Follow us      
  
  

ฐานเศรษฐกิจ [ วันที่ 06/02/2563 ]
ถอดรหัสสูตรยา พิชิต ไวรัสโคโรนา บทพิสูจน์แพทย์ไทยก้องโลก

"Global Health Index" ดัชนีชี้วัด "ความมั่นคงทางสาธารณสุขทั่วโลก" เกี่ยวกับมาตรการที่จะใช้รับมือกรณีมีสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรง ซึ่งจากการประเมินล่าสุดปี 2019 ประเทศไทยติดอันดับ 6 จาก 195 ประเทศทั่วโลก
          ประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา 83.5 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน รองลงมาคือ สหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และแคนาดา ซึ่งไทยเป็นประเทศเอเชียที่มีอันดับสูงสุดได้ 73.2 คะแนน สูงกว่าเกาหลีใต้ที่เป็นประเทศเอเชียอันดับต่อมาที่ 70.2 คะแนน
          นอกจากระบบการรับมือที่ได้รับการยอมรับระดับโลกแล้ว "แพทย์ไทย" ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลเช่นกัน โดยเฉพาะในการระบาดของไวรัสโคโรนา ที่ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี ค้นพบ "สูตรยา" ที่ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จนหายป่วยกลับบ้านได้
          "นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช" นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี หนึ่งในแพทย์ที่ค้นพบสูตรยานี้ เล่าว่าตัวเองมีประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ที่อาการค่อนข้างรุนแรงมาหลายเคส ได้ทำการรักษาปรากฏว่าผลน่าพอใจคือ คนไข้อาการดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ผลตรวจ
          ไวรัสโคโรนาจากที่เป็นผลบวกกลายเป็นผลลบ เป็นแนวโน้มที่ดี
          "คนไข้อายุ 70 กว่าปี อายุเยอะ เป็นคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น เป็นเคสที่รีฟีเวอร์มาจากหัวหิน เขามีโรคความดันโลหิตสูง แต่เท่าที่ดูน่าจะมีโรคหัวใจด้วย เพราะเงาเอกซเรย์มีหัวใจโตคนไข้มาถึงวันที่ 29 มกราคม 2563 ผมตัดสินใจให้ยาเลย คนไข้ได้ยาต้านไวรัสมาก่อนอยู่แล้ว 2 วัน แต่ไม่ดีขึ้น คนไข้แย่ลงเรื่อยๆ อาการของคนไข้ในวันที่รับไข้วันแรกอาการหนักมาก ค่าการอักเสบในเลือดสูงขึ้นทุกวัน จนอาจจะต้องตัดสินใจให้เครื่องช่วยหายใจ แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีเครื่องช่วยหายใจที่ไม่ต้องใส่ท่อ เราก็ตัดสินใจให้ยารักษาอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าภายใน 12 ชั่วโมง จากคนไข้ที่ลุกไม่ได้ อ่อนเพลีย ก็ลุกขึ้นมานั่งได้ภายใน 12 ชั่วโมง แต่ตอนนั้นอาการคนไข้ยังไม่หาย แต่อาการดีขึ้นชัดเจนสูตรยาที่ให้ไป คือยาต้านไวรัสเอดส์และยาต้านไข้หวัดใหญ่ อาการก็ดีขึ้นชัดเจนอาการไข้ลดลง ค่าผลตรวจทางเดินหายใจไม่พบเชื้อแล้ว จากเดิมที่พบเชื้อตลอด 10 วัน คนไข้ทานอาหารได้ดี ที่ทานไม่ได้คนไข้บ่นว่า คนจีนชอบของร้อน อาหารไทยไม่ร้อนพอ"
          หมอเกรียงศักดิ์เล่าอีกว่า ยาที่ใช้เป็นยามาตรฐานที่ใช้อยู่แล้ว ยาต้านไวรัสเอดส์ทางการจีนก็ใช้ ซึ่งระบุในรายงานการใช้ยา จากการเปิดดูข้อมูลรายงานการรักษาในกลุ่มไวรัสโคโรนา กลุ่มที่เป็น "กลุ่มเมอร์ส" ที่เคยระบาด ที่รักษาได้ด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ จึงนำมาผสมกัน ปรากฏว่าผลดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง โดยสูตรนี้ก็ไม่เหมือนกับจีน
          "มีรายงานว่า ได้ผลในกลุ่มคนไข้ที่เป็นโรคเมอร์ส ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน เป็นไวรัสโคโรนาเหมือนกัน ผมเลยตัดสินว่า ในเมื่อคนไข้อาการหนัก ผมต้องรักษาคนไข้ไว้ก่อน แล้วผมก็คอยระวังผลข้างเคียง ผมก็ตัดสินใจให้ยาไป แล้วก็เฝ้าดูอาการทุกวันตลอดเวลา"
          สำหรับ "ยารักษาโรคเอดส์" ประเทศไทยมีอยู่แล้วขององค์การเภสัชกรรม ไม่ใช่ยาของเมืองนอกอะไร เป็นยาต้านไวรัสที่เราใช้ทั่วไป "ทามิฟลู" แต่ผมใช้ขนาดที่สูง เพราะเป็นคนไข้อาการหนัก โดยสัดส่วนการให้ยานั้น เป็นยาต้านไวรัส 3 ตัวจาก 2 กลุ่มให้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นคูณ 4 ต่อวัน กลุ่มแรกเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี เป็นสูตรผสมโลพินาเวียร์+ริโทนาเวียร์ ตัวยา 2 ตัวในเม็ดเดียวกันและอีกกลุ่มเป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โอเซลทามิเวียร์
          ด้านรศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี แพทย์อีกรายที่อยู่ในทีมเล่าสั้นๆว่า เราติดตามรายงานการรักษาจากจีน และประเทศจีนติดตามรายงานการรักษาจากเรา แต่ที่พบคือ เราไปในทิศทางเดียวกัน เราเชื่อว่าความร่วมมือของแพทย์ทั่วโลกจะพัฒนาการรักษาร่วมกัน เราก็จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมช่วยกัน

 pageview  1205154    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved