HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 23/03/2563 ]
เชื้อโควิด-19ลามไทยหนัก-บิ๊กตู่เรียกถกด่วน วันเดียวพุ่ง188ราย

 จับตารบ.ออกมาตรการเพิ่มสธ.จี้ผู้ว่าฯตั้งทีมสกัดไวรัสสแกนคนกทม.กลับไปตจว.อิตาลีทุบสถิติ24ชม.793ศพไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งพรวดวันเดียวเท่าตัว 188 ราย สะสม 599 ราย สธ.ส่งหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯทั่วปท.ทำแผนตั้งทีมค้นหา เฝ้าระวังการแพร่เชื้อระดับพื้นที่ หลังกทม.-ปริมณฑล ปิดสถานที่เสี่ยง 26 แห่ง ทำให้คนแห่ออกตจว. รวมทั้งให้ผอ.สนามบิน ร.ฟ.ท.ขนส่ง คัดกรองเข้มผู้เดินทาง หวั่นลามหนัก ด้าน "อัศวิน" ออกคำสั่งเพิ่มร้านอาหารต้องขายกลับบ้านเท่านั้น นายกฯถก "สธ.-มท." เปรยกำลังร่างมาตรการเพิ่ม ชูกำปั้นสู้ๆให้สื่อ"หมอหนู" เข้ารายงานสถานการณ์ ยันไม่มีมาตรการไหนได้ผลเท่าความร่วมมือ มท.เสนอปิดด่านถาวร 18 แห่งทั่วประเทศ มีผล 23 มีนาคม เป็นต้นไป
          เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการ กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ร่วมแถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่ม 188 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
          ไทยทำสถิติติดเชื้อ188ราย
          กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 65 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 21 ราย กลุ่มสถานบันเทิง 5 ราย กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 37 ราย และกลุ่มที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในมาเลเซีย 2 ราย  กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทาง จากต่างประเทศ/ชาวต่างชาติ 8 ราย (ในจำนวนนี้มีหลายรายที่มีประวัติเดินทาง กลับจากเที่ยวผับปอยเปต ที่ประเทศกัมพูชา สัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 7 ราย  และกลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอสอบสวนโรค 108 ราย
          โคม่า7ดันป่วยสะสม599คน
          นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับ ผู้ป่วยอาการหนักมี 7 ราย จากสถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช  และโรงพยาลบาลเอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  อย่างไรก็ตาม วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 1 ราย เป็นชายชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร โดยสรุปมีผู้ป่วย กลับบ้านแล้ว 45 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 553 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 599 ราย
          วอนเฉพาะกลุ่มเสี่ยงตรวจเชื้อ
          ส่วนเรื่องการตรวจหาเชื้อไวรัส โควิด-19 นั้น ขอความร่วมมือประชาชนหากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่ยังไม่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ ให้สังเกตอาการตัวเองที่บ้าน ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อในผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจก่อน ที่สำคัญการตรวจเชื้อขณะที่ไม่มีอาการโอกาสพบเชื้อน้อยมาก ทำให้คนที่ตรวจแล้วอาจเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าตัวเอง ไม่ติดเชื้อและออกไปมีกิจกรรมทางสังคมส่งผลต่อระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค
          วัยทำงานกทม.ป่วยพุ่งแนะกักตัว
          นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยอดผู้ป่วยรายใหม่เป็นคนไทยพบมากในกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวที่อาการน้อย ทำให้มีกิจกรรมทางสังคมร่วมกับผู้อื่น เมื่อป่วยทำให้เกิดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก เช่น สถานบันเทิง และสนามมวย ล่าสุด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการในจังหวัดปริมณฑลสั่งปิดสถานที่เสี่ยงชั่วคราว จึงขอความร่วมมือผู้ทำงานในสถานที่ที่ถูกสั่งปิด อย่าเดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะคุณอาจนำเชื้อโรคไป แพร่ให้คนต่างจังหวัด คนใกล้ชิดในครอบครัว
          น่าห่วงป่วยตจว.127รายเพิ่มเท่าตัว
          นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า จากการ คัดกรองในประเทศไทยทุกด่าน สะสม 5,954,621 ราย แผนที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 กระจายทั่วประเทศไทย ข้อมูล วันที่ 21 มีนาคม จำนวน 411 ราย แบ่งเป็น 1.กรุงเทพมหานคร (กทม.) 284 ราย 2.จ.สมุทรปราการ 18 ราย 3.จ.ภูเก็ต 13 ราย 4.จ.ปัตตานี 11 ราย 5.จ.นนทบุรี 9 ราย 6.จ.เชียงใหม่ 8 ราย 7.จ.ชลบุรี จ.นราธิวาส จ.ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 6 ราย 8.จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา จังหวัดละ 5 ราย 9.จ.ยะลา จ.ปทุมธานี จังหวัดละ 4 ราย 10.จ.นครราชสีมา จ.กาญจนบุรี จ.สุรินทร์ จังหวัดละ 3 ราย 11.จ.กระบี่ จ.สมุทรสาคร จ.อุบลราชธานี จังหวัดละ 2 ราย 12.จ.เพชรบูรณ์ จ.กาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น จ.นครปฐม จ.นครศรีธรรมราช จ.ร้อยเอ็ด จ.สระบุรี จ.สุโขทัย จ.สุพรรณบุรี จ.นครนายก จ.นครสวรรค์ จ.บุรีรัมย์ จ.ปราจีนบุรี จ.มุกดาหาร จ.ระยอง จ.ลพบุรี จ.ศรีสะเกษ จ.สมุทรสาคร จังหวัดละ 1 ราย ขณะนี้ ไทยพบผู้ป่วยในจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นการ เพิ่มขึ้นในต่างจังหวัด 127 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว
          จี้ผวจ.ตั้งทีมสกัดโควิดทุกพื้นที่
          ทั้งนี้ จากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม มีคำสั่งจากกรุงเทพมหานคร (กทม.)ปิดสถานบริการต่างๆ และมีแนวโน้มว่า ประชาชนที่เป็นแรงงานในกรุงเทพมหานคร จะเคลื่อนย้ายออกไปยังส่วนภูมิภาคซึ่งอาจจะส่งผลให้มีการแพร่กระจายโรคที่มากขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด โดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะเลขานุการ ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563 ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ขอความร่วมมือจัดทำแผนปฏิบัติการค้นหา เฝ้าระวัง และป้องกันโรคระดับอำเภอและหมู่บ้าน หลังจากที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบการเพิ่มของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางเพื่อกลับภูมิลำเนา โดยให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ดังนี้
          1.จัดตั้งทีมอาสา "โควิด-19" ระดับอำเภอและหมู่บ้านเพื่อดำเนินการค้นหาและเฝ้าระวัง 2.จัดทำฐานข้อมูลของผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มาถึงภูมิลำเนา ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป 3.ให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้เดินทาง กลับมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อแยกตัวสังเกตอาการไข้และอาการทางเดินหายใจทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พำนักหรือที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนา 4.แจ้งผู้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปฏิบัติตาม คำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังต่อไปนี้ ไม่รับประทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับ ผู้อื่น ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ซ้อนส้อม ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการพูดคุย ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง หากมีไข้และอาการทางเดินหายใจ ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่โดยทันที" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
          ย้ำสนามบิน-รฟท.-ขส.คัดกรอง
          นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือไปยังผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมขนส่ง ทางบก คัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้ทำความสะอาดสถานี ยานพาหนะก่อนและหลังเดินทางเน้นพื้นที่สัมผัสร่วม เช่น ราวจับบันได ประตู ห้องน้ำ เก็บบันทึกข้อมูล ผู้เดินทาง ลดความแออัดผู้โดยสาร จัดที่นั่งให้เว้นระยะห่าง ให้คำแนะนำผู้โดยสารเรื่องการป้องกันโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น หมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เมื่อเดินทางถึงสถานีปลายทางหากพบผู้โดยสารมีไข้ ไอ และอาการระบบทางเดินหายใจให้แจ้ง เจ้าหน้าที่เพื่อรายงานต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
          ไวรัสคร่าหญิงไทยสูงอายุในสหรัฐ
          ด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  เปิดเผยว่า  กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า มีสตรีชาวไทย สูงอายุรายหนึ่งเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสตรีคนดังกล่าวถือสองสัญชาติและพำนักอยู่ในสหรัฐหลายสิบปี ทั้งนี้ นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตไทย ได้แสดงความเสียใจแก่ญาติผู้เสียชีวิตที่อยู่ในสหรัฐ และจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
          นายกฯเข้าทำเนียบฯถกอนุพงษ์-อนุทิน
          ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ว่า นายกฯเดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบฯ โดยเรียก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าหารือที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า หลังหารือ นายกฯจะลงมาตรวจเยี่ยมติดตามการทำงานของ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 และมอบนโยบาย
          ชูกำปั้นสู้ๆ-เล็งออกมาตรการเพิ่ม
          หลังพล.อ.ประยุทธ์ประชุมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ร่วมกับ นายอนุทิน และพล.อ.อนุพงษ์อย่างเคร่งเครียดนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ยกเลิกการแถลงข่าว และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชนที่มารอสังเกตการณ์ เพียงแต่ชูกำปั้นเป็นสัญลักษณ์ สู้ๆ ให้สื่อมวลชน และโบกมือทักทาย ระหว่างขึ้นรถประจำตำแหน่ง ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งก่อนที่รถจะออกจากทำเนียบรัฐบาล และยังได้ลดกระจกลงทักทายกับผู้สื่อข่าวอีกครั้ง เมื่อนักข่าว ถามว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมอะไรในการรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกหรือไม่ นายกฯทำท่าชูกำปั้น พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า "กำลังทำ" ก่อนขบวนรถจะเคลื่อนออกจากทำเนียบฯ
          รายงาน-ย้ำแยกตัวคุมระบาดชะงัด
          ขณะที่นายอนุทินเผยว่า ตนมารายงานสถานการณ์หลังประชุมชุดใหญ่ร่วมกับคณบดีแพทยศาสตร์ ซึ่งขณะนี้พบว่าผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ จึงต้องเชิญคณบดีจากโรงพยาบาลเหล่านี้มาหารือว่าจะร่วมทำงานกันอย่างไร มีอะไรให้กระทรวงสนับสนุนเพิ่มเติมหรือไม่ สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อของไทยที่เพิ่มขึ้นนั้น มาตรการต่างๆ ใช้เต็มที่แล้ว เหลืออย่างเดียวต่อให้เป็นกฎหมายออกมาอย่างไรก็สู้ความร่วมมือไม่ได้ ทุกคนต้องให้ความร่วมมือในการอยู่บ้าน และ Social Distance งดสังสรรค์เพียง 2-3 สัปดาห์ ซึ่งองค์การอนามันโลก หรือ WHO ย้ำเรื่องนี้ให้ประชาชนได้ยินทุกวันว่าให้แยกตัว และดูแลตัวเองให้ดี เป็นวิธีที่ป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ดีกว่าทุกมาตรการ
          ย้ำทุกฝ่ายร่วมมือคุมระบาดได้
          ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังประกาศมาตรการ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" มีประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัดเนื่องจากสถานประกอบการต่างๆ ปิดนั้น มาตรการนี้ออกมาเพื่อต้องการให้ทุกคนอยู่นิ่ง 14 วัน ถ้าทำได้กับโรคนี้จะไม่มีการกระจาย จะเหลือเพียงผู้ป่วย การควบคุมไม่ไห้คนเดินทางกลับนั้น เราก็ต้องควบคุมด้วยกฎหมาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือ ถ้ายังเดินทางกันอีก โดยที่สภาพตัวเองก็ไม่พร้อม จึงต้องระมัดระวังตัวเอง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องเดินทาง แต่ถ้าจำเป็นต้องกลับบ้านจริงๆ ต้องป้องกันตัวเองสูงสุด เราไม่สามารถห้ามได้ ทุกคนมีอิสระเสรี แต่ต้องมีสำนึกรับผิดชอบ
          'อัศวิน'ชี้ร้านอาหารขายใส่ห่อ
          วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ระบุ เพื่อให้ทุกๆ ท่านเข้าใจอย่างชัดเจน ผมจึงขอออก คำสั่งอธิบายเพิ่มเติม สาระสำคัญคือ 1.ห้างสรรพสินค้า รวมถึงห้างสรรพสินค้าทุกประเภท (ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือคอมมูนิตี้ มอลล์) ต้องดำเนินการตามคำสั่งที่ออกไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการปิดพื้นที่เสี่ยงการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 2.ธนาคาร ในและนอกห้างเปิดได้ 3.ร้านอาหาร รวมถึงร้านอาหารในคูหา รถเข็น และแผงลอยจำหน่ายอาหาร ต้องจำหน่ายแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น 4.ร้านอาหารในสนามบินเปิดให้นั่งทานได้ (แต่ต้องมีมาตรการการเว้นระยะ)
          ชงปิดด่านถาวรทั่วปท.17จว.
          ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ปิดด่านชายแดนทั้งหมดทั่วประเทศ 18 ด่าน ใน 17 จังหวัด จากเดิมที่เป็นอนุโลม ให้เปิดด่านชายแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า จังหวัดละ 1 ด่าน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเป็นต้นไป ด่านที่เสนอให้ปิดเฉพาะด่านทางบกที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เพื่อไม่เข้า-ออก ให้ใช้ช่องทาง ดังกล่าวเพียงขนส่งสินค้าได้เท่านั้น โดย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการตามอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย ส่วนแต่ละด่านจะปิดถึงเมื่อไร แต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ประสานประเทศเพื่อนบ้านที่มีด่านทางบก ติดกัน เช่น ลาว เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย
          อิตาลียกระดับปิดเมืองถึง3เม.ย.
          ส่วนสถานการณ์ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ในต่างประเทศนั้น หลายประเทศยังวิกฤติ โดยเฉพาะอิตาลี นายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลังประชุมฉุกเฉิน ยกระดับมาตรการปิดเมืองหลังเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก ด้วยการที่สถานประกอบการ "ที่ไม่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน" ต้องปิดบริการจนถึง วันที่ 3 เมษายน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่า สถานประกอบการที่ยังเปิดดำเนินการ ต่อได้ น่าจะเป็นที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนบริการระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนมาตรการที่เพิ่มขึ้น เมื่อวันเสาร์คือปิดสวนสาธารณะ ทั่วประเทศ
          ทำสถิติอีก-วันเดียวดับ 793 ศพ
          ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขใน กรุงโรม รายงานสถิติประจำวันว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 793 คน ถือเป็นสถิติรายวันสูงสุด ครั้งใหม่ และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศมีอย่างน้อย 4,825 คน ส่วน ผู้ป่วยสะสมมีอย่างน้อย 53,578 คน พบเพิ่มอีก 6,557 คน ภายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นายซิลวิโอ บรูซาเฟอร์โร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพ แห่งชาติ ขอความร่วมมือที่จริงจังกว่านี้ ให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ภายในเคหสถาน เนื่องจากอายุขัยเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 78.5 ปี
          อินเดียซ้อมประกาศเคอร์ฟิว
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ว่า ชาวอินเดียประมาณ 1,300 ล้านคน เข้าสู่มาตรการเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 07.00 น. ถึง 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ (08.30 น. ถึง 22.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ตามที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงว่า การใช้เคอร์ฟิวครั้งนี้เพื่อ "ทดสอบศักยภาพ" ของประชาชนว่า พร้อมรับมือกรณีที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติระยะยาวหรือไม่นอกจากนี้ ผู้นำอินเดียมีแผนระงับบริการกิจการที่ไม่จำเป็น โดยให้พนักงานทำงานจากที่บ้านแทน ขณะที่โรงเรียนทั่วประเทศทยอยปิดเรียนและจัดการเรียนการสอนทางไกลแล้ว นอกจากนี้ อินเดียระงับการออกวีซ่าท่องเที่ยวให้กับพลเมืองต่างชาติ ทุกประเทศถึงวันที่ 15 เมษายน เช่นเดียวกับการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว ที่ระงับในทุกช่องทางผ่านแดนตั้งแต่วันและเวลาเดียวกัน
          จีนเจอติดรายแรกในรอบ4วัน
          คณะกรรมาธิการสาธารณสุข แห่งชาติของจีนรายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ถึงวันที่ 21 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตอีก 6 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วย สะสมในประเทศเป็นอย่างน้อย 3,261 คน ขณะที่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบ ผู้ป่วยใหม่ 46 คน จากจำนวนดังกล่าวเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1 คน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน โดยผู้ป่วยรายนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ทั้งนี้ สถิติผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 ในจีน มีอย่างน้อย 81,054 คน
          วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบ ผู้ติดเชื้อหลายประเทศทั่วโลก 308,615 คน เสียชีวิต 13,071 คน รักษาหาย 95,834 คน


pageview  1173159    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved