HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันที่ 17/06/2563 ]
ไทยเฮยาวๆ 22วัน ปลอดโควิด

  ข่าวดีอีกวัน ไทยไร้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศต่อเนื่อง 22 วัน ไร้ผู้เสียชีวิตเพิ่ม ขณะที่ผู้ป่วยรักษาหายอีก 6 ราย ทำ ให้เหลือผู้ป่วยใน รพ. 84 คน ด้านนายกฯ สั่งช่วยคนไทยในอียิปต์ จัด 4 เที่ยวบินตลอดเดือน ก.ค. คาดขนกลับได้ ราว 1 พันคน ขณะที่ผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นกว่า 8.1 ล้านคน โดยเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปอเมริกา ส่วนจีนกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดกับกรุงปักกิ่ง หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเกินร้อยคน
          สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลกยังน่าห่วง เมื่อ จีนที่ปลอดผู้ติดเชื้อมาระยะหนึ่ง กลับมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศจำนวนหลักร้อย ส่วนทวีปอเมริกา ยังเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด เมื่อมีผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อทั่วโลก ขณะที่ไทยไร้ผู้ติดเชื้อทั้งในประเทศและกลับจากนอกต่ออีกวัน
          ศบค.ปลื้มไทยไร้ติดเชื้อ 22 วัน
          ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 16 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวในการแถลงข่าวว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มทั้งในประเทศและในสถานที่กักตัวของรัฐทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,135 ราย เป็นผู้ป่วยภายในประเทศ 2,444 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ 198 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 6 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,993 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 84 ราย ไม่มี รายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย ขณะนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 22 วันต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานและระยะหลังพบผู้ป่วยติดเชื้อไม่แสดงอาการมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ออกไปทำงานนอกบ้านต้องสวม หน้ากาก และอาบน้ำทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน เพื่อไม่ให้ มีการแพร่กระจายเชื้อให้คนในบ้าน
          คนไทยกลับจากคูเวตป่วยสูงสุด
          ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า อยากเน้นย้ำประชาชนเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการเปิดกิจการในระยะที่ 4 ซึ่งมีกิจการกิจกรรมและสถานที่หลายแห่ง เป็นกิจการที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง มีการรวมตัวกันค่อนข้างมาก ดังนั้นประชาชนต้องร่วมกันในการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง ส่วนสถานการณ์ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในสถานที่กักตัวของรัฐ เมื่อจำแนกตามประเทศต้นทางจะพบว่า คนไทยที่เดินทางกลับมาจากคูเวตเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยสูงสุด 17 ราย ซาอุดีอาระเบีย 9 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 9 ราย อินเดีย 7 ราย ตามลำดับ
          ทั่วโลกติดเชื้อกว่า 8 ล้านราย
          พญ.พรรณประภากล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 8,113,679 ราย เสียชีวิต 439,085 ราย สำหรับประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา 2,182,950 ราย บราซิล 891,556 ราย และรัสเซีย 537,210 ราย ส่วนสถานการณ์ในฝั่งเอเชียพบว่าสูงสุดที่ประเทศอินเดีย มีผู้ป่วยสะสม 3.4 แสนราย ป่วยรายใหม่ประมาณ 1 หมื่นราย เสียชีวิตสะสม 9.9 พันราย ขณะที่ปากีสถาน บังกลาเทศ มีผู้ป่วยรายใหม่หลักพันคน ต่อวัน ส่วนประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มีผู้ป่วยรายใหม่หลักร้อยราย แต่จะเห็นว่าอินโดนีเซียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยหลักพันคน จึงต้องจับตาต่อไป ส่วนญี่ปุ่นมีผู้ป่วยรายใหม่ 73 ราย เกาหลีใต้มีผู้ป่วยรายใหม่ 34 ราย ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 88
          เช็กอินเข้าออกร้านค้าช่วยจำกัดวง
          เมื่อถามว่า เวลาเข้าไปห้างสรรพสินค้าเช็กอินเข้า-ออก จำเป็นต้องเช็กอินที่ร้านค้าในห้างด้วยหรือไม่ พญ.พรรณประภากล่าวว่า การสแกนหลายครั้งอาจจะสร้างความไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ความสำคัญของการสแกนหลายที่จะช่วยให้เราสามารถจำกัดวงคนที่สัมผัสเสี่ยงสูงได้แคบลง หากเกิดการติดเชื้อขึ้นจริง หากไม่สแกนที่ร้านอาจจะต้องเอาคนที่ไปห้างสรรพสินค้าตอนนั้นมาตรวจทั้งหมด ซึ่งมีข้อมูลว่ามีการไปห้างฯมากถึงวันละประมาณ 8 หมื่นคน
          นายกฯสั่งช่วยคนไทยพ้นอียิปต์
          ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตาม สถานการณ์คนไทยที่อยู่ในประเทศอียิปต์อยู่ตลอดเวลา ยืนยันรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีคนไทยอยู่ในอียิปต์จำนวน 4,137 คน ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดเที่ยวบินเพื่อรับคนไทยในประเทศอียิปต์กลับมาแล้ว 2 เที่ยวบินในวันที่ 8 พ.ค. และ 9 มิ.ย.รวม 410 คน ขณะนี้มีคนไทยในประเทศอียิปต์ลงทะเบียนแสดงความประสงค์จะเดินกลับประเทศอีก 690 คน จากจำนวนคนไทย 4,000 กว่าคน ซึ่ง สถานเอกอัครราชทูตไทยที่อียิปต์กำลังสำรวจคนไทยที่แสดงความประสงค์กลับประเทศไทยเพิ่มเติม
          ก.ค.จัด 4 เที่ยวบินรับกลับ
          นางนฤมลกล่าวว่า ช่วงเดือน ก.ค. รัฐบาลเตรียมจัด 4 เที่ยวบิน รับคนไทยในประเทศอียิปต์กลับประเทศ เที่ยวบินละประมาณ 250 คน รวมประมาณ 1,000 คน ในวันที่ 3, 8, 17 และ 24 ก.ค. สำหรับการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาและคนไทยในอียิปต์ได้ปรึกษากับแพทย์นั้นได้จัดระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์พูดคุยและปรึกษา รวมทั้งรับทราบข้อมูลของโรคโควิด-19 และแนวทางการดูแลตนเอง และการรักษาในเบื้องต้นแล้ว และจัดตั้งกลุ่มไลน์ระหว่างนักศึกษาและคนไทยในอียิปต์กับแพทย์/ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อให้คำปรึกษาได้อย่างรวดเร็ว สร้างความอุ่นใจให้กับคนไทยในประเทศอียิปต์ ขอให้คนไทยในประเทศอียิปต์อย่าเป็นกังวล ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รัฐบาลจะดูแลและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
          คนไทยกลับมาพบมีไข้อื้อ
          ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 16 มิ.ย. มีคนไทยจากหลาย ประเทศในทวีปแอฟริกา ญี่ปุ่น อุซเบกิสถาน และกาตาร์ ทยอยเดินทางกลับถึงไทย จำนวน 4 เที่ยวบิน เริ่มจากเวลา 10.06 น. กลุ่มคนไทยในประเทศแอฟริกาใต้ ราชอาณาจักรเลโซโท และประเทศใกล้เคียง รวม 161 คน เดินทางมาถึงไทย พบผู้เดินทางเข้าประเทศมีไข้ 4 คน จากนั้นเวลา 15.30 น. คนไทยที่ตกค้างในประเทศญี่ปุ่น และนักการทูตชาวญี่ปุ่น 2 คน กับนักธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่น 19 คน รวมจำนวน 211 คน ในจำนวนนี้เป็นพระภิกษุ 1 รูป เดินทางกลับมา ถึงพบผู้เดินทางชาวไทยมีไข้ 16 คน ต่อด้วยคณะคนไทยในประเทศอุซเบกิสถาน 37 คน เดินทางมาถึงในเวลา 16.00 น. ตรวจพบมีไข้ 1 คน และกลุ่มคนไทยที่ตกค้างในประเทศกาตาร์ จำนวน 155 คน เดินทางมาถึงในเวลา 17.30 น. พบมีไข้ 3 คน ทั้งนี้ กลุ่มคนไทยที่พบมีไข้จะถูกนำตัวไปที่ รพ.ใน จ.สมุทรปราการ ที่เหลือเจ้าหน้าที่พาไปกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐใน กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และชลบุรี
          ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มต่อเนื่อง
          ด้านความคืบหน้าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ว่า มีผู้ติดเชื้อกว่า 8.1 ล้านราย เสียชีวิต ใกล้ 4.4 แสนราย รักษาหายร่วม 4.2 ล้านราย โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดร่วม 2.2 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก ขณะที่การแพร่ระบาดรวดเร็วสุดอยู่ในละตินอเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียน มีผู้ติดเชื้อกว่า 1.68 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 21 ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก เสียชีวิตแล้วกว่า 80,000 ราย โดยเฉพาะบราซิล ซึ่งมีประชากรกว่า 212 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อกว่า 891,000 ราย เสียชีวิตกว่า 44,000 ราย มากกว่าทั้งทวีปเอเชียรวมกัน ขณะที่เม็กซิโก ที่มีประชากรกว่า 128 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของละตินอเมริกา อยู่ที่ 17,580 ราย ยอดติดเชื้อรวมราว 150,000 ราย
          เตือนปักกิ่งสถานการณ์รุนแรง
          ส่วนที่จีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) รายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศที่กรุงปักกิ่งอีก 27 ราย ทั้งหมดเชื่อมโยงกับตลาด “ซินฟาตี้” ตลาดค้าส่งของสดขนาดใหญ่สุดของกรุงปักกิ่ง รวมยอดผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะตลอด 5 วันนับตั้งแต่กลับมาแพร่ระบาดซ้ำคือ 106 ราย ซึ่งมีคนไปตลาดแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.ราว 200,000 คน และยังพบอีก 4 รายในมณฑลเหอเป่ย ใกล้กับกรุงปักกิ่ง ทำให้หลายเมืองทั่วประเทศเตือนประชาชนที่เพิ่งมาจากกรุงปักกิ่งต้องกักตัวเอง ต่อมานายซู เหอเจี๋ยน โฆษกเทศบาลกรุงปักกิ่ง แถลงเพิ่มเติม เตือนว่าสถานการณ์ไวรัสในกรุงปักกิ่งถือว่ารุนแรงขั้นสูงสุด พร้อมประกาศใช้มาตรการสกัดกั้นที่เข้มงวดเพิ่มเติม สั่งให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ตลาดและตลาดสดใกล้เคียงเข้ารายงานตัวเพื่อตรวจหาเชื้อและกักบริเวณตัวเองอยู่ในที่พัก ประชาชนที่อยู่ในเขตเฟิงไท่และเขตใกล้เคียงห้ามเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง ขณะที่บริการแท็กซี่ห้ามไปส่งผู้โดยสารนอกพื้นที่กรุงปักกิ่ง
          เชื่อเป็นเชื้อที่ระบาดในยุโรป
          นอกจากนี้ ทางการจีนยังออกคำสั่งปิดตลาดในกรุงปักกิ่งแล้ว 11 แห่ง และส่งเจ้าหน้าที่ฉีดสารฆ่าเชื้อทำความสะอาดตลาดสด 276 แห่ง บริษัทขายอาหารและเครื่องดื่ม 33,000 แห่ง ส่วนนาย อู่ จุนยู ผู้อำนวยการฝ่ายโรคติดต่อ ประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน เผยด้วยว่า จากการตรวจสอบเชื้อที่แพร่ระบาดระลอกใหม่ในกรุงปักกิ่งพบว่า เป็นโควิด-19 สายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในยุโรป จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อจะมาจากต่างประเทศ หรือก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะมาจากภูมิภาคอื่นในจีน
          มะกันยอดดับไม่ถึง 400
          ที่สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เผยตลอด 24 ชม.ที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 385 ราย รวมสะสม 118,000 ราย ถือว่าตายต่ำกว่า 400 รายเป็นวันที่ 2 นับแต่การแพร่ระบาดช่วงเดือน มี.ค. ด้านสถาบันการประเมินและระบบเมตริกสุขภาพ (ไอเอชเอ็มอี) ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ จะเกิน 200,000 รายในช่วงต้นเดือน ต.ค. เพราะมาตรการการเปิดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรัฐฟลอริดาที่จะมีผู้เสียชีวิตมากสุดราว 18,000 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 186 จากที่ประเมินไว้เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ว่าอยู่ที่กว่า 6,500 ราย
          กลับลำเลิกใช้ยาต้านมาลาเรีย
          นอกจากนี้มีรายงานว่า สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ประกาศถอนการอนุญาตให้ใช้ยารักษาโรคมาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควีน (Hydroxychloroquine) และคลอโรควีน (Chloroquine) ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 หลังมีหลักฐานเพิ่มเติมว่ายาดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล และมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายถึงตายได้ ซึ่งการถอนการอนุญาตในครั้งนี้ทำให้รัฐบาลกลางจะไม่จัดส่งยานี้ให้แก่หน่วยงานสาธารณสุขส่วนท้องถิ่นและของรัฐต่างๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
          ไม่สวมหน้ากากห้ามขึ้นเครื่อง
          ขณะที่เหล่าสายการบินในสหรัฐฯ ทั้งอลาสกา แอร์ไลน์ส อเมริกัน แอร์ไลน์ส เดลต้า แอร์ไลน์ส ฮาวายเอียน แอร์ไลน์ส เจ็ตบลู แอร์เวย์ส เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส และแอร์ไลน์ส ฟอร์ อเมริกา ร่วมกันแถลงเตือนผู้โดยสารที่ปฏิเสธไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าระหว่างการเดินทาง ยกเว้นช่วงรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม จะถูกขึ้นบัญชีดำไม่ให้เดินทางขึ้นเครื่องบินของสายการบิน โดยมาตรการนี้จะยังใช้อยู่ไปตลอดที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
          ปรับเงิน รมว.ศธ.บราซิล
          นายอับราฮัม ไวน์ทรอบ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการบราซิล ถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในกรุงบราซิเลียปรับเป็นเงิน 2,000 เรอัลบราซิล หรือเกือบ 12,000 บาท โทษฐานอยู่ในที่สาธารณะโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ระหว่างเดินช่วยหาเสียงให้กับประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการสวมหน้ากากป้องกันโรคในที่สาธารณะ เพราะเห็นว่าไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา และมักไม่ใส่หน้ากากเวลาออกไปหาเสียงเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่ถูกปรับเงิน
          ภริยาผู้นำยูเครนติดเชื้อ-เข้า รพ.
          ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนว่า นางโอเลนา เซเลนสกา ภริยาของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เข้ารับการรักษาอาการป่วยจากไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลในกรุงเคียฟ จากการตรวจร่างกายพบมีอาการปอดบวมระดับปานกลาง แต่อาการทรงตัวและไม่จำเป็นต้องบำบัดด้วยออกซิเจน ทั้งนี้ ภริยาของผู้นำยูเครนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การตรวจร่างกายล่าสุดของประธานาธิบดีเซเลนสกีและลูกทั้ง 2 คน มีผลเป็นลบ ไม่ติดเชื้อ ส่วนที่รัสเซีย ยอดผู้ติดเชื้อรวมพุ่งเป็น 545,458 คน หลังพบติดเชื้อในวันเดียว 8,248 คน เสียชีวิตรวมขยับเป็น 7,284 คน
          กีวีพบผู้ติดเชื้อกลับเข้า ปท.
          กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ 2 รายที่เพิ่งเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักร และเกี่ยวโยงกัน หลังไม่พบผู้ติดเชื้อในรอบ 24 วัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพียง 22 ราย ติดเชื้อราว 1,500 คนจากประชากร 5 ล้านคน ทำให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลยกเลิกมาตรการคุมเข้ม ทั้งเว้นระยะห่างทางสังคม การชุมนุมกันในจำนวนจำกัด แต่ยังปิดพรมแดน ยกเว้นพลเมืองกับแรงงานจำเป็นที่เดินทางกลับเข้าประเทศที่ต้องกักตัว 14 วัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น เผยว่า ตนไม่ได้ประกาศปลอดเชื้อโควิด เพราะเชื่อว่าจะแพร่อีกในอนาคตนี้
          อังกฤษเริ่มทดลองวัคซีนในคน
          ขณะเดียวกัน เริ่มมีข่าวดีเมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ในอังกฤษ จะเริ่มทดลองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในคนเป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ หลังทดลองกับสัตว์แล้วพบว่าปลอดภัยและแสดงถึงสัญญาณการตอบสนองของภูมิคุ้มกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้การทดลองวัคซีนในคนจะเริ่มกับอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีราว 300 คน หากผลออกมาดี ก็จะทดลองเพิ่มกับกลุ่มอาสาสมัครอีกราว 6,000 คน ภายในปีนี้
          1 ใน 5 ประชากรโลกเสี่ยงป่วย
          อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ของวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอน ของอังกฤษ ซึ่งเผยแพร่ลงในวารสารการแพทย์ “เดอะ แลนเซต” เผยว่า ประชากรโลก 1 ใน 5 หรือราว 1,700 ล้านคน ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพทั้งโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคปอด โรคเอดส์ มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเฉพาะในประเทศหมู่เกาะเล็กๆ เช่น ฟิจิ มอริเชียส ซึ่งติดอันดับมีผู้ป่วยเบาหวานมากที่สุดในโลก หรือประเทศเอสวาตินี กับเลโซโท ในแอฟริกา ซึ่งมีการติดเชื้อเอชไอวี/ เอดส์ มากที่สุด
          ระงับขยายสนามบินชางงี
          หนังสือพิมพ์เดอะ สเตรตส์ ไทมส์ ของสิงคโปร์รายงานว่า กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์จะระงับการก่อสร้างอาคารรองรับผู้โดยสารแห่งที่ 5 ในสนามบินนานาชาติชางงี เป็นเวลา 2 ปี เพื่อศึกษาเพิ่มเติมว่าอุตสาหกรรมการบินโลกจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด ทั้งต้องเปลี่ยนการออกแบบอาคาร เพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็น ส่วนสถาบันการแพทย์ดุค-เอ็นยูเอสของสิงคโปร์ ประกาศจะทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทอาร์คทูรัส สหรัฐฯ ในร่างกายมนุษย์เดือน ส.ค.นี้ หลังการทดสอบในหนูมีผลลัพธ์น่าพึงพอใจ

          บรรยายใต้ภาพ
          เดินหน้าชีวิตต่อไปก้าวผ่านโควิด-19
          คลายล็อก ร้านค้าใจกลางเมืองเบลฟาสต์ สหราชอาณาจักร กลับมาเปิดทำการเมื่อรัฐบาลอนุญาตให้ร้านค้าปลีกเปิดขายได้ หลังจากปิดไป 3 เดือน.
          ผ่อนคลาย ลานจัตุรัสเซนต์ มาร์ค เมืองเวนิส อิตาลี มีนักท่องเที่ยวนั่งจิบกาแฟชื่นชมบรรยากาศ หลังผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19.
          ตรวจตรา ตำรวจสวมหน้ากากอนามัยระหว่างตรวจความสงบเรียบร้อยใกล้พระราชวังเคียงบก แลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงโซล เกาหลีใต้.
          คิวยาว ซารา ห้างชื่อดังในเมืองเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ มีลูกค้ามายืนรอคิวยาว หลังจากปิดไป 3 เดือนเพราะโควิด-19 แพร่ระบาด.
          ระยะห่าง ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการระยะห่างทางสังคม นั่งพักผ่อนเป็นกลุ่มโดยเว้นระยะห่าง ที่หน้าวิหาร เซนต์ไอแซคในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ล่าสุดทางการเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการป้องกันทีละน้อย ถึงแม้จะยังมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเป็นจำนวนมาก.
          เรียกร้อง พยาบาลรวมตัวประท้วง แฟลชม็อบ ที่ลานจัตุรัสปิอาซา เดล โปโปโบล กรุงโรม อิตาลี เรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงค่าจ้าง สวัสดิการ และรูปแบบการทำงาน ระหว่างสู้ภัยโควิด-19.
          เตรียมรับ เจ้าหน้าที่ดัดแปลงห้องจัดเลี้ยงที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เป็นห้องผู้ป่วยชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ป่วยรายใหม่แยกจากผู้ป่วยหนัก หลังรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการป้องกันโควิด-19 เกรงว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น.
          ไม่กลัว ภายหลังทางการประกาศผ่อนคลายร้านบาร์ในเมืองนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ตามปกติ บรรยากาศกลับมาคึกคัก มีลูกค้ามารอใช้บริการจำนวนมาก.
          ผ่อนปรน ชายหาดทะเลเมืองบาร์เซโลนา สเปน มีประชาชนจำนวนมากไปตากอากาศ หลังทางการประกาศผ่อนปรนมาตรการป้องกันโควิด-19 ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยให้ปฏิบัติตัวตามแนวทางนิวนอร์มอล ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโควิด-19 ระบาดซ้ำ.
          ป้องกัน ชายหาดเมืองกาเยอ ซูร์ แม ฝรั่งเศส จัดทำเต็นท์ริมหาดแยกเป็นหลังๆเพื่อใช้เป็นที่อาบแดดสำหรับประชาชน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ.
          เปิดฮอลลีวูด นักแสดง โพสท่าให้ช่างภาพถ่ายภาพที่ฮอลลีวูดรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หลังทางการอนุญาตให้ธุรกิจบันเทิงเปิดทำการได้.
          เขาเขียวเปิด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เปิดให้บริการแล้วมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติหนาตา โดยมีการป้องกันโควิด-19 เข้มข้น.
          ขอบคุณ ซีไลฟ์แบงคอก สยามพารากอน นำบุคลากรจากสถาบันบำราศนราดูรเข้าชมบรรยากาศใต้ทะเลเพื่อขอบคุณที่ต่อสู้โควิด-19.
          สวมหน้ากาก ประชาชนในกรุงแบกแดด อิรัก ออกจับจ่ายข้าวปลาอาหารในซุปเปอร์มาร์เกต โดยสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันติดเชื้อโควิด-19.
          เปิดเฟส 4 สวนสนุกโยโย่แลนด์ ซีคอนสแควร์ เปิดให้เด็กๆเข้าไปเที่ยวสนุกอีกครั้ง หลังผ่อนปรนระยะ 4 โดยมีการป้องกันเชื้อโรคเข้มงวด.
          กั้นระยะ ร้านจำหน่ายรองเท้าในเมืองฮัลเลย์ อังกฤษ ติดตั้งฉากกั้นระยะห่างระหว่างพนักงานกับลูกค้าตามมาตรการป้องกันไวรัส.
          เปิดแล้ว สยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือสวนสยามทะเลกรุงเทพ กลับมาเปิดบริการตามปกติ โดยมีผู้คนพาครอบครัวไปเที่ยวเล่นกันคึกคัก.


pageview  1174831    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved