Follow us      
  
  

กรุงเทพธุรกิจ [ วันที่ 20/09/2564 ]
ไทยลุยฉีดวัคซีนทะลุ 44ล้านโดส สธ.เร่งเจาะพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว

 กรุงเทพธุรกิจ ไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้ว กว่า 44 ล้านโดส เข็ม 1 ครอบคลุม 40% สธ.เร่งฉีดจังหวัดเป้าหมายเปิดท่องเที่ยวให้เปอร์เซ็นต์สูง พร้อมจัดสรรวัคซีน ลงพื้นที่สอดคล้องความจำเป็น-จำนวนวัคซีนส่งมอบ ขณะที่ 5 จังหวัดเปิดเมือง เชียงใหม่ยอดฉีดวัคซีนต่ำสุด 29 %
          นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า พอใจภาพรวมที่ดีขึ้น ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถใช้ชีวิตวิถีใหม่อยู่กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ได้อย่างเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันตนขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล เช่น การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง งดไปในสถานที่แออัด เป็นต้น ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เร่งรัดให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้ได้ 50% อย่างช้าภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้ ตามเป้าของกระทรวงสาธารณสุข
          โดยขณะนี้วัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยมี 4 ชนิด คือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ ซึ่งผ่านการรับรองทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากองค์การอนามัยโลกและสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา โดยวัคซีนหลัก ที่ใช้ฉีดเข็มที่ 1 คือซิโนแวค และเข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ จากผลการศึกษาวิจัยในประเทศพบว่า วัคซีน ทั้งสองชนิดนี้จะเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ได้ดียิ่งขึ้น ใช้เวลาสั้นกว่าวัคซีนสูตรปกติ
          ส่วนการจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้แก่ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา  เนื่องจากภูมิคุ้มกันเริ่มลดลงหลังฉีด 3-6 เดือน โดยประชาชนที่จะเข้ารับการฉีด จะ ได้รับการแจ้งข้อความ SMS ผ่านทาง แอพพลิเคชันหมอพร้อม หรือลงทะเบียน ที่สถานพยาบาลเดิม และเข้ารับบริการที่จุดฉีดวัคซีนกลางในแต่ละพื้นที่กำหนด เช่น ในกรุงเทพฯ ที่สถานีกลางบางซื่อ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนกลุ่ม นักเรียน 12-17 ปี ที่จะเริ่มฉีดไฟเซอร์ เข็มที่ 1 ในช่วงต้นเดือนต.ค.นี้ จะคำนึงถึง ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเป็นไป ตามเจตจำนงของผู้ปกครองเป็นสำคัญ
          ย้ำเปิดประเทศต้องรัดกุม-ถกสิ้นเดือน
          นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อซักถาม การเปิดประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ มีการพิจารณาอย่างไรว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ หากย้อนหลังกลับไปเมื่อ มิ.ย. นายกฯ มี นโยบายเปิดประเทศ 120 วันด้วยความปลอดภัยเป็นขั้นเป็นตอน ตอนนี้ผ่านมา 90 กว่าวันแล้ว สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยช่วงกลาง ส.ค.จนถึง ตอนนี้แนวโน้มดีขึ้น หลายจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี
          อย่างไรก็ตาม การวางแผนเปิดการเดินทางมากขึ้นในจังหวัดต่างๆ ต้องเตรียมการประเมินความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึง ด้านอื่นๆ ที่ต้องมีความพร้อมด้วย เช่นการเตรียมประชาชน ผู้ประกอบการ สถานประกอบการประเภทต่างๆ ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องเดินทางท่องเที่ยว มีการจัดทำ มาตรฐาน เช่น มาตรฐาน SHA Plus ของโรงแรม พนักงานมีการฉีดวัคซีน หรือตรวจหาเชื้อ กำหนดมาตรการ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ซึ่งช่วงเตรียมการนี้ต้องประเมินความพร้อมด้วย "คาดว่าการประชุมครั้งต่อไปของ ศบค.ช่วงปลายก.ย.นี้ จะมีการประเมินสถานการณ์ภาพรวมของประเทศอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร รวมถึง แต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดที่มีแผนจะเปิดการเดินทางอีกครั้ง และเร่งรัดคนในพื้นที่เกี่ยวข้องกิจการท่องเที่ยวเดินทางให้มีการฉีดวัคซีนเปอร์เซ็นต์สูง ขณะนี้กำลังเตรียมการให้เกิดความพร้อมมากที่สุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสร้างความมั่นใจ ผู้เดินทางชาวไทยและต่างชาติ ส่วนจะ เปิดที่ไหนรอ ศบค.มีการประเมินอีกครั้ง อาจจะเป็นต้นเดือน ต.ค. หรือกลาง ต.ค. ขึ้นกับความพร้อม แต่ละพื้นที่" นพ.โสภณกล่าว ส่วนต้องเพิ่มสัดส่วนการจัดสรรวัคซีนในจังหวัดเป้าหมายเปิดท่องเที่ยวหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า การเปิดการเดินทางแต่ละจังหวัดจะต้องทำแผนการฉีดวัคซีนว่า ฉีดไปเท่าไหร่ คิดเป็น กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าฉีดเพิ่มช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าจะฉีดเพิ่มเท่าไหร่ ให้แจ้งเข้ามา กรมควบคุมโรคจะรวมตัวเลขและประเมิน เพื่อจัดสรรวัคซีนให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสถานการณ์การได้รับวัคซีนที่จะเข้ามา ซึ่งช่วง ต.ค.เป็นต้นไปจะมีวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากกว่าที่ผ่านมา โดย เดือนต.ค.ราว 24 ล้านโดส พ.ย. 23 ล้านโดส และธ.ค. 24 ล้านโดส "สามารถเรียนรู้ประสบการณ์ฉีดวัคซีนเพื่อเปิดท่องเที่ยวได้จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หรือสมุยพลัส โดยวางแผนให้สอดคล้องบริบทพื้นที่ ซึ่งการเปิด ท่องเที่ยวนั้น ประเมินเป็นจังหวัด คงไม่ได้ พร้อมกันทั้งหมด เพราะมีตั้งแต่จังหวัด ที่พร้อมมาก กลาง และน้อย กลุ่มนี้ก็ต้องรอ  ส่วนกระแส กทม.เปิดวันที่ 15 ต.ค. ยังต้องดูสถานการณ์ก่อน เพราะเป็นพื้นที่ ขนาดใหญ่พบผู้ติดเชื้ออยู่ แต่มีความพร้อมมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ เนื่องจากฉีดวัคซีนก่อนและมีความครอบคลุมสูง แต่ต้องดูปัจจัยอื่นๆด้วย"นพ.โสภณกล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงาน ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 2564 ประเทศไทยมีการ ฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 44,485,657 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 28,893,133 ราย คิดเป็น 40.1 %ของประชากร และเข็มที่ 2 จำนวน 14,971,317 ราย คิดเป็น 20.8% ของประชากร ส่วนความครอบคลุมการได้รับวัคซีนของประชากรในพื้นที่ 5 จังหวัด เป้าหมายการเปิดเมืองของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา จากฐานข้อมูล หมอพร้อม เวลา 12.05 น. วันที่ 19 ก.ย. 2564 พบว่า 1.กรุงเทพฯ ประชากร 7,699,174 คน ฉีดสะสม 10,872,324 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 7,504,615 ราย คิดเป็น 94.65 % ครบ 2 เข็ม จำนวน 3,189,923 ราย คิดเป็น 40.23 %
          2.จ.ชลบุรี ประชากร 2,047,621 คน ฉีดสะสม 1,802,080 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 1,203,424 ราย คิดเป็น 51.67% ครบ 2 เข็ม จำนวน 573,627 ราย คิดเป็น 24.63 % 3.เชียงใหม่ ประชากร 1,729,353 คน ฉีดสะสม 919,300 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 557,819 iย คิดเป็น 29.46 % ครบ 2 เข็ม จำนวน 338,972 ราย คิดเป็น 17.90 % 4.ประจวบคีรีขันธ์ ประชากร 578,093 คนฉีดสะสม 377,270 โดส เข็ม 1  จำนวน 223,726 ราย คิดเป็น 39.89 % ครบ 2 เข็ม จำนวน 148,546 ราย คิดเป็น 26.49%  และ5.เพชรบุรี ประชากร 502,826 คน ฉีดสะสม 357,020 โดส เข็มที่ 1 จำนวน 220,888 ราย คิดเป็น 47.46 % ครบ 2 เข็ม 131,631 ราย คิดเป็น 28.28%.

 pageview  1193556    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved