HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 22/06/2563 ]
หมอตี๋ สั่งเข้มด่านชายแดนหวั่นโควิด ไทยป่วยเพิ่ม1รายกลับจาก บาห์เรน

ไทยป่วยโควิดเพิ่ม 1 ราย หญิงวัย 28 ปี กลับจากบาห์เรน 'สาธิต'รุดตรวจด่านพรมแดน ห่วงลักลอบเข้าด่านธรรมชาติ
          ป่วยโควิด1รายมาจากบาห์เรน
          เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย อยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,147 ราย หายป่วยสะสม 3,018 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมเสียชีวิตคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 28 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางมาจากประเทศบาห์เรน ถึงประเทศไทยในวันที่ 14 มิถุนายน เข้าพักที่สถานที่กักกันของรัฐที่ จ.ชลบุรี ผลตรวจพบเชื้อในวันที่ 18 มิถุนายน โดยไม่มีอาการ ทั้งนี้ สำหรับยอดผู้ป่วยสะสม 3,147 รายนั้น พบในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และนนทบุรี 1,757 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 440 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 744 ราย
          หอค้าพิจิตรจี้ปลดล็อกนักร้อง
          นพ.ธีระพงษ์ แก้วภมร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตร กล่าวว่ากรณีมีนักร้องนักดนตรีจังหวัดพิจิตร ซึ่งทำงานในช่วงกลางวันกลางคืน ขอให้ผ่อนปรน เปิดบริการผับ คาราโอเกะ เรื่องนี้จังหวัดพิจิตรไม่สามารถตัดสินใจได้ ขึ้นอยู่กับคำสั่งจากรัฐบาลที่จะมีมาตรการให้ผ่อนปรน สิ่งที่เป็นกังวลตอนนี้ คือ ประชาชนชอบประมาท ไม่ค่อยสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเสี่ยงทั้งแพร่ระบาด และรับเชื้อโควิดได้ ที่ผ่านมา แม้จังหวัดพิจิตรจะไม่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดแม้แต่รายเดียว แต่อยากเตือนประชาชนขอให้ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน เพราะทุกอย่างสามารถติดเชื้อกันได้ อย่าประมาท
          นายตระการ คุณาวุฒิ รองประธานหอการค้า จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ข้าราชการวิตกกังวลเกินเหตุจนไม่ผ่อนปรน ขณะนี้มี การผ่อนปรนในระดับ 4 แล้ว การไม่ผ่อนปรนให้กลุ่มนักร้องนักดนตรี ให้บริการตามปกติทำให้พวกเขาไม่มีการงานทำ และเดือดร้อนมาก ทางราชการควรเปิดให้เป็นปกติให้กลุ่มดังกล่าวได้ทำมาหากินกันไม่อดตาย ทุกวันนี้ รัฐบาลรู้ว่าเศรษฐกิจของประเทศนับวันยิ่งถอยหลัง
          'สาธิต'ห่วงพรมแดนธรรมชาติ
          ที่ จ.ตาก นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานติดตามการแพร่ระบาดโรคติดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่สาธารณสุขชายแดนไทย-พม่า โดยพบปะกลุ่มอสม.อ.แม่สอด และเดินทางไปที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา 2 (แม่สอด-เมียวดี) สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด เพื่อดูระบบการคัดกรองคนไทยที่กลับจากประเทศพม่าตามมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 และการเข้า-ออกด่านพรมแดน โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และ นพ.จรัญ จันทมัตตุการ นายแพทย์ สสจ.ตาก และพ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก นำพาดูระบบการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกตามด่านชายแดน
          นายสาธิตกล่าวว่า ยอมรับว่าระบบภายในของด่านพรมแดนไทย-พม่า ในการรับคนไทยกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้านดีอยู่แล้ว มีระบบมาตรการการป้องกันที่สมบูรณ์ และที่ผ่านมาตัวเลขเป็นศูนย์ แต่ที่น่าห่วงใหญ่มากที่สุดคือ ช่องทางธรรมชาติ หากปล่อยให้หลุดมา 1 คน จะเกิดปัญหาได้ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ เข้มงวดมากขึ้น จากการปฏิบัติที่ดีอยู่แล้ว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝั่งประเทศพม่า จังหวัดเมียวดี ขณะนี้นายอูเท ซาเอ่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี สั่งให้กักตัวเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนเมียวดีเป็นเวลา 21 วัน ที่สถานที่กักตัวเมืองผาอ่าง รัฐกะเหรี่ยง หลังดำเนินการคัดกรองชาวพม่าที่เดินทางกลับจากประเทศไทยและตรวจพบติดเชื้อโควิด 23 คน โดยพบการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
          ไทยขอข้อมูล23พม่าติดโควิด
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพม่า เมืองผาอ่าง รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าได้ส่งแรงงานเมียนมา 23 คน ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเมืองมะละแหม่ง และโรงพยาบาลในเมืองย่างกุ้ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมียนมา พบผู้ติดเชื้อ 23 ราย ที่เป็นแรงงาน ไปจากประเทศไทย 19 คน จากประเทศมาเลเซีย 4 คน และทราบว่า แรงงานพม่าทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาในคดีต่างๆ จากประเทศไทย เช่น วีซ่าหมดอายุ และลักลอบเข้าเมือง โดยทางตรวจคนเข้าเมืองไปส่งที่ชายแดนไทย-เมียนมาด้าน จ.ตาก
          นพ.ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด กล่าวว่า เท่าที่ทราบแรงงานทั้งหมดมีเพียงแต่ซากไวรัส ไม่ส่งผลกระทบใดๆ และมาจากประเทศมาเลเซีย แต่สาธารณสุขไทยกำลังประสานกับฝ่ายสาธารณสุขพม่าเพื่อหาข้อเท็จจริงมากกว่านี้
          รายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลของ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยแจ้งว่า แรงงานพม่า 23 คน ถูกส่งตัวกลับประเทศพม่าจากไทย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เบื้องต้นแรงงานกลุ่มนี้เคยอยู่ในศูนย์กัก อ.สะเดา จ.สงขลา จากการละเมิดวีซ่ามีบางคนที่ถูกควบคุมตัวในมาเลเซีย แล้วผลักดันกลับไปชายแดนทางด่าน อ.แม่สอด จ.ตากในจำนวนนี้ 19 คน มีประวัติว่ามาจากไทย และจากมาเลเซีย 4 ราย ดังนั้น แรงงานกลุ่มนี้อาจมีการติดเชื้อมาจากแนวชายแดนไทยมาเลเซีย หรือไทยพม่า หรือติดเชื้อจากศูนย์กักในเมืองไทยหรือในพม่า ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียดว่า ทั้งหมดอยู่ในศูนย์กัก อ.สะเดา และเป็น ผู้ป่วยเก่าทั้งหมดหรือไม่ และได้มีการประสานงานผ่านไปยังพม่าแล้ว
          จันทบุรีห่วงหลบหนีเข้าเมือง
          ที่ จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.จันทบุรี กล่าวว่า หลังรัฐบาลมีคำสั่งปิดด่านพรมแดนระหว่างประเทศและห้ามการเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของ จ.จันทบุรี ที่มีชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ได้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด แต่เนื่องจากชายแดน จ.จันทบุรี มีพื้นที่ติดเพื่อนบ้านระยะทางกว่า 80 กิโลมตร จึงมีช่องทางตามธรรมชาติให้บุคคลต่างด้าว แอบลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการกวดขันจับกุม และเมื่อตรวจพบ และจับได้ จะมีการผลักดันกลับประเทศทันที อย่างไรก็ตามยังมีการลักลอบหลบหนีเข้าราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมายเป็นระยะ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ ลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จ.จันทบุรี จึงจัดตั้งค่ายกักกันตัว เพื่อสังเกตอาการผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นการชั่วคราวขึ้น ที่ศาลาหมู่บ้านคลองบอน หมู่ 4 ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
          เมืองกาญจน์ชงขอสกายวอล์ก
          นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวว่าหลังจากปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบน้ำใช้ในอุทยานฯ ปรับภูมิทัศน์ และ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวก และมีการฝึกอบรมทบทวนการกู้ภัยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่ พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ ส่วนการเปิดอุทยานฯไทรโยคในวันที่ 1 กรกฎาคม ได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน โดยในส่วนของน้ำตกไทรโยคน้อย มีการทำรั้วกั้นเพื่อควบคุมการเข้าออกให้เหลือเพียงแค่ 2 ทาง มีจุดคัดกรองทั้ง 2 ทาง นักท่องเที่ยวทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ตามแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 รวมทั้งลงทะเบียนหรือสแกนคิวอาร์โค้ด ไทยชนะ ทั้งเข้าและออก ขณะที่ถ้ำละว้า ถ้ำดาวดึงส์ รวมถึง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งแพพัก ร้านอาหาร ในแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องสแกนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโครงการ ภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งโครงการพัฒนาอาคารร้านค้า โครงการก่อสร้างห้องน้ำห้องสุขารวม โครงการปรับปรุงห้องน้ำห้องสุขาเดิม และที่สำคัญก็คือ โครงการก่อสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ จุดชมวิวแบบสกายวอล์ก บริเวณใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 99 ล้านบาท โดยได้ทำเรื่องเสนอไปยังจังหวัดและกรมอุทยานฯ แล้ว
          จี้แบงก์คลายกฎช่วยเหลือเอกชน
          ที่ จ.ขอนแก่น นายเทพวรรณ์ เตรียมไธสง รองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่กำหนดช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยส่วนตัวยอมรับว่าเป็นมาตรการและแนวทางที่ดี แต่ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ได้เข้าร่วมและดำเนินการตามรัฐบาลกำหนดนั้น จะประสบปัญหาเรื่องระเบียบของรัฐ อย่างเช่น นโยบายการเสริมสภาพคล่องหรือเงินทุนหมุนเวียนแบบซอฟต์โลน ประเด็นนี้มีการพูดคุยกันมาตั้งเริ่มสถานการณ์โควิด-19 แต่วันนี้ยังคงมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และธนาคารยังคงมีกฎเหล็กที่กำหนดออกมา ทำให้วันนี้ธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ยังคงรอการช่วยเหลืออยู่
          "หากรัฐ จะลดความเข้มงวด คลายล็อกบางอย่าง หรือมารับฟังถึงข้อติดขัดข้อง ผู้ประกอบการแต่ละราย เพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ก็จะช่วยและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะในเมื่อมาตรการนั้นดีมากแต่ยังไม่ถึง อาจจะติดด้วยระเบียบของรัฐ หรือของธนาคาร ก็จะทำให้ผู้ประกอบการยังคงรอการช่วยเหลือที่ชัดเจนจากรัฐบาลอย่างนี้ต่อไป ทำให้รูปธรรมในการช่วยเหลือนั้น ยังไม่ชัดเจนหรือส่งผลบวกของกลุ่มผู้ประกอบการในระดับพื้นที่มากนัก"
          เร่งช่วยวัดค้างค่าไฟ50ล้านบาท
          ที่ศาลาการเปรียญ วัดวิสุทธิศรีสุมังคลา ราม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะร่วมมอบถุงน้ำใจสู้ภัย โควิด-19 ตามโครงการคนโคราชรักจริง ไม่ทิ้งกันร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ให้ประชาชน กลุ่มผู้ขับขี่วินรถจักรยานยนต์และรถสามล้อเครื่องรับจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 300 คน
          นายเทวัญกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าเตรียมเสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากรณีพระภิกษุและวัดได้รับผล กระทบจากภัยโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาได้ประชุม หารือกับสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้นช่วยเหลือหรือบิณฑบาตให้เงินเยียวยาพระภิกษุรูปละ 60 บาทต่อวันรวมเป็นเวลา 90 วัน ส่วนค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าลดครึ่งหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยได้ระบุมีวัดจำนวนหนึ่งค้างชำระค่าไฟฟ้ากว่า 4-50 ล้านบาท จึงต้องหาแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน
          บราซิลป่วยทะลุ1ล้านราย
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19 ในบราซิลพุ่งสูงทะลุล้านคนแล้ว หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเพียง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาสูงถึง 55,209 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ รวมในบราซิลขยับขึ้นไปอยู่ที่ 1,038,568 คน โดยบราซิลกลายเป็นประเทศที่สองในโลก รองจากสหรัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 49,090 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,221 รายในหนึ่งวัน ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน
          ด้านจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 8,789,592 คน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือสหรัฐที่ 2,297,360 ตามด้วยบราซิล และรัสเซีย 576,952 อินเดีย 396,661 อังกฤษ 301,815 สเปน 292,655 เปรู 247,925 อิตาลี 238,011 ชิลี 231,393 อิหร่าน 202,584 เยอรมนี 190,660 ตุรกี 185,245 ปากีสถาน 171,666 เม็กซิโก 170,485 ฝรั่งเศส 159,452 ซาอุดีอาระเบีย 150,292 บังกลาเทศ 108,775 และแคนาดา ที่กลายเป็นประเทศที่ 18 ของโลกที่มีผู้ป่วยเกินแสนคนที่ 100,629 ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 463,156 ราย ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดยังคงเป็นสหรัฐที่ 121,407 ตามด้วยบราซิลและอังกฤษ 42,461 อิตาลี 34,561 ฝรั่งเศส 29,617 สเปน 28,315 เม็กซิโก 20,394 และอินเดีย 12,971 ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้วอยู่ที่ 4,646,976 คน
          ฮูเตือนระบาดรอบใหม่ร้ายแรง
          นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า โลกกำลังเจอกับการแพร่ระบาดระยะใหม่ที่มีความอันตรายร้ายแรง ท่ามกลางสภาพที่ผู้คนจำนวนมากเบื่อหน่ายกับการที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ขณะที่ประเทศต่างๆ ก็ต้องการจะเปิดเมืองและกลับมาเริ่มต้นการทำธุรกิจอีกครั้ง แต่ไวรัสยังคงแพร่ระบาดในอัตราที่รวดเร็วอย่างยิ่ง และยังเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงเปราะบาง
          นายกีบรีเยซุสขอให้ชาติต่างๆ และประชาชนยังคงเฝ้าระวังสูงสุด ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 150,000 คนในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นในหนึ่งวันที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้ออยู่ในทวีปอเมริกา ขณะที่ในเอเชียใต้และตะวันออกกลางก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน
          จีนหาต้นตอไวรัสแพร่ปักกิ่ง
          ด้านทางการจีนได้เร่งตรวจสอบอาหารนำเข้าทั่วประเทศหลังพบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนากลุ่มก้อนใหม่ในกรุงปักกิ่ง จนทำให้จีนต้องประกาศปิดตลาดค้าส่งอาหารซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของการแพร่ระบาดครั้งนี้ พร้อมกับมีการตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กับประชาชนอีกหลายหมื่นคน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับตลาดที่ถือเป็นพื้นที่เสี่ยง ทางการจีนได้ทำการศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมของไวรัสที่พบ ซึ่งได้มีการแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวกับองค์การอนามัยโลกแล้ว ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้เชื่อว่าไวรัสโคโรนาที่ตรวจพบการแพร่ระบาดกลุ่มก้อนใหม่ในปักกิ่งมาจากยุโรป แต่เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างกับที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรปในขณะนี้ โดยนายจาง หยง จากศูนย์ควบคุมและก้องกันโรคของจีน กล่าวว่า ไวรัสที่พบเก่ากว่าไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในยุโรปขณะนี้ โดยเขาเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ไวรัสอาจจะปนเปื้อนมากับอาหารแช่แข็งที่นำเข้ามา หรืออยู่ในตลาดค้าส่งเอง
          นักวิจัยอิตาลีจากสถาบันไอเอสเอสระบุว่า ตรวจพบร่องรอยของเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศอิตาลีตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เพิ่งมีการค้นพบการแพร่ระบาดของไวรัสปริศนาในจีน ทั้งนี้ นักวิจัยอิตาลีตรวจพบร่องรอยของไวรัสโคโรนาในตัวอย่างน้ำทิ้งที่เก็บมาจากเมืองมิลาน และเมืองตูริน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ในเมืองโบโลญญาพบร่องรอยของเชื้อไวรัสโคโรนาเมื่อเดือนมกราคม แต่ทางการได้อิตาลีได้ยืนยันว่าพบผู้ติดไวรัสโคโรนาในอิตาลีเป็นทางการรายแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้เข้าใจจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในอิตาลีได้ดีขึ้น


pageview  1174831    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved