Follow us      
  
  

ฐานเศรษฐกิจ [ วันที่ 01/10/2564 ]
ททท.เดินหน้าไทม์ไลน์ 4 ระยะพื้นที่ 47 จังหวัด

ททท.เดินหน้าไทม์ไลน์ 4 ระยะ นำร่องเปิดพื้นสีฟ้า 47 จังหวัดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งดันเที่ยวแบบ 4+3 เชื่อมโยงพื้นที่นำร่องระยะที่ 1 รับลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน ก่อนคิกออฟทยอยเปิดพื้นที่ใหม่ตั้งแต่พ.ย.นี้ สทท.คาดปี 64 ต่างชาติเที่ยวไทย2.8 แสนคน
          หลังจากศบค.มีมติเห็นชอบไทม์ไลน์การเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวรวม 47 จังหวัด เพื่อเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว จากนี้ททท.ก็จะประสานกับพื้นที่ต่างๆ และกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดันการเปิดพื้นที่ใน 4 ระยะที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
          โดยจะใช้รูปแบบการเปิดประเทศให้เป็นโมเดลเดียวกันในทุกพื้นที่ ภายใต้พื้นที่สีฟ้าหรือบลูโซนที่จะเกิดขึ้น  รวมถึงการนำร่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวในลักษณะ 4+3 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงหลังจากไทยมีการลดวันกักตัวนักท่องเที่ยวลงจาก 14  วันเหลือ 7 วัน
          นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าไทม์ไลน์ใหม่ของการเปิดจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวทั้ง4 ระยะ หรือพื้นที่สีฟ้า จะเริ่มจาก 1.ระยะนำร่อง ในวันที่ 1-31 ต.ค.นี้ โดยในเดือนต.ค.นี้จะมีการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวเพิ่มเติมของจังหวัดกระบี่ โดยเพิ่มอีก 2 พื้นที่ คือคลองม่วงและทับแขก ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้เพิ่มเติมจากเกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ ที่เปิดไปแล้ว ส่วนพื้นที่เกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน ก็จะใช้โมเดลเดียวกับภูเก็ต ไม่ได้ใช้สมุยพลัสโมเดลแล้ว
          รวมถึงจะมีการเปิดให้เดินทางท่องเที่ยวแบบ 4+3 ใน 4 จังหวัดพื้นที่ระยะนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต,สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) จ.พังงา (เขาหลัก เกาะยาว) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก) โดยอยู่ภูเก็ต 4 วัน อีก 3 วันก็ไปพักและเที่ยวที่เกาะพีพีหรือพื้นที่เชื่อมโยงเหล่านี้ก็ได้ เป็นต้น ซึ่งถ้าพื้นที่ไหนพร้อมก็เริ่มได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น หลังจากวันที่ 1 ต.ค.นี้ไทยจะลดจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวจาก 14 วันเหลือ 7 วัน โดยนักท่องเที่ยวต้องตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกในวันแรกที่เดินทางมาถึง (วัน0-1) และครั้งที่ 2 ใน (วัน 6-7)
          2.ระยะที่1 วันที่ 1-30 พ.ย.นี้จะเป็นการนำร่องเปิดอีก 10 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร จ.กระบี่ จ.พังงา (ทั้งจังหวัด) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จ.เพชรบุรี (ชะอำ) จ.ชลบุรี (พัทยา บางละมุง จอมเทียน บางเสร่) จ.ระนอง เกาะพยาม จ.เชียงใหม่ (เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า จ.เลย (เชียงคาน) และ จ.บุรีรัมย์ (เมือง) ซึ่งในแต่ละจังหวัดอย่างกรุงเทพฯ จะเปิดได้วันไหนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ว่าฯในแต่ละจังหวัด และเงี่อนไขของวัคซีนในพื้นที่
          3.ระยะที่2 วันที่1-31 ธ.ค.64 เปิดเพิ่ม 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ หนองคาย สุโขทัย เพชรบูรณ์ ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ ตราด ระยอง ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส
          4. ระยะที่ 3 วันที่ 1 ม.ค.65 เป็นต้นไป จะเน้นเปิด 13 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี ตาก นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี น่าน กาญจนบุรี ราชบุรี สตูล
          การเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่สีฟ้าเหล่านี้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเงื่อนไขการฉีดวัคซีนในจังหวัดนำร่องอย่างน้อย 50% และในกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 โรคและหญิงตั้งครรภ์) ต้องฉีดอย่างน้อย 80% ส่วนถ้าเป็นพื้นที่นำร่อง ต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 70% และในกลุ่ม 608 อย่างน้อย 80% และมีเรื่องของอัตราการครองเตียงผู้ป่วยสีเหลืองและแดงไม่เกิน 80% และจังหวัดต่างๆ และทุกพื้นที่ จะมีแนวทางปฏิบัติหรือ SOP เดียวกันเหมือนหมดเหมือนภูเก็ต จะไม่มีการใช้โมเดลแยกกันของแต่ละจังหวัด เพราะการทำแซนด์บ็อกซ์ เราเริ่มต้นจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาแล้ว ดังนั้นพื้นที่ทั้งหมดก็จะไม่ถือว่า เป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์แล้วแต่เป็นพื้นที่บลูโซนทั้งหมด
          อีกทั้งการเป็นพื้นที่สีฟ้ายังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ สามารถปรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เป็นไปตามระดับการเฝ้าระวังของพื้นที่ได้ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัด ก็สามารถกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับพื้นที่เองได้ อย่างภูเก็ต ก็กำหนดโซนให้ขายแอลกอฮอล์ได้ เป็นต้น
          นางกรรณิการ์ เอี้ยวตระกูล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง กล่าวว่า การฉีดวัคซีนบนเกาะพยาม ครอบคลุมกว่า 94% ผู้ประกอบการพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 พ.ย.นี้ โดยบนเกาะมีโรงแรมกว่า 200 แห่ง ที่ผ่านมาเกาะพยามรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 80% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลองสเตย์ ซึ่งผู้ประกอบการมีลูกค้าเดิมอยู่แล้วหากเปิดเกาะก็โปรโมตให้มาเที่ยวได้ โดยนักท่องเที่ยวจะลงเครื่องที่สนามบินภูเก็ต และเดินทางแบบซีลรูตไม่แวะพักที่ไหนมายังเกาะพยาม
          นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เอกชนอยากให้การเปิดประเทศในแต่ละจังหวัดมีแนวทางปฏิบัติที่เป็น SOP เดียวกันเป็นไทยแลนด์แซนด์บ็อกซ์เหมือนกันหมด การขอให้ตรวจโควิดแบบ PCR แค่ครั้งเดียว ที่เหลือให้ตรวจแบบ ATK แทน การขอให้ปรับการขอ COE เปิดให้นักท่องเที่ยวจองผ่านบริษัททัวร์ และการจัดแคมเปญแรงๆ ในการกระตุ้นตลาด หากทำได้ก็มั่นใจว่าในปีนี้ไทยน่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 280,447 คน สร้างรายได้ราว 16,826 ล้านบาท

 pageview  1183901    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved