอสมควร ใกล้ชิดในระยะที่รู้สึกว่าเราพึ่งพาคนนี้ได้เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ห่างกันพอให้ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เป็นเนื้อเดียวกันไปเลย
          4.ต้องสื่อสารกันแล้วแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกันว่าจะทำอย่างไร
          5.มีความอดทน ซึ่งต้องใช้ความรักและการให้อภัย แต่ถ้าอดทนแล้วเก็บไว้จะกลายเป็นความโกรธได้ สุดท้ายก็ลงท้ายด้วยการแก้แค้นเพราะอดทนแบบโกรธ แต่ถ้าอดทนแบบให้อภัยเรื่องก็จะจบไม่มีการรื้อฟื้นพูดถึงความหลังฝังใจ
          6.ความรักคือ Passion จะรักอย่างไรให้ยั่งยืนสูตรของการเลือกคู่รัก
          จิตแพทย์หญิงโรงพยาบาลมนารมย์ อธิบายว่า ก่อนเข้าสู่องค์ประกอบความรักที่จะช่วยถักทอรักให้ยืนยาว ที่สำคัญคือการรู้จักเลือกคู่ ซึ่งพื้นฐานต้องเริ่มจากการดูตนเองก่อนว่ามีวุฒิภาวะเหมาะสม มีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอและต้องเข้าใจตัวเราเองให้ดีว่าเรารักอะไรชอบอะไร และมีเป้าหมายอะไรในชีวิต
          "การเลือกคู่ควรเลือกคนที่มีลักษณะวิถีชีวิตการศึกษา ความชอบคล้ายคลึงกับตัวเรา แต่ถ้าเราจะเลือกคู่ที่มีลักษณะตรงกันข้าม ต้องยอมรับว่าการปรับตัวให้เข้ากันก็ยากเช่นกัน เพราะคนที่แตกต่างกันมักมีวิธีคิดไม่เหมือนกัน เมื่อมาเป็นแฟนกันหรือเป็นคู่ครองกันก็ต้องปรับเพื่อก้าวข้ามระยะของความรักไปสู่ความยืนยาว"
          พญ.ภัทรวรรณ กล่าวต่อว่า ปกติความรักจะมี 3 ระยะ ระยะที่ 1 คือโรแมนติกเลิฟ(Romantic Love) จะมีอายุ 3-6 เดือน หรือ12 เดือน บางคนเรียกว่าเป็นช่วงโปรโมชัน ไม่ว่าใครก็จะต้องผ่านช่วงนี้ ซึ่งเกิดจากการทำงานของฮอร์โมนความสุข 4 ตัว คือ โดพลามีน เซโรโทนีน เอนดอร์ฟิน PEA โดยช่วงนี้คนที่รักกันอะไรๆ ก็จะดูดีไปหมด หวานชื่นใครห้ามก็ไม่ฟัง
          "หลังช่วงนี้ไปจะกลายเป็นโลจิคัล(Logical) แล้วก็กลายเป็น เซนซิเบิลเลิฟ(Sensible Love)คือกลายเป็นความรักที่มีเหตุผลมากขึ้น เริ่มมองเห็นข้อที่ไม่ดี ข้อที่ฉันไม่ชอบ ข้อที่เธอนิสัยไม่ดี ทำไมทิ้งตรงนั้นอย่างนี้ทำไมทิ้งตรงนี้อย่างนั้น โรยแป้งแล้วไม่เช็ด บีบยาสีฟันแล้วทำไมไม่เก็บ ซึ่งคนจำนวนมากพอผ่านเข้าสู่ช่วงนี้ก็จะเลิกรา เพราะไม่สามารถยอมรับในการกระทำ พฤติกรรมหรือวิธีคิด ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะโดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ทุกคนย่อมรักตัวเอง และย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เมื่อรู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่ดีที่สุดก็จะเบื่อหน่ายตีตัวออกห่าง ซึ่งหากมีความเข้าใจพัฒนาการของความรักก็จะเข้าใจว่าทำไมคนที่เราเชียร์จึงแยกทางกันเดิน"พื้นฐานความรักต้องดี
          พญ.ภัทรวรรณ กล่าวต่อว่า ระยะสุดท้ายเรียกว่า ไลฟ์ ลอง เฟรนด์ชิป (Live Long Friendship) คือความผูกพันและความเป็นเพื่อนสนิทเป็นรักแท้ ซึ่งคู่ที่จะก้าวมาสู่จุดสูงสุดของความรักนี้ จะต้องอาศัยองค์ประกอบความรักทั้ง 6 ทำให้มีวุฒิภาวะและมีความเติบโตทางจิตวิญญาณ (Spiritual Growth)
          ดังนั้น จะเห็นว่าในวัยรุ่นที่รักแล้วเลิก เพราะว่ายังไม่มีวุฒิภาวะพอในการที่จะไปแก้ปัญหา ลดความขัดแย้ง หรือไปสร้างความผูกพัน เพราะบางทีไม่เข้าใจกระบวนการความรักก็จะทำให้เกิดปัญหาว่าทำไมรักแล้วต้องเลิกกัน
          จิตแพทย์หญิงโรงพยาบาลมนารมย์ บอกอีกว่า แม้ว่าเรื่องราวของความรักจะมีหลายมุมหลายด้าน เกี่ยวกับทุกเพศทุกวัย อาจจะเป็นความรักต่อตัวเอง รักต่อคนอื่นรักลูก รักเพื่อนร่วมงาน แต่หากได้มีการเรียนรู้และทำความเข้าใจพื้นฐานธรรมชาติของความรักก็จะมองเห็นโลกของความรักในมิติที่กว้างขึ้น และสามารถพัฒนาความรักให้เติบโตไปได้ หรือหากเกิดปัญหาก็จะไม่รุนแรงหรือร้ายแรงเกินไป
          "ถ้าพื้นฐานความรักดี ก็จะทำให้เวลาที่เจอความรักที่ผิดหวัง เราไม่ทุกข์มากจนทำร้ายชีวิตตัวเองหรือคนอื่นเพราะถ้าเข้าใจพื้นฐานก็จะรู้ความเป็นมาเป็นไปของความรัก แต่บอกไม่ได้หรอกว่าหากเรามีพื้นฐานที่ดีแล้วจุดสิ้นสุดจะอยู่ที่ไหน ความรักก็ต้องมีทั้งมุมที่ดีและมุมที่ไม่ดีเพียงแค่ว่าถ้าฐานแน่นเวลาล้มเราก็ไม่ล้มทั้งตึกหรือล้มก็ไม่เจ็บมาก หรือเวลาที่ลมพัดก็จะไม่ล้มเลย อาจจะแค่โยกเยกเหมือนต้นไผ่" พญ.ภัทรวรรณ ทิ้งท้าย

pageview  1174342    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved