HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ข่าวสด [ วันที่ 15/02/2555 ]
ภัย'บุหรี่กานพลู' แบรนด์หรู พิษร้ายแรง

          ณัฐพงษ์ บุณยพรหม
          ภัยจากบุหรี่คร่าชีวิตคนไทยปีละประมาณ 5 หมื่นคนต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ที่สำคัญบุหรี่ยังสร้างค่านิยมให้กับเด็กและเยาวชนทดลองสูบกันมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันบริษัทที่ผลิตบุหรี่ออกมาวางจำหน่ายต่างปรับปรุงกลิ่น สี และรสชาติ ให้มีความหลากหลาย เพื่อดึงดูดใจวัยรุ่นที่อยากลองสูบ หนึ่งในนั้นมีบุหรี่กานพลู ที่สร้างปัญหาให้กับเยาวชนไทยอยู่ในขณะนี้
          เพราะด้วยคำโฆษณาว่ามีสารนิโคตินและสารทาร์ต่ำ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด หลงเชื่อว่าเป็นบุหรี่ที่ปลอดภัย แต่ความจริงแล้วบุหรี่กานพลูมีพิษร้ายเทียบเท่าบุหรี่ทั่วๆ ไปเลยทีเดียว
          ด้วยเหตุนี้ สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (สสท.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดแถลงข่าว"บุหรี่กานพลู หรู แต่ไล่ล่าลูกหลานไทย"เพื่อให้วัยรุ่นไทยรู้เท่าทันภัยของบุหรี่ชนิดนี้
          ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่อาจารย์สาขาสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขณะนี้บุหรี่ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นและถือเป็นภัยคุกคามสังคม คือ บุหรี่กานพลู หรือที่เรียกว่า "บุหรี่การาม หรือบุหรี่แบล็ก" พบว่าเริ่มมีความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะภาคใต้ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป โดยในกทม.ขายตามห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า ตลาดนัด โรงหนัง สะพานลอย และร้านค้าในหมู่บ้าน
          ผศ.ดร.ศรีรัชกล่าวต่อว่าที่สำคัญบุหรี่ชนิดนี้มีราคาถูกกว่าบุหรี่ทั่วไปแบ่งขาย 3-4 มวน ในราคา 20 บาท ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าถึงได้ง่ายนอกจากนี้ยังออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูดีจูงใจวัยรุ่น พกพาง่าย และเพิ่มลูกเล่น เช่น ใส่เม็ดมินต์ และโฆษณาด้วยคำว่า Mild, light เพื่อสื่อให้ผู้สูบหลงเชื่อว่ามีพิษภัยน้อยกว่าบุหรี่อื่นๆ  แต่ความจริงบุหรี่กานพลูเป็นภัยคุกคามใกล้ตัวที่ควรถูกควบคุมโดยเร่งด่วน และควรเร่งรณรงค์สื่อสารให้วัยรุ่นทราบว่าบุหรี่กานพลูมีพิษภัยเหมือนบุหรี่ทั่วๆ  ไป
          อาจารย์ศรีรัชยังกล่าวอีกว่า บุหรี่กานพลูเป็นบุหรี่ชูรสประเภทหนึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย และแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นตนจึงเริ่มศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2553 พบว่า ตลาดบุหรี่กานพลูโตขึ้นอย่างรวดเร็วราว 60 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่น่าเป็นห่วง คือ เยาวชนหาซื้อได้ง่าย ในกทม.พบว่ามีขายตามแหล่งชุมนุมของวัยรุ่น อาทิ บางกะปิ บางรัก ปทุมวัน จตุจักร ดินแดง ปทุมธานี และนนทบุรีที่สำคัญมีราคาถูกกว่าบุหรี่ทั่วไป
          "บุหรี่ชนิดนี้มีมานานแล้ว มีทั้งแบรนด์เก่าที่เป็นที่นิยมและแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาตีตลาดบุหรี่ที่ออกมาใหม่จะมีลูกเล่น กล่องสวยหรู ทันสมัย และทำกล่องขนาดเล็กสำหรับเยาวชน จูงใจวัยรุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมต้องเฝ้าระวัง" อาจารย์ศรีรัชกล่าวด้าน น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ประธานรัฐภาคีกฎหมายบุหรี่โลก องค์การอนามัยโลก 2550-2551 กล่าวว่า บุหรี่กานพลูเป็นบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามาเป็นเวลาหลายปี วางขายอย่างเปิดเผยโดยไม่มีการจับกุม แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คือ ผลิตจากใบยาสูบ 60 เปอร์เซ็นต์ และมีกานพลู 40 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในบุหรี่กานพลูปล่อยกลิ่นหอม มีสารยูจีนอล ซึ่งเป็นยาชาที่ทันตแพทย์ใช้ เมื่อสูบบุหรี่กานพลูจะทำให้หลอดลมชาทำให้ไม่สำลัก จึงสูบควันลงไปส่วนลึกของปอด โอกาสที่เด็กจะติดบุหรี่จึงมีสูงเมื่อเทียบกับสูบบุหรี่ธรรมดา นอกจากนี้ บุหรี่กานพลูยังมีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาห้ามนำเข้า ทำให้อินโดนีเซียสูญเสียรายได้จากการส่งออกราวปีละ 1 แสนล้านบาท
          "การทดสอบของอินโดนีเซียยังพบว่าบุหรี่กานพลูจะปล่อยนิโคติน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และทาร์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดาถึงแม้อันตรายจะเทียบเท่ากันแต่เป็นอัตราที่มากกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกวดขันห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ลักลอบนำเข้าบุหรี่นี้อย่างเคร่งครัด" หมอหทัยเตือน
          เมื่อบุหรี่ชนิดนี้ระบาดวางขายอย่างเปิดเผยจะใช้กฎหมายปราบปรามผู้ค้าอย่างไร
          ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า บุหรี่กานพลูถือเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ.2509 ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมโรค ที่ไม่ได้แจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ ตามมาตรา 11 ที่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ยาสูบจะต้องมีส่วนประกอบตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงจึงจะขายได้
          ดร.นิทัศน์กล่าวต่อว่า ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบมีหน้าที่จะต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ฝ่าฝืนมาตรา 11 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังผิดพ.ร.บ.ยาสูบ ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมสรรพสามิต หากลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายมีโทษตามมาตรา 46 คือ ปรับไม่เกิน 500 บาทและผิดมาตรา 50 มีโทษปรับ 15 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่ต้องเปิด
          หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาทางจับกุมก่อนที่วัยรุ่นจะตกเป็นทาสบุหรี่กานพลูมากกว่านี้


pageview  1174272    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved