HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
ไทยโพสต์ [ วันที่ 21/02/2555 ]
กรมควบคุมโรค พัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อในจังหวัดชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง เตรียมรับมือการเคลื่อนย้ายประชากรเข้า-ออกประเทศที่เพิ่มขึ้น
          นายวิทยา บุรณศิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการพัฒนาระบบเฝ้าระวังเตือนภัย การจัดการที่มีประสิทธิผลทันการณ์ เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรคระบาด และภัยสุขภาพ โดยการดูแลกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอื่นๆ เช่น แรงงานต่างด้าว ซึ่งในขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยจำนวนมาก และมีโอกาสเจ็บปป่วยหรือแพร่เชื้อโรคได้ กระทรวงสาธารณสุข จึงให้ความสำคัญกับกานพัฒนารูปแบบการดำเนินการและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อบริเวณพื้นที่ชายแดน  ทั้งในด้านการจัดบริการสุขภาพ การเข้าถึงบริการและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของทุกปภาคส่วนไม่ว่า จะเป็นภาคราชการ เอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนองค์กรระหว่างปประเทศ
          นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อชายแดนลุ่มน้ำโขงที่โรงแรมวิวโขง จังหวัดนครพนมว่า กรมควบคุมโรคมีการเตรียมพร้อมสำหรับการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งจากข้อตกลงการจัดเขตการค้าเสรีอาเซียน(ASEAN Free Trade Area: AFTA) จะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายของประชากรและสินค้าเพิ่มมากขึ้น และเกิดผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศได้ โดยเฉพาะการแพร่โรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก อหิวาตกโรค เอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัรโรค โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ในการบริหารจัดการ และพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
          ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบงานป้องกันควบคุมโรคระหว่างประเทศจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ด่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในอำเภอชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี ผู้รับผิดชอบงานสาธารณสุขชายแดนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด เจ้าหน้าที่ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งผู้แทนจากสำนักที่เกียวข้องจากส่วนกลางของกรมควบคุมโรค ซึ่งการประชุมประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายและทิศทางการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อชายแดน” และ “ความร่วมมือการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อชายแดน” นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายหมู่ การแบ่งกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาศักยภาพและแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
          นพ.สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ของโรคติดต่อบริเวณชายแดนลุ่มแม่น้ำโขงในพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.อุบลราชธานี พบว่าโรคที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น โรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) ในปี 2554 มีรายงานโรคไข้เลือดออก จำนวน 4,186 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 65.99 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อัตราตายเท่ากับ 0.03 อัตราป่วยตายเท่ากับร้อยละ 0.05 โรคไข้มาลาเรีย (Malaria) มีรายงานโรคไข้มาลาเรีย จำนวน 772 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 12.17 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) มีรายงานโรคเลปโตสไปโรซิส จำนวน 643 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 10.1 ต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
          "ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้จึงมีความคาดหวังให้เกิดผล 5 ประการ คือ 1.มีระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่ชายแดนที่เข้มแข็ง และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครือข่าย 2.มีทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT) ที่มีประสิทธิผล รวมถึงมีการสอบสวนโรคร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในกรณีที่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้น3.ด่านป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎอนามัยระหว่างประเทศ 4.มีแผนงานการป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญในบริเวณชายแดน เช่น วัณโรค โรคเอดส์ หรือโรคอุบัติใหม่ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น ไข้หวัดนก เป็นต้น และ 5.มีการผลักดันให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างจังหวัดชายแดน เพื่อการเตือนภัยและเฝ้าระวังโรคติดต่อที่สำคัญ ซึ่งจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นพ.สุวรรณชัย  กล่าวทิ้งท้าย

pageview  1174287    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved