HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์ข่าวสด [ วันที่ 12/02/2562 ]
เตือนวาเลนไทน์ฝุ่นกรุง-ตลบอีก

 'อัศวิน'ผู้ว่าฯกทม. ฟุ้งแก้ปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ได้ผล ระบุธรรมชาติเข้าข้าง ช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมามีลมช่วยพัดฝุ่นในพื้นที่กทม.ออกไปได้เยอะ เตรียมของบจากครม.ซื้ออุปกรณ์ติดตั้งเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่เหมือนจีน ด้านคพ.และกรมอุตุฯ เตือนอีกช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ 13-15 ก.พ. ฝุ่นพิษจะรุนแรงอีกรอบ เนื่องจากอากาศปิด "บิ๊กตู่"สั่งเข้มงวดห้ามเผาตอข้าว-ไร่อ้อย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไข ส่วนที่ลำปางเร่งแก้ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สั่งปิดป่าดอยพระบาท หลังเกิดไฟป่า ระดมเจ้าหน้าที่สกัดไฟ พร้อมเร่งฉีดพ่นละอองน้ำหลายพื้นที่ในเขตแม่เมาะ
          เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่โรงพยาบาลกลาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงสถานการณ์ ฝุ่นละอองกับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อให้บุคลากรเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม 2.5) ที่เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนและจริงจัง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ที่ผ่านมา กทม.ร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน พร้อมออกมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 อาทิ การระดมรถฉีดน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นถนนทั่วกรุงเทพฯ การประกาศปิดการเรียนการสอนโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง ประสานภาคเอกชน ห้างหุ้นส่วนและผู้ประกอบการในการติดตั้งสปริงเกลอร์ตามอาคารและฉีดน้ำ รวมถึงประสานโรงเรียนการบินกรุงเทพนำเครื่องบินเล็กร่วมปฏิบัติภารกิจขึ้นฉีดพ่นละอองน้ำ (สเปรย์) ในอากาศบริเวณพื้นที่ประสบวิกฤตค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
          "ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. นี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ อาจมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากอากาศปิด ซึ่งกทม.จะประสานให้โรงเรียนการบินกรุงเทพปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในวันดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของนักวิชาการที่มีข้อเสนอแนะให้กทม.ควรดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่ประสบวิกฤต จนกว่าสถาน การณ์จะบรรเทาลง สำหรับการดำเนินการมาตรการระยะสั้นนั้น กทม.สามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ปัจจุบันค่าฝุ่นละอองลดลงและมีค่าฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มค.ก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่แล้ว"
          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า จากข้อมูลของสำนักการแพทย์รายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นในโรงพยาบาลสังกทม. พบสถานการณ์ฝุ่นละอองมักจะรุนแรง ระหว่างช่วงเดือนต.ค.-ม.ค.ของทุกปี โดยเฉพาะปี 2559-2561 มีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่อง พบมี ผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า 70,000 ราย และปี 2562 มีจำนวนผู้ป่วยทะลุถึง 200,000 ราย ดังนั้น สำนักการแพทย์ กทม.จึงเห็นควรจัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ฝุ่นละอองเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ความเข้าใจทางวิชาการด้านอนามัยและสาธารณสุข โดยตนนำจะแนวทางและ ข้อสรุปของวันนี้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกำหนดเป็นมาตรการระยะกลางและยาว พร้อมจะนำเสนอให้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ เช่นเดียวกับหลายประเทศ ซึ่งปัจจุบันเฉพาะทวีปเอเชียมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 ล้านคนต่อปี
          "เชื่อว่าธรรมชาติเข้าข้างผม เพราะตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีลมช่วยปัดเป่าฝุ่นพิษในพื้นที่ออกไป" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
          พล.ต.อ.อัศวินกล่าวถึงข้อเสนอของนักวิชาการให้กทม.เสนองบประมาณติดตั้งเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่เช่นเดียวกับจีนว่า ประเด็นดังกล่าวจะนำไปเสนอต่อครม.ด้วย แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูงมาก ประกอบกับระยะเวลาติดตั้ง กทม.เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวอาจมีแนวทางอื่นด้วย ก็จะร่วมถกกับนักวิชาการและทุกภาคส่วนหาแนวทางอื่นนำไปประกอบการพิจารณา เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างถาวรและยั่งยืน
          วันเดียวกัน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวมอบนโยบายการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาลว่า ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้กำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษอย่างเคร่งครัด พร้อมตรวจเข้มยวดยานพาหนะในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล พร้อมให้มีการควบคุมและตรวจสอบการปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมาย และให้ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณามาตรการในการแก้ไขและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ลำปาง สถานการณ์ฝุ่นละอองยังคงวิกฤต รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง ทั้ง 4 สถานีตรวจวัด อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะที่สถานีตรวจวัด ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีตรวจวัด ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีตรวจวัด ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 82 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสถานีตรวจวัด ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบว่ามีหมอกควันปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากยังเกิดไฟไหม้ป่าดอยพระบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่า รวมถึงกลุ่มจิตอาสา เข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่าตลอดเวลา
          วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองลำปาง นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าฯ ลำปาง เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง พร้อมสั่งให้มีการปิดป่าดอยพระบาท ที่กำลังเกิดเหตุไฟป่า โดยห้ามชาวบ้านเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างๆ โดยรอบพื้นที่ดอยพระบาทสับเปลี่ยนเวรยามเฝ้าระวัง และเดินลาดตระเวนตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
          จากนั้นลงพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อตรวจดูเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ เนื่องจากสถานีตรวจวัดที่การประปา ต.แม่เมาะ และร.พ.สต.ต.สบป้าด มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่ในเกณฑ์กระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานหุ่นยนต์ฉีดน้ำระยะไกล และรถบรรทุกน้ำจากศูนย์ปภ.เขต 10 และเทศบาล อบต.ในพื้นที่ เข้าฉีดพ่นละอองน้ำ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนแม่เมาะวิทยา ต.แม่เมาะ เพื่อให้ฝุ่นละอองเบาบางลง
          ขณะเดียวกัน นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าฯ ลำปาง ประสานไปยังนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้ามาทำฝนหลวงในพื้นที่ จ.ลำปาง เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ ทราบว่า จ.ลำปาง อยู่ในแผนการบินเพื่อปฏิบัติภารกิจการช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 และ PM10 ที่มีค่าเกินมาตรฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจวัดความชื้นในอากาศ พบว่าที่สถานีเรดาร์ร้องกวาง จ.แพร่ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆเพียง 27% และความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 18% และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 11.8 ซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติการฝนหลวง ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ จะต้องติดตามสภาพอากาศระหว่างวันต่อเนื่องถึงช่วงบ่าย หากมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เหมาะสมก็จะรีบขึ้นบินปฏิบัติการทันที
          วันเดียวกัน นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ลงนามในคำสั่งออกประกาศ เรื่อง "มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากไฟป่าและหมอกควัน" เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นสั่งการให้อำเภอทั้ง 23 แห่ง ขอความร่วมมือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในทุกหมู่บ้านช่วยกันประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชน เกษตรกรในพื้นที่ได้รับรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ทางเกษตรจังหวัดจัดทำป้ายรณรงค์ไปติดตามสถานที่ต่างๆ ในทุกอำเภอด้วย เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชน และเกษตรกรเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวร่วมกันปฏิบัติอย่างจริงจัง
          เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งหลังเป็นประธานสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการ บูรณาการสร้างการรับรู้สู่ชุมชนว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองถือเป็นปัญหาซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการเผาไร่อ้อย ทราบมาว่าถ้าเผาแล้วค่าของน้ำตาลจะสูงขึ้น โรงน้ำตาลจะรับซื้อกันที่ค่าความหวาน จึงต้องดูว่าจริงหรือไม่ รวมถึงการจ้างคนงานตัดอ้อย หากมีใบอ้อยเยอะทำงานลำบาก แต่ถ้าเผาจะทำให้ตัดอ้อยง่าย ตรงนี้ต้องแก้ที่ต้นตอว่าจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเข้าใจ เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้นหรือเปล่า การแก้ปัญหาต้องฟังเหตุผลเกษตรกรด้วย แล้วมาช่วยกันพิจารณา แต่ถ้าบอกว่าห้าม ก็ไม่สามารถห้ามได้ทุกที เว้นแต่คนที่ตั้งใจฝืนกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษ ตรงนี้ต้องดูให้ดี ตนไม่ได้ให้ท้ายใคร ต้องร่วมมือทั้งสองฝ่าย
          ด้านพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกฯ ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรายงานว่าขณะนี้คุณภาพอากาศโดยรวมดีขึ้นและอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีบางพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน เช่น ลำปาง และขอนแก่น เนื่องจากมีการเผาวัชพืชเป็นบริเวณกว้าง โดยนายกฯ ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองทั้ง PM2.5 และ PM10 โดยเฉพาะการเผาวัชพืชที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นแล้วยังอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้อีกด้วย ขอให้เกษตรกรและผู้รับซื้อผลผลิตช่วยกันในเรื่องนี้
          นอกจากนี้นายกฯ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาและพื้นที่ปกติ เช่น การตรวจจับรถควันดำ การส่งเสริมให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด การควบคุมการก่อสร้างและการเผาในที่โล่ง เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะหากหยุดดำเนินการปัญหาก็จะกลับมาอีกไม่จบสิ้น


pageview  1156551    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved