HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันที่ 24/03/2563 ]
ไทยรายที่2ตายเซ่นโควิดในสหรัฐ

 แม่ครัววัย66ปีเผยยอดทั่วปท.ติดเชื้อ599รายทั่วโลกทะลุแสนตร.แจง191ป่วย
          ป่วยโควิดพุ่งเพิ่ม 188 คน กลุ่มสนามมวย 21 ผับบาร์ 5 รอสอบสวนโรคอีก 108 ยอดป่วยสะสม 599 คนหญิงไทยหัวหน้าแม่ครัวที่สหรัฐ เป็นคนไทยรายที่ 2 ที่เสียชีวิต เป็นรายแรกที่เสียชีวิตนอกประเทศ สธ.วอนคนกทม.อยู่บ้าน ไม่กลับบ้านตจว.เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ สงขลาเตรียมรับกว่า 100 คนกลับจากแสวงบุญ อินโดฯ โฆษก ตร.โต้ ตร.สายตรวจ 191 ติดโควิด ไม่ได้มาสนามมวย หลังกลับบ้านอุดรฯ เพิ่งตรวจพบเชื้อ นครปฐมปิดตลาดหลังแม่ลูกติดโควิดเดินทั่ว ด้านผบช.ช่วยรบที่ 3 เปิดค่ายเอกาทศรถ แจงไม่ได้ปกปิดทหารสัญญาบัตรติดไวรัส รับเป็น กก.มวยลุมพินี 6 มี.ค. สั่งกักตัวอีก 18 นายใกล้ชิดแล้ว บัวแก้วแจง ทูตวอชิงตันพบหญิงไทยสังเวยชีวิตที่สหรัฐ ทั่วโลกป่วย 307,280 คน จาก 171 ชาติ เซ่นแล้ว 13,049 ศพ
          วันเดียวป่วยโควิดพรวด188
          เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ว่า วันที่ 22 มี.ค. มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่จำนวน 188 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องสถานที่มีผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 65 ราย คือ กลุ่มสนามมวย 21 ราย เป็น นักมวย เซียนมวย คนปล่อยแถวนักมวย และผู้ชมจาก กทม. เลย หนองบัวลำภู ปทุมธานี อุดรธานี ชลบุรี นนทบุรี พัทลุง แพร่ และสมุทรปราการ กลุ่มสถานบันเทิง 5 ราย เกี่ยวข้องพนักงานร้านอาหาร พนักงานเสิร์ฟ พนักงานต้อนรับ ทั้งจาก กทม. อุดรธานี และเพชรบูรณ์ โดยมีประวัติทำงานผับย่านทองหล่อ กลุ่มเข้าร่วมพิธีศาสนาที่มาเลเซีย 2 ราย ที่นราธิวาส และยะลา  และกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 37 ราย กระจายใน กทม. สมุทรปราการ สุโขทัย นนทบุรี ชลบุรี ปัตตานี สงขลา ขอนแก่น ปราจีนบุรี อุดรธานี สัมผัสผู้ป่วยกลุ่มสนามมวย กลุ่มสถานบันเทิง และกลุ่มกลับจากปอยเปต ประเทศกัมพูชา
          2.ผู้ป่วยรายใหม่ 123 ราย แบ่งเป็น กลุ่มเดินทางจากต่างประเทศ 8 ราย เป็นคนไทย 6 ราย ทำงานผับปอยเปต นักเรียนกลับจากอิหร่าน เป็นต่างชาติ 2 ราย คือ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ และอเมริกัน กลุ่มทำงานหรืออาศัยในที่แออัดเจอคนจำนวนมากหรือใกล้ชิดชาวต่างชาติ 7 ราย คือ คนขายลอตเตอรี่ และค้าขายแถวสนามมวย และกลุ่มที่ได้รับผลแล็บยืนยันพบเชื้อแล้ว แต่รอการสอบสวนโรค จำนวน 108 ราย เนื่องจากปริมาณเข้ามาจำนวนมาก ต้องขอเวลาสอบสวนโรค
          วอนพักกลับบ้านตจว.
          นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ป่วยหนักยังเท่าเดิม 7 ราย กระจายอยู่สถาบันบำราศนราดูร ร.พ.เพชรบูรณ์ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.ศิริราช และ ร.พ.เอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ ต้องเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร โดยสรุปมีผู้ป่วยสะสม 599 ราย รักษาหาย 45 ราย ยังรักษาในร.พ. 553 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยขอย้ำว่า การตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ขอความร่วมมือประชาชน หากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงและไม่มีอาการ ขอให้กักตัวเองที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการ ไม่จำเป็นต้องมาตรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อในคนที่จำเป็น คือ มีไข้ ทางเดินหายใจเท่านั้น ซึ่งปริมาณตอนนี้ที่ตรวจในแล็บเป็นหลักหมื่นราย แต่เจอ ผู้ป่วย 4%
          "ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่พบใน กทม. วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน มีอาการเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ยังไปมีกิจกรรมทางสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ และเมื่อป่วยก็เกิดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก เช่น กรณีสถานบันเทิง สนามมวย แม้ผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดในปริมณฑล จะสั่งปิดแล้วก็ตาม ก็ขอให้ทุกท่านอยู่ที่บ้าน อย่าเดินทางกลับไปภูมิลำเนาเด็ดขาด มีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลมีมาตรการนี้ขึ้นมาเพื่อหยุดการเคลื่อนย้าย ตอนนี้หยุดงานแล้วพักที่บ้านก่อน อย่ากลับภูมิลำเนา เพราะคนต่างจังหวัดมีเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงรับเชื้อติดจากกทม.จำนวนมาก" นพ.ทวีศิลป์กล่าว
          หญิงไทยป่วยตายในสหรัฐ
          ด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ว่า มีสตรีชาวไทยสูงอายุ เสียชีวิตจากโรคโควิด -19 เมื่อวันที่ 21 มี.ค. โดยสตรีคนดังกล่าวถือสองสัญชาติ และพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาหลายสิบปี โดยนายธานี ทองภักดี เอกอัครรราชทูต ได้แสดงความเสียใจแก่ญาติผู้เสียชีวิตที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
          รายงานข่าวแจ้งว่า ถือเป็นคนไทยคนแรกในสหรัฐที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยมีอาชีพเป็นแม่ครัว
          รับมือกว่า 100 กลับจากอินโด
          รายงานข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) จ.สงขลา ได้แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 มีนาย จารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าร่วม โดยมีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรคสะสม 181 ราย ได้ส่งผลตรวจไม่พบเชื้อ 159 ราย รอผลตรวจรอบแรก 4 รายและรอผลยืนยันรอบสองจากส่วนกลาง 18 รายนั้น โดยมีผู้ป่วยยืนยันว่าบวกจากส่วนกลางแล้ว 5 ราย เพศชาย มีอายุ 52-75 ปี ทั้งหมดรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด
          นายจารุวัฒน์เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลยืนยันรอบสองจากส่วนกลาง 5 ราย จาก 18 ราย ซึ่งส่วนมากจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาจากประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่าน่ามีผลบวกรอบสองเพิ่มอีก กลุ่มที่ร่วมกิจกรรมศาสนาที่เดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีก 100 กว่าคน จะกลับเข้าประเทศซึ่งกระจายหลายจังหวัด โดยจ.สงขลา เตรียมรับกับเหตุการณ์อยู่
          "ผมขอความร่วมมือจากญาติพี่น้องของผู้เข้าร่วมกิจกรรมศาสนาประเทศเพื่อนบ้าน หากยังไม่พบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้รีบไปพบ เพราะอันตรายจะเกิดกับตัวเองแล้ว ยังเกิดกับครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การตรวจคัดกรองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย" นายจารุวัฒน์กล่าว
          กกต.แจงไม่พบผู้ติดเชื้อ
          ตามที่มีรายงานว่าพนักงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนนทบุรี จำนวนหนึ่ง เป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 สำนักงาน กกต.จึงให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส และให้หยุดพักที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ล่าสุดสำนักงาน กกต.ได้รับผลการตรวจแล้วไม่พบเชื้อโรคโควิด-19 ในกลุ่มพนักงานดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้ประสานงานกับบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ทำความสะอาดและอบโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในสำนักงาน กกต.เรียบร้อยแล้ว
          ที่ จ.อุดรธานี จากเอกสารรายงานของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์การตรวจหาสารพันธุกรรมของโควิด-19 โดยได้เก็บตัวอย่างผู้ป่วย 1 ราย จาก ร.พ.กุดจับ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งผลตรวจพบว่าผู้ป่วยมีสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 ภายหลังทราบผลทางอำเภอกุดจับ จ.อุดรธานี ได้สอบสวนโรค พบว่าผู้ที่ติดเชื้อเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดสายตรวจ 191 กทม. ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. มีอาการป่วยไม่กักตัว และได้เข้าตรวจสุขภาพที่ร.พ.กุดจับ 2 ครั้ง ปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุอาการป่วยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เบื้องต้นถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ร.พ.ศูนย์อุดรธานี ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการควบคุมโรคของอำเภอกุดจับได้ลงพื้นที่สอบสวนโรคและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เร่งด่วน
          ตร.ยันสตอ.ไม่อยู่สนามมวย
          สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายนี้ จากการสืบสวนพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในชุดปฏิบัติสนามมวยลุมพินี ผู้บังคับบัญชาสั่งให้กักตัวเพื่อดูอาการที่บ้าน บ้านพักที่กทม. แต่กลับนั่งรถโดยสารเดินทางกลับบ้านเกิด ที่บ้านโสกแก ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ ถึงบ้านเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ต่อมาวันที่ 14 มี.ค. มีอาการไข้อ่อนๆ มาตรวจที่ร.พ.กุดจับ โดยปิดบังข้อมูลไม่แจ้งข้อมูลสำคัญว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แล้วไปเที่ยวล่องแพกับกลุ่มเพื่อนอีก 16 คนที่น้ำพาน อ.สร้างคอม จ.อุดรฯ จากนั้นไปสนามซ้อมไก่ในหมู่บ้านพร้อมคนใกล้ชิด ต่อมาวันที่ 16 มี.ค. ไปงานแต่งงาน และมาตรวจที่ร.พ.กุดจับ เป็นครั้งที่ 2 และยังปิดบังข้อมูลสำคัญเช่นเดิม กระทั่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. มีอาการไข้หวัดใหญ่ จึงมาตรวจซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ที่ร.พ.กุดจับ ผลการตรวจเมื่อวันที่ 20 มี.ค. เวลา 20.00 น. มีผลเป็นบวก ติดเชื้อโควิด-19
          ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ชี้แจงข่าว "พบส.ต.อ. สายตรวจ 191 ติดโควิด-19 หนีกักตัว ขึ้นรถทัวร์กลับอุดร" ว่า ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดงานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และได้ให้รายงานข้อเท็จจริงตามลำดับชั้นขึ้นมา โดยทราบว่า ในวันที่ 6-13 มี.ค. เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตามที่หน่วยได้มอบหมาย ต่อมาวันที่ 14 มี.ค. เดินทางกลับบ้านที่ จ.อุดรธานี และรู้สึกไม่สบายจึงได้ไปตรวจที่ร.พ.กุดจับ โดยแพทย์แจ้งว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ต่อมา 16 มี.ค. ไปหาหมอโรงพยาบาลกุดจับ รอบที่สอง หมอแจ้งว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ จึงให้ยาและกลับไปพักผ่อน ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. มีอาการตัวร้อนปวดหัวปวดเมื่อย มาหาหมอที่ร.พ.กุดจับ อีกเป็นครั้งที่ 3 จึงขอหมอตรวจหาโควิด ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ผลตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวไม่ได้อยู่ในชุดปฏิบัติสนามมวยลุมพินี และไม่ได้ถูกกักตัวในวันที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากวันดังกล่าวยังไม่มีรายงานของหน่วยพบว่าข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.สปพ. มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของข่าวที่รายงานว่าผู้ป่วยไม่ให้ข้อมูลสำคัญว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อแพทย์นั้น เนื่องจากขณะพบแพทย์ยังไม่ปรากฏว่าบุคคลที่ผู้ป่วยเคยใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รอรายงานจากทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนต่อไป
          ส่งไทม์ไลน์ให้ผวจ.
          ทั้งนี้ บก.สปพ.ได้ตรวจสอบข้าราชการตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เพื่อสั่งให้กักตัวเพิ่มเติม พร้อมทั้งดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่ได้ดำเนินการมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยบช.น.จะประสานข้อมูลการใช้บริการรถทัวร์และสถานที่ที่ข้าราชการตำรวจดังกล่าวได้เดินทางใน จ.อุดรธานี ให้ทาง ผวจ.อุดรธานี ทราบ เพื่อให้ทางจังหวัดได้ดำเนินการป้องกัน ลดการแพร่กระจาย ผู้เสี่ยงติดเชื้อต่อไป
          พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายถือปฏิบัติตามคำสั่งและมาตรการที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หากพบมีการฝ่าฝืนให้ ผู้บังคับบัญชาในหน่วยที่เกี่ยวข้องลงโทษทั้งวินัย อาญา อย่างเด็ดขาด โดยสนองนโยบายรัฐบาล "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ประชาชนปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงกำชับให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดำเนินการ มีวิทยุ ตร.สั่งการด่วนที่สุด ที่ 0007.54/835 ลงวันที่ 21 มี.ค.63 โดยการออกปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน ชุมชน หมู่บ้าน ร้านค้า หรือสถานที่ต่างๆ ที่มีประชาชนมาใช้บริการ เพื่อปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ตามคำแนะนำของรัฐบาล กระทรวงสาธารณ สุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น การล้างมือให้ถูกวิธี การสวมใส่หน้ากากอนามัย การงดเว้นการเดินทางที่ไม่จำเป็น การไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distance) การหมั่นสังเกตอาการของตนเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
          อุดรฯป่วยเพิ่มอีก 3
          นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในจ.อุดรธานี ณ ปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 3 ราย โดยเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อในกทม. 1.เป็นชาย อายุ 33 ปี จากอำเภอกุดจับ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสนามมวย ในพื้นที่ระบาดในกทม. 2.เป็นหญิงอายุ 41 ปีอยู่ที่อ.น้ำโสม มีความเชื่อมโยงเป็นพนักงานสถานบันเทิงในย่านทองหล่อ กทม. เมื่อสถานบันเทิงปิดบริการ จึงเดินทางกลับบ้าน โดยนั่งรถทัวร์โดยสาร ถึงจ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เวลา 04:00 น. มีอาการป่วย ขณะเดินทางกลับ ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ร่วมเดินทางมาตรวจคัดกรองโรค
          และ3.หญิงอายุ 26 ปี อยู่อ.เมือง มีความเชื่อมโยงกับตลาดนัดรถไฟที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ผู้ป่วยทั้ง 3 รายรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.อุดรธานี อาการทั่วไปดี ไม่มีป่วยหนัก
          สำหรับกรณีผู้ป่วยแรก ส.ต.อ.โชคชัย มูลศรี สังกัด สายตรวจ 191 กทม. ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. และมีอาการป่วยไม่กักตัว ต่อมาไปตรวจที่ร.พ.กุดจับ 2 ครั้ง และปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุอาการป่วยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เบื้องต้นถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ร.พ.ศูนย์อุดรธานี โดยผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อมาจากเพื่อนตำรวจที่ไปติดจากสนามมวยและมาออกตรวจนั่งรถสายตรวจคันเดียวกัน ก่อนเดินทางกลับมาเยี่ยมภรรยาที่ ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี แล้วไปชนไก่กับเพื่อนๆ อีก 20 คน วันถัดมาเดินทางไปกับครอบครัว เที่ยวล่องแพน้ำพาน อ.สร้างคอม กับเพื่อนๆ แล้วเดินทางกลับมาบ้านพัก ก่อนมีอาการไข้
          ด้านพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เกี่ยวกับเรื่องที่ ส.ต.อ.โชคชัย ตำรวจสายตรวจ 191 ที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.กุดจับ แล้ว และสั่งการให้ตำรวจทุกสถานี ระมัดระวังและป้องกันตัวเองในเบื้องต้น และให้ทุกสถานี ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อแล้ว
          เชียงใหม่พบอีก 5
          ที่จ.เชียงใหม่ นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยสถานการณ์ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดว่า ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 5 ราย ทำให้มียอดสะสมรวม 12 ราย โดย 1 รายรักษาหายกลับบ้านแล้ว และ 11 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
          ตัวอยู่ในโรงพยาบาล
          ที่อาคารวงศ์วานิช สนามกอล์ฟดงภูเกิด ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ต.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (ผบ.บชร.3) พ.อ.นพ.วิโรจน์ ชนม์สูงเนิน โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร นพ.รัฐภูมิ ชามพูนท รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิษณุโลก และพ.อ.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีมีนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองพันทหารขนส่งที่ 23 บชร.3 ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีการแชร์ในโลกโซเชี่ยลกันเป็นจำนวนมาก สร้างความตระหนกให้กับประชาชน
          พ.อ.รุ่งคุณชี้แจงว่า นายทหารดังกล่าวได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินกีฬาชกมวย ที่สนามมวยลุมพินี กทม. ในวันที่ 6 มี.ค. และได้เดินทางกลับมาในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมการทำเรื่องปรับย้ายไปยังหน่วยทหารแห่งใหม่ ในเขตพื้นที่กทม. เมื่อวันที่ 10 มี.ค. และได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ช่วงเย็นวันที่ 11 และ 12 มี.ค. โดยมีเพื่อนมาร่วมในงานเลี้ยง ต่อมาได้เดินทางกลับกทม. ในวันที่ 13 มี.ค. เวลา 10.00 น. และพบว่าเริ่มมีอาการผิดปกติในวันที่ 18 มี.ค. โดยมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ถ่ายเหลว จึงได้ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ในวันที่ 19 มี.ค. ที่ร.พ.บำราศนราดูร จ.นนทบุรี โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เวลา 16.00 น. ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 และเข้าพักรักษาตัวที่ร.พ.บำราศนราดูร ในวันเดียวกันเป็นต้นมา
          ด้านพล.ต.กิตติพงษ์กล่าวว่า จากที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปจากโลกโซเชี่ยล มีการออกข่าวว่าทหารปกปิดข่าว แต่หลังจากทราบข่าวได้ดำเนินการทันที ให้กักกันและสอบสวนโรค จำนวน 18 นาย ซึ่งข่าวรวดเร็วมากสร้างความตระหนกให้กับประชาชนพี่น้องชาวพิษณุโลกเป็นวงกว้าง และจังหวัดใกล้เคียง กล่าวหาทหารปิดข่าว จึงได้เชิญรองนายแพทย์ สสจ.มาร่วมชี้แจงด้วย ตนรู้สึกเสียใจอยู่อย่างหนึ่ง มีบางท่านโพสต์ข่าวทางโซเชี่ยลมีเดีย ต่อว่ากำลังพล บชร.ติดเชื้อ ขอให้หลีกเลี่ยง อย่าไปหา พบปะ นอกจากไม่ช่วยกันแล้ว ยังมาซ้ำเติมกันอีก ทั้งนี้ ในส่วนสภาพแวดล้อม จ.พิษณุโลก บริบทแตกต่างจาก กทม.และปริมณฑล บางอย่างเราไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบ ควรดูสถานการณ์ว่าเราอยู่ในขั้นไหน ค่อยๆ รับมือปรับปรุง
          18 นายใกล้ชิดยังไม่พบเชื้อ
          ด้านนายแพทย์รัฐภูมิกล่าวว่า ทหารทั้ง 18 นายตรวจแล้วแต่ไม่พบเชื้อ อยู่ในช่วงกักตัว แต่โอกาสสุดท้ายถ้าพบเชื้อ แต่มีการกักตัวไว้ก่อนแล้ว การที่ตรวจไม่เจอตอนแรกเพราะเชื้อยังไม่เยอะ ทำให้โอกาสติดคนอื่นน้อยลง คนที่เรารู้เรากักบริเวณเขาได้ แต่คนที่เราไม่รู้อีกเยอะ ต้องระวังตัวกันเอง ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อโควิดแต่ไม่มีอาการ จึงต้องรณรงค์ล้างมือเมื่อสัมผัสอะไร และควรใส่แมสก์ทุกคน เพราะเราไม่รู้คนไหนมีเชื้อ เพื่อป้องกันคนอื่น และโอกาสไปสู่คนอื่นน้อยมากๆ
          นอกจากนี้ทางกองทัพยังชี้แจงกรณีหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น มีการทำงานร่วมกับร.พ.ค่ายและสำนักงานควบคุมโรค สสจ.จังหวัด แนะนำผู้ที่สัมผัสโรคกักตัวอยู่ที่บ้าน มีการดูเรื่องอาหารส่งถึงที่บ้าน และมีชุดเฝ้าติดตามทุกวันดูอาการ นอกจากนั้นเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วย จำนวน 150 เตียง โดยใช้กองร้อยตั้งร.พ.สนามที่พักผู้ป่วยใน จ.พิษณุโลก เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน
          นครปฐมปิดตลาด-แม่ลูกเดินทั่ว
          ที่ตลาดนัดวัดลาดปลาเค้า ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ อบต.ได้ลงพื้นที่นำใบปิดประกาศเพื่อแจ้งปิดตลาดนัดชั่วคราว ระหว่างวันที่ 23 มี.ค.-4 เม.ย.2563 รวม 14 วัน หลังพบหญิงสาว 2 ราย เพิ่งเดินทางกลับจากทำงานที่สถานบริการแห่งหนึ่งในย่านทองหล่อ กทม. กลับมาพำนักอาศัยอยู่ห้องพักติดกับตลาดนัด และต้องสงสัยว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่กักตัวเอง และยังออกมาเดินจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดนัดอีก
          สำหรับผู้ป่วยรายนี้เคยไปตรวจที่ร.พ.รามาฯ เพราะมีอาการเจ็บคอ วิงเวียนศีรษะ แพทย์ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสเป็นบวก จึงกักรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อ และส่งตัวกลับมารักษาที่ร.พ.นครปฐม จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาธารณสุขและแพทย์ ได้สอบถาม จึงทราบว่ากลับมาเช่าห้องพักอยู่กับบุตรสาวที่ห้องพักใกล้ตลาดนัดลาดปลาเค้า หรือตลาดปฐมนคร จึงนำตัวลูกสาวไปตรวจเพราะกลัวติดเชื้อ และกักตัวไว้จนกระทั่งทางร.พ.นครปฐมได้รับทราบผลการตรวจว่าบุตรสาวมีเชื้อเป็นบวกด้วย จึงแจ้งประสานมาที่ สสจ.นครปฐม และ อบต.เพื่อให้ตรวจสอบและสอบถามอย่างละเอียด จนพบว่าแม่ลูกผู้ติดเชื้อทั้ง 2 รายมาเดินที่ตลาดนัดวัดลาดปลาเค้า หาซื้อกับข้าวและพูดคุยกับแม่ค้าหลายราย
          น.ส.สุวรรณ มังน้อย นายก อบต.บางแขม กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อมาใช้จ่ายซื้อของที่ตลาดปฐมนคร จึงต้องปิดชั่วคราว เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 และล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณตลาด 3 ครั้ง ในวันที่ 23, 29 มี.ค. และวันที่ 4 เม.ย.
          ทั่วโลกเซ่นโควิดทะลุ 1.3 หมื่น
          ด้านเอเอฟพี และศูนย์วิศวกรรมและระบบวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอพกินส์ ในสหรัฐอเมริกา รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ว่า ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 307,280 คน จาก 171 ประเทศและเขตแดน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13,049 ราย และรักษาหายรวมกว่า 92,376 คน
          จีน (รวมฮ่องกงและมาเก๊า) พบผู้ติดเชื้อสะสมรวม 81,348 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 46 คน ในจำนวนนี้ 45 คนเดินทางมาจากต่างประเทศ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,265 คน รักษาหาย 72,360 คน อิตาลีป่วยสะสม 53,578 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4,825 คน หายแล้ว 6,072 คน สหรัฐเมริกาป่วยสะสม 26,574 คน เสียชีวิต 336 คน หายแล้ว 176 คน สเปน 25,496 คน เสียชีวิต 1,381 คน หายแล้ว 2,125 คน เยอรมนี 22,364 คน เสียชีวิต 84 คน รักษาหาย 239 คน อิหร่าน 20,610 คน เสียชีวิต 1,556 คน หายแล้ว 7,635 คน ฝรั่งเศส 14,485 คน เสียชีวิต 562 คน รักษาหายเพียง 12 คน เกาหลีใต้ 8,897 คน เสียชีวิต 102 คน รักษาหายแล้ว 1,540 คน
          สวิตเซอร์แลนด์ป่วยสะสม 6,652 คน เสียชีวิต 80 คน สหราชอาณาจักร 5,067 คน เสียชีวิต 234 คน เนเธอร์แลนด์ 3,640 คน เสียชีวิต 137 คน ออสเตรีย 3,021 คน เสียชีวิต 8 คน เบลเยียม 2,815 คน เสียชีวิต 67 คน นอร์เวย์ 2,164 คน เสียชีวิต 7 คน สวีเดน 1,770 คน เสียชีวิต 20 คน เดนมาร์ก 1,420 คน เสียชีวิต 13 คน แคนาดา 1,328 คน เสียชีวิต 19 คน โปรตุเกส 1,280 คน เสียชีวิต 12 คน มาเลเซีย 1,183 คน เสียชีวิต 8 คน ออสเตรเลีย 1,071 คน เสียชีวิต 7 คน ญี่ปุ่น 1,055 คน เสียชีวิต 35 คน บราซิล 1,021 คน เสียชีวิต 18 คน ส่วนผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญเพิ่มเป็น 712 คน เสียชีวิต 7 คน


pageview  1173158    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved