HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันที่ 22/07/2563 ]
ฝากขัง15โจ๋ซ่า ชกหมอพัง2รพ.

ไม่ให้ประกันนอนคุก โร่มอบตัวอีก 3-หนี3
          ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาแก๊งโหด ยกพวกบุกถล่ม 2 โรงพยาบาลไล่ชกแพทย์หญิงห้องฉุกเฉินไปฝากขังศาลก่อนคัดค้านประกันตัวส่งเข้าเรือนจำทั้ง 15 คน เร่งล่าอีก 3 หัวโจกเด็กซอยมหาวงษ์เปิดปากรับสิ้น เผยชนวนเหตุเอายาบ้าแค่ 10 เม็ดไปแลกสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จักในซอยโรงเหล็ก เจอเด็กเจ้าถิ่นบอกห้ามผ่าน รีบโทร.ตามพวกมาลุย เพื่อนพลาดโดนอริแทงสาหัส รีบพาไปรักษาหลังหมอบอกคนไข้ตายแล้ว พาลโมโหต่อยจนล้ม แล้วยกทีมไปล้างแค้นคู่อริอีกโรงพยาบาล ด้านหมอผวาหนักขอหยุดงาน ไม่กล้ากลับไปทำงานอีก ผอ.เตรียมย้ายให้ไปอยู่ รพ.ในเครือแทน
          จากเหตุการณ์แก๊งวัยรุ่นซอยมหาวงษ์แสดงพฤติกรรมเถื่อนยกพวกบุกเข้าไปทำร้ายแพทย์หญิงและเจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉิน รพ.วิภาราม-ชัยปราการ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ค. หลังไม่พอใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิตนายรัชพงษ์ หรือคิว วาสนา อายุ 23 ปี เพื่อนที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริซอยโรงเหล็กแทงเสียชีวิต ก่อนบ้าคลั่งพากันบุกไปล้างแค้นเอาคืนฝ่ายตรงข้ามที่ไปรักษาอาการบาดเจ็บในห้องฉุกเฉิน รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย ที่อยู่ไม่ไกลกัน ก่อนทุบทำลายอุปกรณ์ทางการแพทย์เสียหายย่อยยับ แพทย์และพยาบาลต่างหนีตายชุลมุนวุ่นวาย หลังเกิดเหตุตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 คน ยังเหลืออีก 7 คน ขณะที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุสถานหนัก
          ความคืบหน้าการดำเนินคดีแก๊งอันธพาลบุกทำร้ายหมอ มีรายงานว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.บุญฤทธิ์ เชิญเชื้อ สว. (สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ อ.พระประแดง พร้อมพวกได้ติดตามตัวผู้ต้องหาได้อีก 4 คน ทำให้ขณะนี้จับกุมผู้ก่อเหตุแล้ว 15 คน ประกอบด้วย 1.นายนิพล หรือมินวันชม อายุ 23 ปี 2.นายอนิรุตน์ หรือนิ่ม นิ่มเสือ อายุ 20 ปี 3.นายภานุวัฒน์ หรือกั๊ก แย้มสุข อายุ 28 ปี 4.นายประทีป หรือโป้ง สุดสะอาด อายุ 29 ปี 5.นายวิโรจน์ หรือจ้า จิตรักษ์ อายุ 22 ปี 6.นายทีธร หรือตูน วรวาทิน อายุ 27 ปี 7.น.ส.ณัฐณพัศชา หรือแหม่ม นิพัทธ์ธมล อายุ 30 ปี 8.น.ส.บัญชลี หรือไอซ์ ฤทธิรงค์ อายุ 21 ปี 9.น.ส.สุรางคณา หรือนุ๊ก นพสกุลนา อายุ 24 ปี 10.นายสุวิทย์ หรือเอ็ม ปิยมาตร อายุ 20 ปี 11.นายจาตุรานนท์ หรือจา จรุงสถิตพงศ์ อายุ 22 ปี 12.นายธรรมรัตน์ หรือกอล์ฟ สุวรรณสิทธิ์ อายุ 21 ปี 13.นายนาวี หรือต่อย พรมจรินทร์ อายุ 21 ปี 14.นายอรรถพล หรือแฮ๊ก บุญประเสริฐ อายุ 21 ปี ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นซอยมหาวงษ์ และ 15.นายธนพล หรือแจ๊ค ทองชัยยะ อายุ 21 ปี เป็นวัยรุ่นกลุ่มซอยโรงเหล็กที่ใช้มีดแทงนายรัชพงษ์ เสียชีวิต หลังสอบปากคำพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหา 15 คนไปยื่นฝากขังผัดแรกศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ก่อนส่งไปคุมขังเรือนจำกลางสมุทรปราการ
          มีรายงานว่า พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ สั่งตั้งคณะทำงานทีมสอบสวนเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลคดีดังกล่าว พร้อมเร่งรัดทำสำนวนส่งฟ้องดำเนินคดีผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุอุกอาจกลุ่มคนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมายบุกเข้าไปก่อเหตุทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์ถึงโรงพยาบาล ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ต้องหาที่อยู่ในกลุ่มซอยมหาวงษ์ติดต่อเข้ามอบตัวอีก 3 คน มีนายรังสิมันต์ หรือเพชร โตมรวัชรินทร์ นายกิตติพัน หรือกบ อภิเดช และนายวิชัย หรือบอล อยู่เล็ก ขณะนี้ยังเหลือผู้ร่วมก่อเหตุในกลุ่มซอยโรงเหล็กอีก 3 คน ตำรวจจะเรียกตัวมาสอบสวนต่อไป ขณะเดียวกันในส่วนของรพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย ที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหายกพวกถล่มได้รับความเสียหาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับมอบอำนาจจากผู้บริหารเข้าร้องทุกข์ตำรวจแล้ว โดยมีทรัพย์สินเสียหายประมาณ 50,000 บาท
          ขณะที่แนวทางการดำเนินคดีตำรวจแยกเป็น 3 คดี เหตุการณ์แรกเริ่มจากกลุ่มวัยรุ่นเด็กมหาวงษ์ 8 คน และกลุ่มเด็กวัยรุ่นซอยโรงเหล็ก 5 คน ยกพวกถล่มแทงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งหมดมีความผิดในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บ ส่วนนายธนพล มือมีดถูกแจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุที่ 2 เกิดใน รพ.วิภารามชัยปราการ ผู้ก่อเหตุทั้งหมด 9 คนในความผิดร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และเหตุที่ 3 บุกรุก รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย มีผู้ร่วมก่อเหตุ 18 คน ความผิดข้อหามั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ ร่วมกันบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ในเวลากลางคืน ทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทั้งนี้ผู้ต้องหาหลายคนถูกดำเนินคดีหนักทั้ง 3 เหตุการณ์
          นายอรรถพล หรือแฮ๊ก ผู้ต้องหา หัวโจกแก๊งเด็กซอยมหาวงษ์ ยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเดินทางเข้าไปในซอยโรงเหล็กซึ่งเป็นที่เกิดเหตุจุดแรก เพราะจะนำยาบ้า 10 เม็ดไปแลกกับสว่านไฟฟ้ากับคนรู้จักคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในซอยดังกล่าว ระหว่างผ่านหน้าบ้านวัยรุ่นซอยโรงเหล็กเจ้าถิ่น ถูกกลุ่มคู่กรณีห้ามผ่าน และขู่จะแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก ทำให้มีปากเสียงกัน จึงโทรศัพท์ตามพรรคพวกในซอยมหาวงษ์มาช่วยกลายเป็นเหตุบานปลายลามเข้าไปในโรงพยาบาล หลังสอบปากคำตำรวจพานายอรรถพลผู้ต้องหาไปชี้จุดซ่อนยาบ้า 10 เม็ด ก่อนแจ้งข้อหา ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เพิ่มอีก 1 กระทง
          ขณะที่นายภานุวัฒน์ หรือกั๊ก ผู้ต้องหาที่เป็นคนชกแพทย์หญิงภายในห้องฉุกเฉิน รพ.วิภารามชัยปราการ รับสารภาพว่า เป็นคนต่อยหมอจริง เนื่องจากโมโหหลังทราบว่าเพื่อนคือนายรัชพงษ์ หรือคิว เสียชีวิตแล้ว รีบเดินไปถามว่าใครเป็นคนบอกว่าเพื่อนตายแล้ว มีหมอผู้หญิงพูดขึ้นว่าหมอเอง ด้วยความโมโหเข้าไปชกหน้าหมอจนล้ม จากนั้นมีบุรุษพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆพยายามเข้ามาต่อยตน นายนิพล หรือมิน เข้ามาช่วยและชกบุรุษพยาบาลก่อนที่ญาตินายคิวเข้ามาห้ามและขอร้องไม่ให้มีเรื่อง ก่อนพากันออกจากห้องฉุกเฉิน ส่วนนายนิพล ยอมรับเช่นกันว่าเป็นคนชกต่อยบุรุษพยาบาลที่พยายามเข้าไปช่วยหมอ
          สายวันเดียวกัน นายอนัน วาสนา อายุ 47 ปี และนางสนทยา วาสนา อายุ 49 ปี พ่อแม่ของนายรัชพงษ์ ผู้เสียชีวิต นิมนต์พระไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกชายบริเวณจุดเกิดเหตุในซอยโรงเหล็ก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง นางสนทยากล่าวว่า ลูกชายเป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบ วันเกิดเหตุเป็นวันหยุด ลูกนั่งทานข้าวอยู่มีเพื่อนๆมาหาและชวนกันออกไปข้างนอก กระทั่งมีเพื่อนอีกคนโทร.มาบอกว่าลูกชายถูกแทง รีบเดินทางไปโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกลูกไม่มีชีพจรแล้ว จริงๆแล้วผู้ตายไม่ได้สนิทสนมกับวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวมากนัก รู้จักกันเพียงแค่โตและอยู่ซอยเดียวกันเท่านั้น
          ด้าน พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ ชาญสมร ผอ.รพ.วิภารามชัยปราการ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงแพทย์หญิงที่ถูกทำร้าย เพราะยังอยู่ในอาการเสียขวัญอย่างมาก ตอนนี้ก็ขอหยุดงานไม่อยากกลับมาทำงานอีกแล้ว เนื่องจากกลัวไม่ปลอดภัย ทางโรงพยาบาลก็เห็นใจและกังวลมาก หากหมอไม่กลับมาทำงานต่อ หมอทำงานมาหลายปี เอาใจใส่ให้ความสำคัญคนไข้เป็นอันดับแรก ทำให้มีคนไข้มาก จึงพยายามหาทางออกอาจให้หมอย้ายไปทำงานโรงพยาบาลในเครือ รพ.วิภารามชัยปราการ
          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึง กรณีกลุ่มวัยรุ่นบุกทำร้ายแพทย์ พยาบาล หลังไม่พอใจการรักษาที่ รพ.วิภารามชัยปราการ และ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย ว่า เรื่องการทะเลาะวิวาทกันเป็นเรื่องน่าตำหนิ เพราะโทษหมอว่าไม่รักษาให้รอดชีวิต เป็นเรื่องอารมณ์ กระทรวงสาธารณสุขโดยอธิบดีกรมสนับสนุนสุขภาพที่ดูแลควบคุมโรงพยาบาล จะเข้าไปตรวจสอบ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่โรงพยาบาลทำผิดไม่ใช่การประกอบโรคศิลป์ที่ผิด ดังนั้นฝ่าย ปกครองและบ้านเมือง โดยเฉพาะตำรวจต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด อย่าให้คนพวกนี้ไปทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะแพทย์ กรณีการทำร้ายร่างกายแพทย์ ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องแจ้งความดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ส่วนที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อย มองว่าไม่เกี่ยวกับโรงพยาบาล แต่เป็นเรื่องของจิตสำนึก เรื่องแบบนี้ยอมความไม่ได้ เพราะเป็นคดีอาญา เป็นพฤติกรรมที่แย่
          นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สั่งการให้สถานพยาบาลทุกแห่งดูแลความปลอดภัยผู้ป่วยและบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ ทบทวนและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด หากผู้บริหารในพื้นที่ละเลย หรืออะลุ่มอล่วยจะดำเนินคดีมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทุกคนช่วยกันยุติการก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในปี 62 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายในโรงพยาบาล 6 ครั้ง แจ้งความดำเนินคดีทุกราย คดีถึงที่สุดแล้วทั้งหมด 3 คดี


pageview  1174832    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved