HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 19/06/2563 ]
ก้าวไกลจี้ปลดล็อกผับบาร์ โวยแทน บอบช้ำไร้เยียวยา

  นักดนตรีขอไฟเขียวใน7วัน'ตู่-หนู'อาสาฉีดวัคซีนโควิดทูตในจีนเตือนปักกิ่งระบาดไทยไร้ป่วยติดต่อเป็นวันที่24
          'บิ๊กตู่-เสี่ยหนู'พร้อมทดลองวัคซีน 'ศักดิ์สยาม'ชี้ผลวิจัยคืบหน้า ไทยพบผู้ป่วย'โควิด'เพิ่ม 6 ราย ตรวจพบในสถานกักตัว เป็น น.ศ.ชายกลับจากซาอุฯ-หญิงจากอินเดีย กลุ่มนักดนตรีร้อง รบ.ปลดล็อก โอด ขาดรายได้จุนเจือครอบครัว
          ไทยป่วย'โควิด-19'ใหม่6ราย
          เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณประภา ยงค์หนังสือพิมพ์มติชนรายวันตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ของโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย รักษาหายสะสมที่ 2,997 ราย อยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) 86 ราย ขณะที่พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 6 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,141 ราย
          พญ.พรรณประภากล่าวว่า ผู้ป่วยใหม่ 6 รายนี้เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) แยกเป็น 5 ราย เป็นนักศึกษาชายมาจากซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนอีก 1 ราย เป็นหญิง อายุ 26 ปี มาจากประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ทั้งนี้ ไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศเป็นวันที่ 24
          "ผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและเข้าในสถานกักกันโรค พบว่า ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีจำนวนผู้เดินทาง 274 ราย โดยมีผู้ป่วย 28 ราย ประเทศอินเดีย มีจำนวนผู้เดินทางเข้า 2,665 ราย พบป่วย 12 ราย" พญ.พรรณประภากล่าว
          'ตู่-หนู'พร้อมทดลองวัคซีน
          นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ขณะนี้ความคืบหน้าในการดำเนินการคิดค้นและวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความก้าวหน้าอย่างมาก ล่าสุดได้มีการทดลองกับลิงแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการทดลองกับคน เนื่องจากยังไม่มีอาสาสมัคร
          "เบื้องต้นหลังจากการหารือในที่ประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมหารือด้วย ทั้งนี้ ได้เสนอให้นายอนุทินเป็นผู้ทดลองวัคซีนเป็นรายแรก ขณะเดียวกันนายอนุทินก็มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ทดลองรายแรก ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่ได้ขัดข้องหากจะต้องเป็นผู้ทดลองวัคซีนดังกล่าวเช่นกัน" นายศักดิ์สยามกล่าว
          'บิ๊กกบ'เยี่ยมศูนย์มั่นคงตร.
          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบขวัญกำลังใจ พร้อมติดตามความคืบหน้าการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ
          พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคง ในส่วนของตำรวจ ที่ได้มีการปฏิบัติงานร่วมกันในสถานการณ์ระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการมาในครั้งนี้นำคำขอบคุณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มามอบให้ตำรวจ ผบ.ตร.และกำลังพล ที่ได้ร่วมกันรักษาความสงบของประชาชนและระงับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
          เคอร์ฟิว72วันฝ่าฝืนกว่า4หมื่น
          ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. แถลงสรุปผลการปฏิบัติป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วงประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่คืนวันที่ 3 เมษายน-14 มิถุนายนที่ผ่านมา รวม 72 วัน ว่ามีการฝ่าฝืนกระทำความผิด 41,941 ราย หรือเฉลี่ยวันละกว่า 582 ราย แยกเป็น ออกนอกเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีเหตุอันสมควร รวม 37,358 ราย ดำเนินคดี 32,539 ราย ตักเตือน 4,819 ราย, รวมกลุ่มมั่วสุมในเคหสถานในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ 4,583 ราย ดำเนินคดี 4,474 ราย ตักเตือน 109 ราย
          พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า สาเหตุของการกระทำความผิดในการออกนอกเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีเหตุอันควร 3 ลำดับแรก ดังนี้ 1.ออกมาทำธุระ 8,412 ราย 2.เดินทางกลับที่พัก 6,718 ราย 3.ขับขี่ยานพาหนะเล่น 4,290 ราย ส่วนสาเหตุของการกระทำความผิดในการรวมกลุ่มมั่วสุมในเคหสถานในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ดื่มสุรา 1,589 ราย 2.เล่นการพนัน 1,231 ราย 3.เสพยาเสพติด 690 ราย
          ชาวยะลาหลบหนีกักตัว14วัน
          ที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนไทยในมาเลเซียทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาผ่านด่านพรมแดนอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ (18 มิถุนายน) มีผู้ลงทะเบียนเดินทางกลับมา 129 คน แต่เดินทางกลับเข้ามา 93 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบว่ามีไข้ 6 คน จึงนำเข้ากระบวนการตรวจหาโควิด-19 และมีผู้หลบหนีระหว่างรอส่งไปกักตัว 14 วัน 1 คน คือนาย รุสลาง ตอกอ ที่อยู่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวแล้ว
          นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้รับรายงานว่านายรุสลางได้ผ่านขั้นตอนการคัดกรอง และไม่ได้เป็นกลุ่มที่มีไข้ แต่คงอาศัยช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมเพื่อนำส่งกลับไปกักตัวตามภูมิลำเนาหนีหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัวกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย เพราะไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่คิดว่าจะหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้หลบหนีแล้ว
          กลุ่มนักดนตรีร้องขอปลดล็อก
          ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนกลุ่มอาชีพนักดนตรีอิสระ นำโดย น.ส.พรพรรณ เภตรารัตน์ พร้อมตัวแทนกลุ่ม 10 คน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดย น.ส.พรพรรณกล่าวว่า ในฐานะตัวแทนนักดนตรี ขอเรียกร้องให้ ศบค.ปลดล็อกเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพนักดนตรีกลับไปทำงานได้ตามปกติ เพราะนับตั้งแต่ ศบค.ประกาศให้สถานบันเทิงหยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้นักดนตรีและผู้ประกอบการภาคกลางคืนได้รับผลกระทบอย่างมาก ขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว และขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง
          น.ส.พรพรรณกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เบาลง จึงขอความกรุณาทุกภาคส่วนพิจารณาให้โอกาสกลุ่มนักดนตรี ได้กลับไปทำงานตามปกติภายใน 7 วัน เพื่อที่จะหาเงินมาชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ต่อไป โดยกลุ่มอาชีพนักดนตรีพร้อมที่จะปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
          ก.ก.จี้ปลดล็อกธุรกิจกลางคืน
          ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล พร้อมนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกธุรกิจกลางคืน โดยนายปกรณ์วุฒิระบุว่า ตามที่รัฐบาลได้ปลดล็อกเฟส 4 สามารถดื่มสุราในร้านอาหารได้ แต่ห้ามมีการเล่นดนตรีสด แต่มีการปลดล็อกให้จัดแสดงคอนเสิร์ต โดย ศบค.ระบุว่า ต้องดูใบอนุญาตเป็นกรณีไป ทำให้ไม่มีความชัดเจนและความคลุมเครือ
          "ตอนนี้ปลดล็อกทุกอย่างหมดแล้ว เหลือเพียงธุรกิจกลางคืนเท่านั้น อยากให้รัฐเข้าใจว่า ธุรกิจกลางคืนไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงอย่างเดียว เช่น นักดนตรี เพราะไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับลูกค้า นักดนตรีไม่ใช่เชื้อโรค แต่เป็นอาชีพสุจริตที่สร้างความสุข คลายความเหนื่อยล้า หลายคนมีครอบครัวมีลูกที่ต้องดูแล มีหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระเหมือนกันทุกครอบครัว แต่อาชีพเหล่านี้ไม่มีความมั่นคงเท่าอาชีพอื่น แต่กลับต้องเสียสละมากกว่าคนอื่น ถูกปลดล็อกทีหลังคนอื่น ซ้ำยังไม่ได้รับการเยียวยา และบางส่วนยังถูกปฏิเสธการเยียวยา" นายปกรณ์วุฒิกล่าว
          อีเวนต์คึกคักจองแล้วพันงาน
          นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการคลายล็อกดาวน์เฟส 4 ออกมา ทีเส็บได้ตอบรับโดยการเร่งเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ ศึกษามาตรการและวิธีปฏิบัติตามการเปลี่ยนแปลงวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเริ่มต้นจัดงานได้ปลอดภัย โดยหลักแล้วธุรกิจไมซ์มี 3 ด้าน ได้แก่ การจัดอีเวนต์ จัดประชุมสัมมนา และการจัดงานแสดงสินค้า
          นางศุภวรรณกล่าวว่า ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ มีสัญญาณในการกลับมาจัดงานเริ่มต้นจัดงานใหม่อีกครั้งแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในประเทศ โดยหากรวมตัวเลขการจองจัดงานประชุมสัมมนา อีเวนต์และจัดแสดงสินค้า ทั้งในพื้นที่ กทม.หรือในต่างจังหวัด มีการจองแล้วเกือบ 1,000 งาน
          'ธุรกิจไมซ์'รายได้วูบ60%
          "สิ่งต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุดคือ การ กระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และภูมิภาคเร็วที่สุด เนื่องจากรายได้ที่จะลงสู่ภาคส่วนเหล่านั้นผ่านการจัดงานแสดงสินค้า ประชุมสัมมนา หรืออีเวนต์ต่างๆ หายไปกว่า 60% การกระตุ้นผู้ประกอบการในประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยขณะนี้แม้การผ่อนปรนจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย ทำให้เป้าหมายที่วางไว้ว่าจะสามารถสร้างรายได้เดิม อยู่ที่ 2.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นต่างชาติในธุรกิจไมซ์เข้ามาคาด 1.2 ล้านคน คนไทย 29 ล้านคน-ครั้ง รายได้น่าจะลดลงไปประมาณ 60%" นางศุภวรรณกล่าว
          นางศุภวรรณกล่าวว่า รายได้ที่จะกระตุ้นขึ้นมาได้หลังจากนี้ จะเป็นรายได้จากในประเทศ แต่สัดส่วนการใช้จ่ายของคนไทยไม่เท่าต่างชาติ จึงคาดว่าทั้งปี 2563 จะเหลือรายได้ประมาณ 162,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยผล กระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะทำให้รายได้ที่ลงสู่ท้องถิ่นลดลงจาก 5.4 แสนล้านบาท เหลือกว่า 2 แสนล้านบาท
          ตายทั่วโลกพุ่งทะลุ4.5แสน
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าทำสถิติอีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 18 มิถุนายน โดยมีผู้เสียชีวิตทะลุ 450,397 ราย หลังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5,209 รายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งนี้ สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่ 119,930 ราย ตามด้วยบราซิล 46,665 ราย ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตในหนึ่งวันสูงที่สุดและเป็นเพียงประเทศเดียวที่ตายเกินพันที่ 1,209 ราย อังกฤษรั้งที่ 3 ที่ 42,153 อิตาลี 34,448 ฝรั่งเศส 29,575 สเปน 27,136 เม็กซิโก 18,310 และอินเดีย 12,262
          บราซิลยังจ่อทำสถิติมีผู้ติดเชื้อใกล้ถึงล้านคนเป็นประเทศที่ 2 ในโลก หลังล่าสุดมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสูงที่สุดที่ 31,475 คน จนทำให้ยอดผู้ป่วยรวมในบราซิลเพิ่มขึ้นเป็น 960,309 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกล่าสุดอยู่ที่ 8,389,609 คน โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 138,385 คนในหนึ่งวันที่ผ่านมา สหรัฐยังรั้งอันดับหนึ่งที่ 2.23 ล้านคน ตามด้วยบราซิล 960,309 คน และรัสเซีย 553,301 คน อินเดีย 367,264 อังกฤษ 299,251 สเปน 291,763 เปรู 240,908 อิตาลี 237,828 อิหร่าน 195,051 เยอรมนี 190,179 ชิลี 184,449 ตุรกี 182,727 ฝรั่งเศส 158,174 เม็กซิโก 154,863 ปากีสถาน 154,760 และซาอุดีอาระเบีย 141,234
          ยอดติดเชื้อกรุงปักกิ่งลดลง
          สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จากกลุ่มก้อนผู้ติดเชื้อใหม่ที่มีจุดศูนย์กลางจากตลาดค้าส่ง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน มีจำนวน 21 ราย ลดลงจาก 1 วันก่อนหน้าที่มีจำนวน 31 ราย นับว่าเป็นแนวโน้มในการควบคุมโรคที่มีสัญญาณที่ดีขึ้น
          การพบผู้ติดเชื้อใหม่ที่กลายเป็นการแพร่ระบาดครั้งใหม่พบในตลาดค้าส่งในกรุงปักกิ่ง โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนพบผู้ติดเชื้อแล้ว 158 ราย ขณะที่ทางการจีนยังคงสืบสวนโรคอย่างเข้มข้น เพื่อหาตัวผู้ติดเชื้อเพื่อเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคอย่างต่อเนื่อง
          ปธน.ฮอนดูรัส-เมียป่วยโควิด
          เอเอฟพีรายงานในวันเดียวกันว่า ฆวน ออร์ลันโด แอร์นันเดซ ประธานาธิบดีฮอนดูรัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเตกูซิกัลปา เมืองหลวงของประเทศแล้ว หลังจากประธานาธิบดี วัย 51 ปี ประกาศก่อนหน้านี่ว่าติดเชื้อโควิด-19
          ด้านแพทย์ผู้วินิจฉัยประธานาธิบดีระบุว่า ผลแล็บแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีมีอาการปอดอักเสบ พบน้ำในปอดเล็กน้อยแต่สุขภาพโดยรวมของประธานาธิบดียังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
          ทั้งนี้ การเข้ารักษาตัวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีแอร์นันเดซ ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมาว่าตนติดเชื้อโควิด-19 ด้านอานา การ์เซีย ภรรยาของประธานาธิบดี ก็ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ด้วยเช่นกันแต่ยังไม่แสดงอาการใดๆ
          ฮูยุติการทดลองไฮดร็อกซีฯ
          องค์การอนามัยโลก (ฮู) ตัดสินในยกเลิกการทดลองยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน ยารักษามาลาเรียที่เป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ในฐานะยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ลงแล้ว หลังจากพบว่ายาดังกล่าวไม่ได้ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อลงเลย
          โดยแพทย์จากโครงการฉุกเฉินทางสาธารณสุขของฮู ระบุว่า จากการรวบรวมหลักบานจากการทดลองใช้ยาไฮดร็อกซีคลอโรควิน กับการรักษาตามาตรฐานในโรงพยาบาลพบว่า การใช้ยาไม่ได้ให้ผลในการลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยแต่อย่างใด นั่นจึงส่งผลให้การทดลองยาไฮดร็อกซีคลอโรควินจะต้องหยุดลง
          ทั้งนี้ ยาไฮดร็อกซีคลอโรควินเคยถูกอ้างโดยคนดังอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐว่าเป็นยาที่อาจใช้ในการรักษาโควิด-19ได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้การทดลองของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษก็เคยเปิดเผยผลวิจัยมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไฮดร็อกซีคลอโรควินนั้นไม่ได้มีประโยชน์กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแต่อย่างใด
          สถานทูตเตือนคนไทยในปักกิ่ง
          สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ออกประกาศเตือนให้คนไทยติดตามข่าวสารเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการจีนอย่างเคร่งครัด หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ในกรุงปักกิ่ง เนื้อหาระบุว่า 1.ห้ามมิให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงปานกลาง รวมทั้งตลาดซินฟาตี้ ทุกคนเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง สำหรับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำที่จำเป็นจะต้องเดินทางออกนอกกรุงปักกิ่ง จะต้องยื่นผลตรวจกรดนิวคลีอิกที่ตรวจในช่วงระยะเวลาภายใน 7 วัน 2.ยกเลิกการเรียนการสอนที่สถานศึกษาทุกระดับชั้น โดยให้นักเรียน นักศึกษาทุกคนเรียนผ่านระบบออนไลน์ และระงับการกลับเข้าสถานศึกษาทุกแห่ง
          3.กรณีเดินทางไปโรงพยาบาลจะต้องทำการนัดเวลาล่วงหน้าก่อน 4.รณรงค์ให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย โดยฉพาะในพื้นที่ปิด พื้นที่แออัด และในอาคารและควรรักษาระยะห่าง 1 เมตร และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมประชุมหรือกินข้าวร่วมกัน 5.บุคคลที่มีประวัติเดินทางไปตลาตชินฟาตี้ตลาดยวี่เฉวียนตง ตลาตเที่ยนเถาหงเหลียน รวมทั้งผู้ที่มีประวัติไกล้ชิกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว และผู้ที่มีความเสี่ยง จะต้องเข้ารับการตรวจกรดนิวคลีอิก 6.จำกัดจำนวนผู้ใช้รถขนส่งมวลชนและควบคุมให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย 7.ห้ามเดินหางเข้าพื้นที่ความเสี่ยงปานกลางและความเสี่ยงสูง โดยสำหรับพื้นที่ความเสี่ยงสูง
          หากมีการเดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากพื้นที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอให้คนไทยที่อศัยในกรุงปักกิ่งให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกรุงปักกิ่งอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรณีมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกกรุงปักกิ่ง ขอให้ตรวจสอบมาตรการการเดินทางกับเจ้าหน้าที่ในชุมชนและจุดหมายปลายทางด้วย


pageview  1174833    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved