HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันที่ 21/04/2564 ]
รับมือสถานการณ์วิกฤติ สธ.คลอดแผน รักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน

  ต้องไม่มีอาการ-พักอยู่คนเดียว วงการบันเทิงติดเชื้อกันเพียบ
          "โควิด" ระลอก 3 พ่นพิษหนัก สธ. คลอดแนวทางกักตัวผู้ติดเชื้อที่บ้านด่วน รองรับวิกฤติหนัก เปิดเกณฑ์ผู้เข้าข่ายต้องไร้อาการ-อายุไม่เกิน 40 ปี-พักคนเดียว-ไม่มีโรคแทรกซ้อน อธิบดีกรมการแพทย์ลั่นเป็นการเตรียมความพร้อม ยังไม่ถึงขั้นใช้จริง ผอ.องค์การเภสัชฯ ลุยสั่งยา "ฟาวิพิ ราเวียร์" 3 ล้านเม็ดรักษา "โควิด" ไทยพบป่วยใหม่เพิ่ม 1,390 ราย เศร้ามีสังเวยอีก 3 ศพ วอนอย่าโกหกหมอหลังบุคลากรแพทย์ป่วยแล้ว 146 ราย สธ. ชี้ โรคระบาดระลอกใหม่ 19 วันติดเชื้อสูงขึ้น 3 เท่า ตร. เตรียมตรวจคลัสเตอร์ผับทองหล่อ 3 แห่งพร้อมเรียกสอบ "แสตมป์" นักร้องดัง ฐานะพยาน ปมงานเลี้ยงโรงแรม เร่งกู้วงจรปิดหาหลักฐานขณะที่คนบันเทิง "ป้อง ณวัฒน์-กวาง เดอะเฟซ-ต้อย เศรษฐา" ติดไวรัสมรณะถ้วนหน้า
          ไทยติดโควิดอีก 1,390 คน
          เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 1,390 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,384 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด 6 ราย ทั้งนี้ ยอดสะสมผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 43,742 ราย มีผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่มอีก 104 ราย รวมยอดเป็น 28,787 ราย  มีผู้ที่รักษาตัวอยู่ 14,851 ราย ซึ่งแบ่งเป็นอยู่ใน รพ. 14,288 ราย และในรพ. สนาม 563 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย ซึ่งรวมยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 104 ราย ทั้งนี้ถ้าพิจารณาเฉพาะการระบาดระลอกใหม่เดือน เม.ย. 64 ยอดสะสมผู้ป่วยยืนยัน 14,879 ราย มีจำนวนสะสมของผู้เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.07
          ช็อกสังเวยเพิ่มถึง 3 ราย
          กรณีผู้เสียชีวิต 3 รายใหม่ ได้แก่ ผู้เสียชีวิตรายที่ 102 เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานเสิร์ฟในสถานบันเทิง กรุงเทพฯ มีโรคประจำตัว คือโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ ขณะป่วยอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. มีอาการไอ นอนพักรักษากินยาที่บ้าน จากนั้นวันที่ 17 เม.ย. เวลา 16.30 น. เหนื่อยหอบมากขึ้น จึงเข้าพบแพทย์ที่คลินิก ต่อมาเวลา 20.30 น. ของวันเดียวกัน เริ่มหายใจติดขัด ครอบครัวจึงติดต่อรถพยาบาลมารับเข้ารักษาที่ รพ. ในเวลา 22.00 น. ต่อมาอาการแย่ลง หัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่ทำการฟื้นคืนชีพแต่ไม่ดีขึ้นและผลยืนยันติดเชื้อ โควิด-19 กระทั่งวันที่ 18 เม.ย. เสียชีวิตในเวลา 00.31 น. ซึ่งกรณีนี้ทำให้เรียนรู้ว่าขณะที่มีอาการเจ็บป่วย ไม่ควรอยู่บ้านแต่ควรเข้าสู่กระบวนการรักษา
          ล้วนอาการทรุดรวดเร็ว
          ผู้เสียชีวิตรายที่ 103 เป็นหญิงไทย อายุ 84 ปี โรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และต้องล้างไตเป็นประจำ ขณะป่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าคือหลานชายที่ทำงานในสถานบันเทิงย่านรัชดาฯ โดยหลานกลับมาเยี่ยมผู้ป่วยหญิงรายนี้ที่บ้านเมื่อวันที่ 3 เม.ย. และมีสัมผัสใกล้ชิด แต่ทราบภายหลังว่าหลานชายติดเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้ป่วยหญิงมีไข้ ไอ เหนื่อยหอบ ผลเอกซเรย์พบว่าปอดอักเสบรุนแรง แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจแต่อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว วันที่ 10 เม.ย. ผลยืนยันติดเชื้อ และเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ความดันโลหิตตก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 104 เป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี อาชีพขายค้า อยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโรคประจำตัว คือเบาหวานความดันโลหิตสูงและไทรอยด์ ซึ่งก่อนหน้าที่ยังไม่ได้สัมผัสผู้ติดเชื้อนั้นผู้ป่วยรายนี้ยังสามารถทำงานตามปกติ และไปขายของได้ กระทั่งวันที่ 6 เม.ย. ไปรับประทานอาหารร่วมกับผู้ติดเชื้อยืนยันรายก่อนหน้าซึ่งเป็นผู้ที่ไปสถานบันเทิงใน อ.หัวหิน ต่อมาวันที่ 8 เม.ย. ได้รับแจ้งว่าเพื่อนคนนั้นติดเชื้อ จึงไปตรวจหาเชื้อ วันที่ 10 เม.ย. ผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ จากนั้นวันที่ 11 เม.ย. เข้ารักษาใน รพ. และเมื่อวันที่ 18 เม.ย. มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเสียชีวิต
          ชี้กราฟติดเชื้อหัวทิ่มลง
          สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 709,437 ราย สะสมที่ 141,999,278 ราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 9,418 ราย สะสม 3,032,862 ราย ทั้งนี้กรณีของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย แบ่งเป็น 1.จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,058 ราย และ 2.จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 326 ราย สำหรับกราฟแสดงผู้ติดเชื้อนั้นพบว่าหลาย วันที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งขึ้นสูงในลักษณะยอดแหลม แต่วันนี้ (19 เม.ย.) เริ่มหัวทิ่มลง เป็นไปตามที่ ศบค. ประกาศขอความร่วมมือประชาชนลดการเดินทางจำกัดกิจการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ก็น่าจะเกิดความร่วมมือของประชาชนและสถานประกอบการ โดยเมื่อจำแนกผู้ติดเชื้อตามปัจจัยเสี่ยงพบว่าในกรุงเทพฯ คลัสเตอร์สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ มียอดสะสมผู้ติดเชื้อ 1,529 ราย  การติดเชื้อในชุมชน ตลาดและระบบขนส่งนั้นมี 184 ราย ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ 1,902 ราย รวมสะสม 3,615 ราย ขณะที่จังหวัดในปริมณฑลคลัสเตอร์สถานบันเทิง 483 ราย การติดเชื้อในชุมชน ตลาดและขนส่ง 74 ราย ปัจจัยเสี่ยง อื่น ๆ 1,676 ราย รวมสะสม 2,233 ราย และจังหวัดอื่น ๆ คลัสเตอร์สถานบันเทิง 2,529 ราย การติดเชื้อในชุมชน ตลาดและขนส่ง 357 ราย ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ 6,002 ราย รวมสะสม 8,888 ราย
          อย่าประมาทแม้ป่วยลด
          ถ้าพิจารณาเป็นรายจังหวัดตามจำนวนผู้ติดเชื้อพบว่ามีบางจังหวัดได้เปลี่ยนจากสีแดงที่พบผู้ติดเชื้อประมาณ 51-100 ราย กลับมาเป็นสีเหลืองมากขึ้น และมีหลายจังหวัดที่เริ่มมาเป็นสีเขียว คือมีผู้ติดเชื้อประมาณ 1-10 ราย ซึ่งหมายความว่าจังหวัดมีมาตรการที่เข้มข้น และได้รับความร่วมมือทำให้สถานการณ์เริ่มไปในทิศทางที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดลดลง ขอยกตัวอย่างสำหรับระลอกใหม่เดือน เม.ย. คือกรณีของผู้ติดเชื้อใน จ.สระแก้ว อายุ 41 ปี มีประวัติไปเที่ยวสถานบันเทิงทองหล่อตั้งแต่ช่วงวันที่ 27 มี.ค. หลังจากนั้นเดินทางไปพบปะคนในหลายแห่ง ทำให้มีติดเชื้อคลัส เตอร์สถานบันเทิงทองหล่อใน จ.สระแก้ว รวม 26 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากสถานบันเทิงและไปติดคนในครอบครัว ในพื้นที่อื่น ๆ หรือในชุมชน ซึ่งเป็นที่มาของการออกข้อกำหนดฉบับที่ 20 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
          ปิดไทม์ไลน์ทำหมอติดอื้อ
          พญ.อภิสมัย แถลงอีกว่า การระบาดรอบนี้พบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อด้วย ซึ่งข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1-18 เม.ย. รายงานว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อแล้ว 146 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพทย์และพยาบาล สิ่งสำคัญคือพบว่าในจำนวนดังกล่าว มี 33 รายติดเชื้อจากการทำงานการสัมผัสผู้ป่วยที่ไม่เปิดเผยไทม์ไลน์ นอกจากนั้นเป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้ใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ขณะนี้เรารายงานจำนวนผู้ติดเชื้อตัวเลขคร่าว ๆ วันละ 1,000 ราย ซึ่งเพียง 10 วันจากนี้เราอาจจะมีรวมเป็นหมื่นราย ดังนั้นเราจึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน เป็นสิ่งสำคัญ
          จ่อกักตัวผู้ติดเชื้อที่บ้าน
          จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข สั่งให้กรมการแพทย์เตรียมจัดทำคู่มือแนวทางดูแลผู้ติดเชื้อที่ต้องกักตัวที่บ้าน สำหรับผู้ที่พักอาศัยคนเดียวเพื่อรองรับอนาคตกรณีมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จนต้องเปลี่ยนแนวทางจากการรักษาใน รพ. มาเป็นการกักตัวที่บ้านแทนนั้น นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การออกแนวทางการพิจารณาผู้ติดเชื้อที่เหมาะสมสำหรับการแยกตัวที่บ้านทางโซเชียลมีเดียเป็นการออกคำแนะนำเพื่อเตรียมรองรับสถาน การณ์แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นจะต้องใช้มาตรการดังกล่าวผู้ที่ติดเชื้อทุกรายจะต้องเข้ามารับการรักษาใน รพ. หรือ รพ.สนาม หรือฮอสพิเทลที่ทางภาครัฐกำหนด
          สธ.ออกแนวทางรักษา
          สำหรับแนวทางการพิจารณาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เหมาะสมสำหรับการแยกตัวที่บ้าน (ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 64) ระบุว่าผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ควรได้รับการจัดแยกเพื่อการดูแลรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการควรได้รับการดูแลรักษาใน รพ. หรือ รพ.สนาม หรือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (ตามความเหมาะสมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการควรแยกตัวจากผู้อื่นไม่น้อยกว่า 14 วัน เช่นเดียวกัน รพ.อาจพิจารณาให้ผู้ติดเชื้อ ใช้ที่พักอาศัยเป็นสถานที่แยกตัวอาทิ บ้านเดี่ยว หอพัก หรือคอนโดมิเนียมโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่แล้วการจัดเตรียมสถานที่เพื่อการแยกตัวอย่างเหมาะสมให้เป็นไปตามคำแนะนำการปฏิบัติการแยกตัวที่บ้านสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารักษาตัวแบบผู้ป่วยในของรพ. ฉบับวันที่ 16 เม.ย. 64 หากผู้ติดเชื้อไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แนะนำให้แยกตัวต่อเนื่องจนครบ 1 เดือน
          เกณฑ์เข้ม-ต้องไร้อาการ
          เกณฑ์การพิจารณาผู้ติดเชื้อเพื่อการแยกตัว คือ 1.เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ 2. มีอายุไม่เกิน 40 ปี 3.มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 4.มีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน 5.ไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึง ดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กก./ม./ หรือน้ำหนักตัว > 90 กก.) 6.ไม่มีโรคร่วม ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่น ๆ ตามดุลพินิจของแพทย์ 7.ยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง สำหรับการดำเนินการของ รพ. คือ 1.ประเมินความเหมาะสมสำหรับผู้ติดเชื้อแยกตัวในสถานที่พักของตนเอง 2.ลงทะเบียนผู้ติดเชื้อที่เข้าเกณฑ์การแยกตัวที่บ้านในระบบของรพ. 3.ควรถ่ายภาพรังสีทรวงอกหากพบความผิดปกติ แนะนำให้เข้ารับการรักษาที่รพ. 4.แนะ นำการปฏิบัติตัว และจัดเตรียมปรอทวัดไข้ และ pulse oximeter ให้กับผู้ป่วยติดเชื้อ 5. ติดตามประเมินอาการผู้ติดเชื้อระหว่างการแยกตัวที่บ้าน ผ่านระบบสื่อสารต่าง ๆ อาทิ โทรศัพท์ ติดตามอาการ สอบถามอาการไข้ ค่า oxygen saturation วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) เป็นระยะเวลา 14 วัน 6.จัดช่องทางติดต่อในกรณีผู้ติดเชื้อมีอาการเพิ่มขึ้นหรือภาวะฉุกเฉิน อาทิ มีไข้ลอย หอบเหนื่อย หายใจลำบาก 7.จัดระบบรับส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพ.ในกรณีผู้ติดเชื้อจำเป็นต้องย้ายเข้ารับการรักษาต่อในรพ. 8.ให้ความมั่นใจในมาตรฐานการดูแลรักษาของทีมแพทย์และพยาบาลสำหรับผู้ติดเชื้อ
          สั่งยาฟาวิพิราเวียร์ 3 ล้านเม็ด
          นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยถึงสต๊อกยาและอุปกรณ์การแพทย์ รองรับการระบาดของโรค โควิด-19 ว่า จากการประชุมปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินอีโอซี ขณะนี้ในเรื่องของอุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก เอ็น 95 และชุดพีพีอี มีเพียงพอในการรองรับสถานการณ์การระบาดครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของยายังจำเป็นจะต้องจัดหาเพิ่ม ทั้งในส่วนของยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยากินต้องจัดหาเข้ามาอีกอย่างน้อยคือ 3 ล้านเม็ด ซึ่งปลายเดือนนี้จะเข้ามา 1 ล้านเม็ด ส่วนอีก 2 ล้านเม็ดจะทยอยเข้ามาในเดือน พ.ค. นอกจากนี้ ยังต้องมีจัดหายาเรมดิซิเวียร์ซึ่งเป็นยาฉีดที่เตรียมเอาไว้ให้สำหรับผู้ป่วยอาการหนักที่ไม่สามารถรับประทานยาฟาวิพิราเวียร์ได้โดยต้องจัดหาประมาณ 1 พันหลอด
          ระลอกใหม่ป่วยพุ่ง 3 เท่า
          ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉินกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,390 ราย จากข้อมูลจะเห็นว่าการระบาดระลอกแรกเดือน ม.ค.-กลางเดือน ธ.ค. 63 รวม 11 เดือน มีผู้ติดเชื้อ 4,237 รายต่อมามีระบาดใหม่ระลอกเดือน ธ.ค. 63 เวลาเพียงประมาณ 3 เดือนครึ่งมีผู้ติดเชื้อสูงประมาณ 6 เท่าของรอบแรก หรือ 24,626 ราย แล้ว ค่อย ๆ ซาลง แต่พอเข้าการระบาดระลอกเดือน เม.ย.64 เพียง 3 สัปดาห์ หรือ 19 วัน ปรากฏว่าจำนวนสะสมตอนนี้ 14,851 ราย ถือว่าสูงมากกว่า 3 เท่าของ 11 เดือนแรกของการระบาดรอบแรก โดยระลอกล่าสุดนี้เกิดจากการเที่ยวสถานบันเทิงของคนหนุ่มสาวกลับบ้านแล้ว กระจายไปทั่วทุกจังหวัด
          "บิ๊กตู่" หารือผบ.ทสส.
          ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติงานตามปกติ โดยได้เชิญ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เข้าพบ เพื่อรายงานความคืบหน้าการตั้ง รพ.สนาม และการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด หลัง ศบค. ยกระดับการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก ที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา และชายแดนฝั่งตะวันออก ที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งต้องควบคุมและตรวจเข้มการคัดกรองเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ฝั่งชายแดนกัมพูชา มีรายงานว่า พบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ระบาดจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดคัดกรองโรคเป็นพิเศษ
          เรียก "แสตมป์" ให้ปากคำ
          ที่ บช.น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับสถานบริการที่พบมีแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า ปัจจุบันในพื้นที่นครบาลมีการดำเนินคดีทั้งหมด 3 สถานที่ โดยสถานบันเทิงคริสตัลและเอ็มเมอรัล ย่านทองหล่อ ที่พบมีแพร่ระบาดของเชื้อได้มีการประสานขอหลักฐานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องรอนำมาพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ส่วนกรณีโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พ้อยท์ทองหล่อ ที่ปรากฏข้อมูลของ นายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือ แสตมป์ ศิลปินนักร้องที่ระบุไทม์ไลน์ว่าติดเชื้อหลังรับงานร้องเพลงในงานเลี้ยงวันเกิดจากโรงแรมดังกล่าวได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย ผู้จัดการโรงแรมผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมในฐานะผู้รายงานเหตุการณ์กรณีมีผู้ติดเชื้อฯ ในวันงานที่เกิดเหตุ ให้มาให้ปากคำชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 13.00 น. ส่วนนักร้องแสตมป์ก็จะมีเรียกตัวมาให้ปากคำในฐานะพยานเช่นเดียวกับกรณีของดีเจมะตูมก่อนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
          เร่งกู้วงจรปิดหาหลักฐาน
          พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 กล่าวว่ากรณีสถานบันเทิงคริสตัล และเอ็ม เมอรัล ย่านทองหล่อหลังการตรวจยึดเซิร์ฟ เวอร์กล้องวงจรปิดไปแล้วขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างนำไปตรวจสอบว่าจะสามารถกู้ภาพในวันเกิดเหตุได้หรือไม่ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจ สน. ทองหล่อ มีเรียกสอบปากคำพยานไปบางส่วนแล้วแต่ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้เนื่อง จากต้องรอผลพิจารณาคดีทางอาญาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
          "ป้อง-ณวัฒน์" ติดโควิด
          หลังจากโควิด-19 กลับมาระบาดหนักเป็นระลอกที่ 3 ทำให้คนวงการบันเทิงติด เชื้อและต้องกักตัวจำนวนมากนั้น ล่าสุดช่องวัน 31 ส่งจดหมายแจ้งข่าวกรณีพระเอกหนุ่มชื่อดัง ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ตรวจพบเชื้อ โควิด-19 โดยระบุว่าสืบเนื่องจากวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวจึงรีบไปตรวจหาเชื้อ พร้อมกักตัวทันที กระทั่งผลตรวจได้รับการยืนยันว่าพบเชื้อ ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่ รพ. เรียบร้อยแล้ว สำหรับไทม์ไลน์ "ป้อง-ณวัฒน์" ตั้งแต่วันที่ 9-18 เม.ย. มี ดังนี้  วันที่ 9 เม.ย. ถ่ายรายการ มาเถอะจะคุย กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ที่ บจก.บันลือ พับลิเคชั่น วันที่ 10 เม.ย. ถ่ายรายการ "ถ้าหนูรับ พี่จะรักป่ะ" และ one บันเทิง ที่ Moca วันที่ 11 เม.ย. อยู่บ้าน วันที่ 12 เม.ย.ช่วงบ่าย ไปฟิตเนสที่ BUZZ....UMFITNESS ก่อนออกเดินทางโดยรถส่วนตัว ไปที่ จ.ชุมพร ท่าเรือลมพระยา มีแวะปั๊ม 1 ปั๊ม วันที่ 13 เม.ย. นั่งเรือจากท่าเรือลมพระยาไปเกาะเต่า รอบ 08.00 น. โดยห้องวีไอพี มีแต่คณะไม่มีผู้โดยสารท่านอื่น ถึงเกาะเต่า เข้าพักที่ BAN'S diving resort (ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะ Diving) และอยู่ที่รีสอร์ททั้งวัน วันที่ 14 เม.ย. อยู่ที่รีสอร์ท เดินไปซื้อกาแฟที่บลูวอเตอร์ แล้วกลับที่พัก วันที่ 15 เม.ย. อยู่ที่รีสอร์ทเดินไปซื้อกาแฟที่ร้านคุณหนู แล้วกลับที่พัก วันที่ 16 เม.ย. อยู่ที่รีสอร์ททั้งวัน ไปบลูเฮฟเว่น ประมาณ 10 นาที
          เดินทางไปเที่ยวเกาะเต่า
          วันที่ 17 เม.ย. อยู่ที่รีสอร์ท บนเกาะเต่า หมายเหตุทริปนี้ไม่ได้ดำน้ำและสังสรรค์ ใด ๆ เพราะบาร์ปิดหมดทุกที่ เดินทางกลับ โดยเรือลมพระยา รอบ 15.00 น. โดยห้องวีไอพี มีคณะ 8 คน มีชาวไทย 3 ท่านและชาวต่างชาติ 1 ท่านในห้อง ถึงฝั่งชุมพร เกือบ 18.00 น. ขึ้นรถส่วนตัว และขับรถกลับโดยแวะ 1 ปั๊ม คือ ปั๊ม ปตท. แรกที่ออกจากเมืองชุมพร ได้แวะกินก๋วยเตี๋ยวและเติมน้ำมัน มีคุณยายที่ขายก๋วยเตี๋ยว กับน้อง ๆ ที่ร้านมาขอถ่ายรูปก็ได้ถ่ายรูปกัน ระหว่างเดินทางกลับ เริ่มมีอาการตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกายมาถึงกรุงเทพฯเกือบเที่ยงคืน และตัดสินใจเข้าตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ทันทีซึ่งได้รับการตรวจในเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ วันที่ 18 เม.ย. ทราบผลว่าพบเชื้อโดยผู้ร่วมทริปทุกคนได้เข้ารับการตรวจ และกักตัวเรียบร้อยแล้ว
          "กวาง เดอะเฟซ" เชื้อน้อย
          ต่อมา กวาง-วรรณปิยะ ออมสินนพกุล หรือกวาง เดอะเฟซ นักแสดงชื่อดังได้ประกาศผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 จากการทำการตรวจหาเชื้อเป็นครั้งที่ 2 หลังกักตัวครบ 14 วัน โดยพบว่าตนเองมีเชื้อในปริมาณที่น้อยมาก และไม่แสดงอาการ ขณะที่ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร นักแสดงชื่อดัง ซึ่งได้สัมผัสใกล้ชิดกับ ป้อง ณวัฒน์ จากการไปถ่ายรายการ "ถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ" เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็โพสต์โชว์ผลตรวจ โควิด-19 โดยผลออกมาเป็นลบ อย่างไรก็ดีเจ้าตัวจะทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ก่อนจะทำการตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งพร้อมขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง
          "ต้อย-เศรษฐา" ติดอีกราย
          จากนั้นมีรายงานว่า ต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา วัย 76 ปี ศิลปินแห่งชาติ ติดเชื้อโควิด-19 อีกราย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อีฟ-พุทธธิดาศิระฉายา ลูกสาว และสามีต้น-เติมศักดิ์ ศักดาพร รวมถึงลูกชายน้องมีบุญ ศักดาพร ศิระฉายา ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาใน รพ. โดยแหล่งข่าวใกล้ชิด เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสาน รพ. เพื่อเข้ารับการรักษาคาดว่าสาเหตุการติดเชื้ออาจจะเพราะ ต้อยเศรษฐา อยู่ใกล้ชิดกับน้องมีบุญ หลานชายซึ่งพอทราบว่าหลานติดเชื้อ จึงไปตรวจเชื้อรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะทราบผลจึงได้ประสานกับทาง รพ. ให้ส่งรถมารับเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือ มะเร็งปอด  ด้าน เปี๊ยก-อรัญญา นามวงศ์ ภรรยาของต้อย-เศรษฐา เมื่อทราบว่าสามีตรวจพบเชื้อ จึงได้เดินทางไปตรวจซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ขณะนี้กำลังรอผลตรวจ
          มอบเงินช่วยผู้ป่วย 1 ล้าน
          ที่อาคารสำนักมังกรฟ้า จ.นนทบุรี นายพชรล์ เมสสิยาห์พร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มังกรฟ้า ลอตเตอรี่ จำกัด มอบเช็คเงินสดหนึ่งล้านบาท ที่ได้จากการจำหน่ายลอตเตอรี่ออนไลน์โดยบริษัทมังกรฟ้า แก่ บิณฑ์ และ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ สองดาราฝาแฝด เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ป่วยจากโควิด-19 เรื่องการซื้ออุปกรณ์และเตียงผู้ป่วย ทั้งนี้ บิณฑ์ กล่าวว่าจะนำเงินไปต่อยอดในส่วนของข้าวของเครื่องใช้ และเรื่องเตียงที่ให้ผู้ป่วยซึ่งตอนนี้มีเตียงอยู่แค่ 500 เตียง ซึ่งการระบาดรอบใหม่ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นวันละหลาย ๆ ร้อยคน และทำให้เตียงนอนไม่พอใช้ซึ่งจะนำเงิน 1 ล้านบาท ไปต่อยอดเรื่องเตียง ให้ครบ 1,000 เตียงเป็นเงิน 8 แสนบาท ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปซื้อของใช้ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการกักตัวต่อไป
          ลูกจ้างประท้วงไม่สนโรค
          ที่ จ.ชลบุรี ที่โรงงานวายเอ็มพีดี หมู่ 1 อมตะนครชลบุรี อ.พานทอง จ.ชลบุรี กลุ่มอดีตลูกจ้างกว่า 50 คน มารวมกลุ่ม เพื่อทวงถามค่าแรงและเงินชดเชยต่าง ๆ ที่ทางโรงงานได้เปิดให้มีสมัครใจลาออก โดยให้หยุดงานตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และกำหนดจะจ่ายเงินคืนให้ในเดือนถัดมา แต่ไม่ทำตามสัญญา จึงมารวมตัวกันทวงถามเงินของตนเองอีกครั้งโดยบรรยากาศ แรงงานที่เดินทางมา ทวงถามเงินชดเชย ต่างสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ไม่ได้มีเว้นระยะห่าง บางส่วนเร่งเขียนคำร้องรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เตรียมยื่นให้กับแรงงานจังหวัดชลบุรี ต่อมา ร.ต.อ.สามารถ ประเสริฐ รอง สว.จร.สภ.พานทอง เดินทางเจรจาขอให้ทั้งหมดกระจายตัว อย่ารวมกลุ่มกัน  เพื่อป้องกันโรค และได้เข้าพูดคุยกับทางผู้บริหารโรงงาน ก่อนประสานอำเภอพานทอง และแรงงานจังหวัด มาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
          คลัสเตอร์ผับแห่ตรวจโรค
          ที่ จ.นครพนม บริเวณศาลาประชาคมยงใจยุทธศาลากลางจังหวัดนครพนม ยังคงมีกลุ่มเสี่ยงคลัสเตอร์สถานบันเทิงที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงร้านเหล้า ผับ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ระหว่างวันที่ 4-12 เม.ย. ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตื่นตัว เดินทางมารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ณ จุดตรวจคัดกรองเชื้อที่ สสจ.นครพนม จัดตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อคัดกรองค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก เบื้องต้นมีกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาตรวจหาเชื้อแล้วกว่า 1,300 ราย ซึ่งต้องรอลุ้นผลตรวจชุดแรกในระหว่างวันที่ 19-20 เม.ย. ส่วนยอดผู้ป่วยโควิดสะสมล่าสุดของ จ.นครพนม พบรวม 33 ราย
          คัดกรองเข้มด่านสะเดา
          บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เริ่มมีกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียและวีซ่าขาดหรืออยู่เกินระยะเวลาที่กำหนดรวมถึงกรณีอาศัยแบบผิดกฎหมายทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นวันแรกซึ่งคนไทยกลุ่มนี้มีอยู่ทั้งหมด 300 คน โดยจะเปิดให้เดินทางกลับประเทศ 2 วัน คือ วันที่ 19 และวันที่ 21 เม.ย. เฉพาะวันนี้มี 119 คน ส่วนที่เหลืออีก 181 คนจะเดินทางกลับในวันที่ 21 เม.ย. สำหรับกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียทุกคน จะต้องผ่านกระบวน การคัดกรองโควิด-19 สูงสุด กรณีกลุ่มเสี่ยงเป็นไข้จะถูกคัดแยกส่งต่อไปยัง รพ.ทันที ส่วนคนที่อาการปกติจะส่งไปกักตัวที่โรงแรมสยามธนา บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขามซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐจัดให้.


pageview  1180746    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved