HISO - เรื่องเล่าข่าวเด่น

  
   Follow us      
  
หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 05/02/2562 ]
หนุนทำงานที่บ้านลดฝุ่นแนะลูกจ้างตรวจสุขภาพ

กรุงเทพธุรกิจ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม หนุน คนทำงานที่บ้านแทน ช่วยลดปริมาณรถวิ่ง เข้าเมือง-ลดมลพิษ ลดปัญหาฝุ่น ด้าน "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน" กำชับนายจ้างจัดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองแก่ลูกจ้างในสถานประกอบการ ให้ สปส. ส่งเสริมลูกจ้างกลุ่มเสี่ยงตรวจสุขภาพ จ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยจากฝุ่น กำชับ กสร.ออกหนังสือให้สถานประกอบการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นให้ลูกจ้างสวมใส่ขณะปฏิบัติงาน นอกสถานที่และเดินทางไป - กลับจากบ้านไปที่ทำงาน พร้อมตรวจสถานที่ก่อสร้าง กำจัดการ ฟุ้งกระจายของฝุ่นขณะที่มีการก่อสร้าง
          นายสุพัฒน์  หวังวงศ์วัฒนา ที่ปรึกษาสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอมาตรการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านจราจรที่ติดขัดที่เป็นสาเหตุของมลพิษว่าต่อไปอาจจะต้องให้ใช้ รถดีเซลวิ่งตามวันคู่วันคี่ หรือในรถต้องนั่งมากกว่า 1 คน รวมทั้งแท็กซี่ต่อไปก็นั่งคนเดียวไม่ได้ต้องลากคน ขึ้นไปด้วย  ว่าแนวคิดนี้อาจจะมีเสียงคัดค้าน และ คนที่ได้รับผลกระทบจะไม่เอาด้วย แต่สิ่งที่ทำได้แค่ขอให้คนทำงานจากที่บ้านได้ สามารถเริ่มได้ทันที ทุกฝ่ายน่าจะรับได้ เพราะคนที่ต้องขับรถมาทำงาน ก็ไม่ต้องขับรถเข้ามาในกรุงเทพฯ เท่ากับลดจำนวนรถที่จะเข้ามาติดและเกิดมลพิษลงไปได้ส่วนหนึ่ง
          "ถ้าออกมาตรการหรือระบบต่างๆมาแก้ปัญหา ต้องอยู่ในระดับที่ทุกฝ่ายยอมรับได้การทำงานจากบ้าน คนที่ขับรถเข้ามาในเมืองก็ไม่ต้องเข้า เชื่อว่าเป็นอะไรที่สังคมคมรับได้ แรงหรือเสียงคัดค้าน ก็จะน้อยลง เสนอว่าน่าจะทำโพลสำรวจว่ามีคนเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหน"
          นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ อดีตอาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการแก้ปัญหา PM 2.5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องกล้าสั่งการเพื่อแก้ปัญหาทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่สามารถทำและสั่งการได้เลย คือ ประกาศให้คนสามารถทำงานที่บ้านได้ ซึ่งจะสามารถลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้ 30-40% ช่วยทำฝุ่นละอองในอากาศที่คนกรุงเทพฯกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้บรรเทาลง
          ส่วนมาตรการการให้โรงเรียนปิดเป็นการชั่วคราว ช่วยไม่ให้เด็กได้รับฝุ่นละอองในอากาศมากมากเกินไป ถือเป็นสิ่งดี เพราะเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยง และเป็นการส่งสัญญาณให้สังคมได้รับรู้ว่าปัญหานี้มันมีอยู่ในบ้านเมือง สะท้อนไปถึงรัฐบาล นักการเมือง ว่าจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้
          อย่างไรก็ตามปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย เกิดขึ้นมา 5-6 ปีแล้ว ตัวเลขในแต่ละปีก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ปีนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากกว่าปีก่อนๆ และเริ่มมองเห็นปัญหา เช่น การก่อสร้าง การเผาในพื้นที่การเกษตร หรือแม้แต่การใช้รถยนต์ดีเซล ซึ่งอย่างหลังเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด
          สำหรับมาตรการทำงานที่บ้านมีหลายหน่วยงานตอบรับแล้ว เช่น สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและเอกชนซึ่งได้ออกมาตรการดูแลสุขภาพพนักงานเช่นกัน โดยสายงานบริหารทรัพยากรบุคคลธนาคารออมสิน เห็นควรให้พนักงานและลูกจ้าง ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ครอบคลุมจังหวัด นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และปทุมธานี และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
          รวมทั้งผู้ที่มีบุตรหลานแต่ไม่มีคนดูแล เนื่องจากประกาศปิดสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ ในวันที่ 1 ก.พ. โดยให้หัวหน้าหน่วยงานระดับผู้จัดการสาขาขึ้นไป พิจารณาอนุญาต และให้ผู้อำนวยการเขต บริหารจัดการอัตรากำลังของหน่วยงาน เพื่อไม่ให้กระทบงานธนาคาร เช่นเดียวกับธนาคารกสิกรไทยนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศแนวทางดูแลพนักงานในภาวะฝุ่น PM 2.5 ในอากาศสูงกำหนดให้พนักงานที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่โรคประจำตัวทางเดินหายใจ หรือ ผู้มีบุตรหลาน ที่ต้องดูแลจากการปิดสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-5 ก.พ.62
          ล่าสุดรศ.วิลาสีนี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ลงนามประกาศให้พนักงานสามารถหยุดงานได้ครั้งละไม่เกิน 2 วัน ตั้งแต่วันที่31 ม.ค.-3 ก.พ. โดยไม่คิดเป็นวันลา แต่ต้องไม่กระทบงานในความรับผิดชอบตามปกติ และขึ้นกับดุลพินิจผู้อำนวยการสำนักในการพิจารณาอนุญาตเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมต่อไป
          ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่จะต้องมีการเดินทางไป - กลับสถานที่ทำงานและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว จึงได้มีมาตรการโดยให้สำนักงานประกันสังคม ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้ลูกจ้างมีการตรวจสุขภาพในสถานประกอบกิจการที่อาจได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง และดูแลค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยอันเนื่องมาจากฝุ่นละออง
          ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดำเนินการออกหนังสือถึงสถานประกอบการขอความร่วมมือให้นายจ้างผู้ประกอบการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองให้กับลูกจ้างเพื่อสวมอุปกรณ์ป้องกันในระหว่างเดินทางไป - กลับจากบ้านไปสถานที่ทำงาน และจากสถานที่ทำงานกลับบ้าน
          รวมทั้งระหว่างการไปปฏิบัติงานนอกสถานที่อีกด้วย นอกจากนี้ ยังให้มีหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 1-12 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่1-10 ตรวจสถานที่ก่อสร้าง ในกรณีที่พบว่า มีปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมากก็จะให้นายจ้างจัดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นให้กับลูกจ้าง และให้มีการกำจัดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในขณะที่มีการก่อสร้าง
          นอกจากนั้นกระทรวงแรงงาน โดยพันตำรวจตรีหญิง รมยง สุรกิจบรรหารรองปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เป็นตัวแทนของ รมว.แรงงาน มอบหน้ากากอนามัยให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานทำความสะอาด เพื่อช่วยป้องกันฝุ่นละอองในขณะปฏิบัติงานอีกด้วย


pageview  1159301    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved