HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 21/02/2555 ]
'เชียงใหม่'จัดทีมตระเวนเส้นทางป่า สธ.ส่งหน้ากากอนามัยให้ 8จว.เหนือ
          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายวิทยา บุรณศิริรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.จัดส่งหน้ากากอนามัย 50,000 ชิ้น ไปให้8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน แพร่ น่านและพะเยา เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนใส่ป้องกันการสูดฝุ่นละอองควันไฟเข้าปอด และมอบหมายให้ นพ.จักรกฤษณ์ ภูมิสวัสดิ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามประเมินปัญหาและวางแผนดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
          นายวิทยากล่าวว่า ได้รับรายงานผลการเฝ้าระวังผู้เจ็บป่วยจากปัญหาฝุ่นละอองควันไฟจากโรงพยาบาล 61 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือช่วงวันที่ 5-11 กุมภาพันธ์ พบว่ามีประชาชนกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 3 กลุ่มโรครวม 5,054 ราย เมื่อเทียบช่วงปกติวันที่ 1 มกราคม ที่ไม่มีปัญหาฝุ่นละอองควันไฟ ได้แก่ 1.โรคหัวใจและหลอดเลือด พบป่วย 16,376 ราย เพิ่มจากช่วงปกติร้อยละ 23 หรือจำนวน 3,098 ราย 2.โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการแสบคอ น้ำมูกไหล จำนวน 21,319 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ1,477 ราย คิดเป็นร้อยละ 7 และ 3.กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น ระคายเคืองตา แสบตา พบผู้ป่วย1,490 ราย เพิ่มขึ้น 479 ราย คิดเป็นร้อยละ 47
          "ข้อมูลดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถสรุปยืนยันได้ว่าผู้ป่วยทั้งหมดเกิดจากปัญหาฝุ่นละอองควันไฟ เนื่องจากปัญหาละอองควันไฟเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดกลุ่มโรคดังกล่าว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่ทำให้เกิดโรค โดยจะส่งผู้เชี่ยวชาญลงศึกษาปัญหาในพื้นที่ที่สถานพยาบาลต่างๆ เพื่อศึกษาข้อมูลผลกระทบทางสุขภาพทั้งหมด เพื่อเฝ้าระวังและวางแผนป้องกันได้อย่างทันท่วงที" นายวิทยากล่าว
          ด้านนายบรรพต คันธเสน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) จัดทีมตระเวนพื้นที่อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ป่าจัดตั้งจุดตรวจราษฎร ที่จะเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า หากพบการจุดไฟเผาป่าให้จับกุมมาดำเนินคดี
          นายบรรพตกล่าวว่า จ.เชียงใหม่ เป็น 1 ใน27 จังหวัด ที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูงจึงมีคำสั่งให้พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ขอความร่วมมือจากหน่วยงาน ผู้นำชุมชนและประชาชน ให้งดเว้นการจุดไฟใกล้บริเวณแนวป่าโดยเด็ดขาด จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยในระดับหมู่บ้านและชุมชน
          "ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 - 14 กุมภาพันธ์2555 เกิดไฟป่าในพื้นที่ 16 อำเภอของจ.เชียงใหม่ 162 ครั้ง พื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหาย963 ไร่ โดยพื้นที่ที่เกิดไฟป่าสูงสุด คือ อ.ฮอดรวม 25 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 160 ไร่ รองลงมาอ.ดอยสะเก็ด 20 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 107 ไร่ลำดับ 3 อ.แม่ออน 19 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 68 ไร่ส่วนสถิติการเกิดไฟป่าสะสมระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ 2555 เกิดในพื้นที่ 15 อำเภอ รวม 90 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 548 ไร่" นายบรรพตกล่าว
          นายบรรพตกล่าวว่า จากการตรวจ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) ในบรรยากาศ และจุดความร้อน (Hotspot) ซึ่งก่อให้เกิดสภาพฟ้าหลัวมีหมอกควันปกคลุม ทัศนวิสัยต่ำระยะทางกว่า 1 กิโลเมตรในหลายจังหวัด โดยระหว่างเดือนมีนาคม 2550-2554 ใน จ.เชียงใหม่ ตรวจพบ 1,074 ครั้ง 1,081 ครั้ง 872 ครั้ง 2,145 ครั้ง263 ครั้งตามลำดับ เนื่องจากเดือนมีนาคมของทุกปีพบการเผามากที่สุด มีสถิติการเกิดไฟป่าปี2550 เกิด 1,423 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 12,317.75 ไร่ ปี 2551 เกิด 1,431 ครั้ง เสียหาย 9,764.13 ไร่ปี 2552 เกิด 1,404 ครั้ง เสียหาย 8,878 ไร่ ปี2553 เกิด 1,702 ครั้ง เสียหาย 11,071.75 ไร่และปี 2554   เกิด 608 ครั้ง เสียหาย 3,724 ไร่
          "ขณะที่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ จ.เชียงใหม่ สัมพันธ์กับปริมาณฝุ่นละออง สร้างความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ส่วนแนวโน้มปี 2555 คาดสถานการณ์จะรุนแรงเนื่องจากสภาพอากาศและความกดอากาศยังคงมีความหนาวเย็นและแห้งแล้งผสมกัน จึงต้องเร่งทำความเข้าใจประชาชนและหยุดเผาทุกชนิด" นายบรรพตกล่าวว่า
          วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) พบว่า พื้นที่ภาคเหนือโดยรวมสถานการณ์ฝุ่นควันในอากาศมีสภาพดีขึ้นจากวันที่ 18 กุมภาพันธ์โดย ที่ จ.เชียงใหม่ ค่า PM10 ลดระดับลงไปอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แล้ว ซึ่งที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง วัดได้ 85.69 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. ที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 102.69 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.
          ส่วน จ.ลำปาง ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กลดต่ำลงจากค่ามาตรฐานหมดแล้ว โดยที่ศาลหลักเมือง จ.ลำปาง วัดได้ 89.83 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคแม่เมาะวัดได้ 62.79 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. จ.แพร่วัดได้ 87.79 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. และจ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 98.46 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.แต่ยังมี จ.เชียงราย และ จ.ลำพูนที่มีค่า PM10 เกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย โดย จ.เชียงราย วัดได้136.54 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. และ จ.ลำพูน วัดได้132.42 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.
          นางธวัลรัตน์ ไชยอินปัน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดพะเยา กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันในจ.พะเยา มีค่าเกินมาตรฐาน โดยวันเดียวกันนี้ที่อ.เมืองพะเยา วัดได้ 149 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.โดยเฉพาะบริเวณหน้าอุทยานเรียนรู้วิทยาศาสตร์ริมกว๊านพะเยา ซึ่งมีร้านอาหารประเภทปลาเผาหรือการปิ้งย่าง อาจเป็นเหตุหนึ่งทำให้ค่าฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐาน
          นางธวัลรัตน์กล่าวว่า แม้สถานการณ์ปีนี้ค่าฝุ่นละอองจะไม่สูงมากเหมือนบางปีที่ผ่านมาแต่ผู้ว่าฯ พะเยาสั่งให้เฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้อย่างชิด และมีนโยบายถึงนายอำเภอ 9 อำเภอขอความร่วมมือไปยัง อปท. ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันกำชับและดูแลพื้นที่ไม่ให้มีการลัก ลอบเผาขยะ หรือเผาป่า อันเป็นสาเหตุให้เกิดหมอกควันเพิ่มขึ้น
          ที่ จ.แพร่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในจังหวัดแพร่ ท้องฟ้ายังมีหมอกควันปกคลุมโดยทั่วไป หลังจากวัดค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่สถานีตรวจวัดบริเวณสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.แพร่สูงถึง 218.8 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน
          นพ.สุรินทร์ สุมนาพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) แพร่ กล่าวว่า จ.แพร่มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ทุกพื้นแจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ รวมทั้งเบาหวาน ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผู้สูงอายุ และเด็กดูแลสุขภาพ โดยลดและหลีกเลี่ยงกิจกรรม หรือออกกำลังกายนอกอาคารหากจำเป็นควรมีผ้าปิดปากปิดจมูก หรือสวมแว่นเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตาอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ
          "หากมีอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินหายใจเช่น คัดจมูก แสบจมูก ไอ เสียงแหบ หายใจลำบาก แสบตา มีผื่นแดงตามร่างกายให้รีบไปตรวจรักษาและพบแพทย์โดยทันที ขณะนี้มีผลกระทบต่อประชาชนทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดแพร่ แต่ยังไม่พบผู้ป่วยที่อาการหนักแต่อย่างใด"นพ.สุรินทร์กล่าว

pageview  1174286    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved