HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 09/06/2563 ]
แจกเงินฟื้นฟูบูมแผนท่องเที่ยว

 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไร้ติดเชื้อนาน15วัน พบเพิ่ม2ที่กักตัว
          สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด 2 รายก็จริง แต่เป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ในสถานกักกัน นั่นทำให้เป็นวันที่ 15 ติดต่อกันแล้วที่เมืองไทยไม่เจอผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศ ขณะเดียวกันมีความเป็นได้สูงที่กระทรวงการคลังจะแจกเงิน 3 พันบาทให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้ในการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวันหยุดเดือน ก.ค.
          ไทยพบป่วยโควิด2ราย
          ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือ "คุณหมอบุ๋ม" ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เปิดเผยสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ประจำวันว่า ผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 2 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ โดยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ รวมผู้ป่วยสะสม 3,121 ราย กลับบ้านได้ 1 ราย รวมสะสม 2,973 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 90 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่
          ไร้ติดเชื้อแล้ว15วันติด
          "หมอบุ๋ม" ยังเผยอีกว่า ประเทศไทยพบว่าไม่มีการติดเชื้อในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 15 แล้ว โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้ และก่อนหน้านั้น ผู้ป่วยในประเทศอยู่ในกลุ่มที่สัมผัสผู้ป่วยใกล้ชิดก่อนหน้า หากถามว่า อยู่ในสถานการณ์ปลอดภัยหรือยัง ต้องบอกว่า ตามหลักการระบาดวิทยา จะใช้ระยะเวลา 2 เท่าของการฟักตัว โดยโควิด จะใช้เวลาฟักตัว 14 วัน ทำให้จะใช้เวลา 28 วัน จะอยู่ในระยะความเสี่ยงต่ำ โดยพบว่า เกาหลี พบการระบาดระยะ 2 ในกลุ่มผับ บริษัทส่งของ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และการพบเชื้อในสถานที่ของรัฐจัดหาให้ ก็ไม่มีอาการ ทำให้ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยเช่นเดิม
          คนป่วยตรวจเจอเชื้อครั้งที่2
          สำหรับผู้ป่วย 2 ราย เดินทางกลับจากซาอุดิอาระเบีย 1 ราย อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษา ถึงประเทศไทย 25 พ.ค. มีไข้ แต่ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ได้รับการตรวจเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 7 มิ.ย.และพบเชื้อ อีกรายเดินทางกลับจากเนเธอแลนด์ 1 ราย อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทย วันที่ 3 มิ.ย. ตรวจเชื้อครั้งแรกไม่ชัดเจน และตรวจครั้งที่ 2 พบเชื้อวันที่ 8 มิ.ย. ทั้งนี้ประเทศที่เดินทางกลับเข้ามาที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ ซาอุดิอาระเบีย
          ก.ค.เหมาะชดเชยสงกรานต์
          แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ยังกล่าวอีกว่ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เปิดเผยว่ากระทรวงการคลัง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มมาตรการคือ ช่วงเดือน ก.ค. เป็นต้นไป และให้มีวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ในช่วงเดือน ก.ค.นี้
          อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าว่า ครม. มีการอนุมัติวันหยุดที่แน่ชัด ว่าตรงกับวันที่เท่าไรของเดือนกรกฎาคม จะได้รายงานให้ทราบต่อไป
          เปรยคลังแจก3พันเที่ยว
          "หมอบุ๋ม" ยังเผยอีกว่า ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังจากากรแรพ่ระบาดโวรัสโควิด-19 โดยนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศหลังจากการแพร่ระบาดไวรัสระบาด ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวและบริโภคในประเทศ
          ทั้งนี้ มาตรการที่จะออกมานั้น เช่น การแจกบัตรกำนัล การเสนอให้แจกเงินให้คนละ 3,000 บาท เพื่อท่องเที่ยวภายในประเทศ มาตรการที่ออกมา จะต้องให้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม และร้านอาหาร เข้าร่วมจัดโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ เพื่อสนับสนุนมาตรการภาครัฐ และ จูงใจให้ประชาชนตัดสินใจท่องเที่ยวด้วย เช่น การลดราคาเพื่อให้คนเข้าใช้บริการมากขึ้น
          เรียกคืนเงินเกษตรจากขรก.
          นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มีการร้องเรียนเรื่องของข้าราชการท้องถิ่น อาทิ กลุ่มอบต. เข้ามาจำนวนหนึ่ง ว่าไม่ควรได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาเกษตรกร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทยอยโอนเงินเยียวยารายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 63 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา
          ทั้งนี้ที่ผ่านมาข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามเกณฑ์แล้ว ไม่ได้ตั้งแต่แรก แต่เท่าที่ผ่านมามีการจ่ายเงินไปแล้วบางส่วน โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการให้โอนเงินคืน หรือหักเงินเดือน ซึ่งกระทรวงการคลังมีระเบียบปฏิบัติในเรื่องนี้อยู่แล้ว
          ชี้กำนัน-ผู้ใหญ่เข้าเกณฑ์
          นายอนันต์ เผยอีกว่าในส่วนของกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มนี้ถือว่าสามารถได้รับเงินเยียวยาเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพราะกลุ่มนี้ไม่ได้รับเงินเดือนไม่ใช่ข้าราชการ แต่เงินที่ได้ทุกเดือนอยู่ในหมวดของค่าตอบแทน ไม่ใช่เงินเดือน
          อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยา ตรวจสอบสถานะอุทธรณ์เงินเยียวยาเกษตรกรได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “เกษตรดิจิทัล” โดยขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ผ่านแอปพลิเคชั่น "เกษตรดิจิทัล"
          ทั้งนี้เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "เกษตรดิจิทัล" คลิกคำว่า "ตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยาเกษตรกร" กรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก จากนั้นกดคำว่า "ตรวจสิทธิ์" จากนั้นหน้าจอจะแสดง "ผลการตรวจสอบ"
          รัฐช่วยวัดไม่เก็บค่าน้ำค่าไฟ
          นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมครม.กรณีมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เพิ่มเงินเยียวยาพระสงฆ์ที่บิณฑบาตไม่ได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เหตุวันละ 60 บาทไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบันว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเงินเยียวยาดังกล่าว แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาหาแหล่งเงินที่จะใช้เป็นงบประมาณจ่ายเงินเยียวยา
          นายเทวัญ เผยอีกว่า ขณะเดียวกันมี ส.ส.และ ส.ว.จำนวนมาก สอบถามถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปหารือร่วมกับตน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งการเยียวยาพระภิกษุสงฆ์มีหลายแนวคิด เช่น การจ่ายเงินเยียวยา การช่วยสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟวัด การไม่เก็บค่าน้ำค่าไฟวัด หรือช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในวัด เป็นต้น และเมื่อการหารือได้ข้อสรุปจะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.รับทราบ
          ชงเยียวยามากกว่า60บาท
          นายเทวัญ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่จะให้เงินเยียวยาดังกล่าววันละ 60 บาทนั้น มองว่าเจ้าอาวาสวัดจะได้รับค่าภัตตราหาร เดือนละประมาณ 1,800 บาท ซึ่งเรานำส่วนนี้มาเป็นตัวตั้ง รวมถึงเห็นว่าตามปกติ พระภิกษุจะได้อาหารจากการบิณฑบาตส่วนหนึ่ง จึงคิดว่าเงิน 60 บาทน่าจะเพียงพอ แต่ใจจริงแล้วคิดว่าถ้าให้เงินได้มากกว่านี้ รัฐบาลก็อยากจะให้ แต่ขอให้รอผลการหารือร่วมกันกับนายวิษณุที่จะมีขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ก่อน
          เมื่อถามว่าจะต้องถามความเห็นจากทางมหาเถรสมาคมด้วยหรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า เคยหารือเรื่องนี้กับพระเถระผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งท่านไม่ขัดข้องถ้ารัฐบาลพร้อมช่วยท่านก็ยินดี
          จ่องดตรวจโควิดคนแอดมิต
          นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีออกคำสั่งโรงพยาบาลในสังกัด สธ.ทุกแห่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยทุกรายที่นอนรักษาใน รพ. (Admit) ว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วง เม.ย.ที่ผ่านมา มีการระบาดของโรคโควิด-19 มีการติดเชื้อใน รพ. หลายกรณี เช่น รพ.รามาธิบดี หรือกรณี รพ.ที่ จ.ชุมพร ก็เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ หรือ รพ.ในจังหวัดนราธิวาส ที่มีคนไข้ติดเชื้อจากเตียงข้างๆ หรือกรณีคุณลุงที่ไปตัดผมก็มีการติดเชื้อใน รพ.เช่นกัน
          นอกจากนี้ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเป็นร้อยราย ประกอบกับที่เคยมีการสุ่มตรวจคนไข้ในโรงเรียนแพทย์ รวมกว่า 10,000 ราย ระยะแรกก็เคยเจอผู้ป่วย 2 ราย คืดเป็น 0.12 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กลัวว่าคนไข้ 1,000 คนจะมีคนติดเชื้อ 1 คน และคน 10,000 คนก็อาจมีคนติดเชื้อ 100 คน จึงมีมติว่า ควรต้องมีการเพิ่มการตรวจมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการให้บริการ
          นพ.สุขุมกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากกรมการแพทย์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า ประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่พบการติดเชื้อใน รพ.รายใหม่เลย จากการตรวจสุ่มกว่า 7,000 ราย ดังนั้น จะมีการประชุมวันที่ 9 มิ.ย. เพื่อทบทวนมาตรการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ใน รพ. ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากตอนนี้เราพบผู้ป่วยโควิด-19 น้อยลง โดยจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม 1. กลุ่มที่มีความเสี่ยงว่าเป็นโรค 2. คนต้องทำหัตถการแล้วแพทย์สงสัย 3. ผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าไอซียู และ 4. การสุ่มตรวจเป็นระยะๆ
          มองปลอดภัยเหตุการ์ดตก
          พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้คนเริ่มลดระดับการป้องกันตนเองลงไป หลังมีการคลายล็อกระยะต่างๆ จากการสอบถามเหตุผลคนส่วนใหญ่ตอบด้วย 3 เหตุผล คือ 1. ไม่มีผู้ป่วยใหม่ในประเทศ จึงรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น 2. มีความเสี่ยงลดน้อยลง โอกาสติดเชื้อต่ำลง และ 3. กิจวัตรประจำวันไม่เอื้ออำนวย ทำให้ไม่สามารถป้องกันตนเองได้
          ทั้งนี้ อยากฝากถึงการป้องกันตนเอง ควรใส่หน้ากากอนามัยติดตัวเสมอทุกครั้งในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือให้บ่อยขึ้น และเว้นระยะห่าง ลดความแออัด สถานประกอบการต่างๆ ก็ต้องเน้นทำความสะอาด จัดพื้นที่ระยะห่าง ลดความแออัดให้ได้ ถ้าไม่ทิ้งมาตรการเหล่านี้ก็จะมีโอกาสเข้าสู่การผ่อนปรนระยะถัดไป
          กสทช.แจงปมสัญญาณมือถือ
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ชี้แจงกรณีที่มีการแชร์ข่าว กระทรวงกลาโหม ทำหนังสือถึงกสทช. เพื่อขอตำแหน่งโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
          กรณีนี้ เกิดขึ้นหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อจากสนามมวยลุมพินี ทางกระทรวงกลาโหม จึงประสานขอข้อมูล เพื่อตรวจสอบเฉพาะพื้นที่สนามมวยลุมพีนีเท่านั้น เพราะมีกลุ่มเสี่ยง จากพื้นที่ ที่กระทรวงกลาโหมดูแล
          ดังนั้นกระทรวงกลาโหม จึงร่วมกับกรมควบคุมโรค ที่มีอำนาจ ตามพ.ร.บ.ควบคุมโรค ตรวจสอบติดตามกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อเฉพาะในสนามมวย เพื่อส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังกลุ่มเสี่ยง ให้เข้ากระบวนการสอบสวนโรค ไม่ได้ติดตามข้อมูลของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด และไม่เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น "ไทยชนะ" ไม่ได้ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด
          เลขาธิการ กสทช. บอกว่า ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมควบคุมโรคได้ขอให้ติดตามข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ประมาณ 100 หมายเลขเท่านั้น ซึ่งหลังจากกรณีสนามมวยลุมพินีแล้ว ก็ไม่ได้มีการขอความร่วมมืออื่นๆจากกระทรวงกลาโหมในการตรวจสอบพิกัดอีก
          เว้นค่าธรรมเนียมโรงแรม
          นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรมปีละ 40 บาทต่อห้องพัก ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 63 - 30 มิ.ย. 64 ตามร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ....ของกระทรวงมหาดไทยเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประกอบการช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
          สืบเนื่องจากการประกาศพระราชกำหนดกาบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมเป็นจำนวนมากไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีผู้เข้าพักภายในโรงแรม
          ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. .... โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรมปีละ 40 บาทต่อห้องพัก ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 63 - 30 มิ.ย. 64
          สรุปแจกเงินเที่ยวสัปดาห์นี้
          นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาข้อสรุปรวมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นจะต้องสรุปแนวทางการดำเนินงานทั้งหมดให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่มีเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการต่อไป
          คาดใช้ไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน
          นายลวรณ เผยอีกว่า แนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเบื้องต้นที่คาดว่าจะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ การส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวนกว่า 1.2 ล้านคน ได้เดิทางท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนนี้เป็นไปตามที่ ททท. เสนอมา
          ส่วนแนวทางเรื่องการแจกเงิน หรือการแจกวอชเชอร์ ซึ่งเป็นอีกข้อเสนอของ ททท. นั้น ยังไม่มีการสรุปในขณะนี้ เพราะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแต่ละแนวทางที่ดำเนินการมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และการดำเนินการจะต้องมีความคุ้มค่า และเป็นไปตามเป้าหมายคือการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างแท้จริง
          “วงเงินที่จะใช้ในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น เบื้องต้นที่หารืออาจจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้น ยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปว่าต้องการจะออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวที่มีผลมากน้อยขนาดไหน” นายลวรณ กล่าว
          ป่วยระดับโลกเกิน7.2ล้าน
          สถานการณ์ของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.63 พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั่วโลก มีทั้งสิ้น 7,218,772 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิต มีทั้งสิ้น 409,104 คน และรักษาหายกลับบ้านแล้ว 3,554,630 คน
          ด้านสหรัฐอเมริกา มียอดผู้ป่วยติดเชื้อรวมเกิน 2 ล้านคน ไปอยู่ที่ 2,026,597 คนแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 113,061 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของชาติอื่นๆในลำดับรองลงมา มีดังนี้ บราซิล 710,887 คน, รัสเซีย 485,253 คน, สเปน 288,797 คน, สหราชอาณาจักร 287,399 คน, อินเดีย 267,614 คน, อิตาลี 235,278 คน, เปรู 199,696 คน และ เยอรมัน 186,233 คน
          ลาวเฮไม่มีป่วยโควิดแล้ว
          เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. Allinlaos สื่อข่าวสารและสังคมออนไลน์ในประเทศลาว รายงานว่าลาวไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดต่อกันเป็นเวลา 58 วันแล้ว พร้อมทั้งมีข่าวดี ผู้ป่วยเพศชายคนสุดท้ายที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงหมอ (โรงพยาบาล) มิตรภาพ เวียงจัน ล่าสุดรักษาหายแล้ว และอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วท่ามกลางความดีใจของทีมแพทย์และสาธารณสุขลาว โดยยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมในลาวจำนวน 19 คน รักษาหายแล้วทั้งหมด 19 คน


pageview  1174831    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved