Follow us      
  
  

กรุงเทพธุรกิจ [ วันที่ 19/05/2563 ]
แพทย์หวั่นเดินห้าง แออัด เสี่ยงสัมผัสป่วยไม่แสดงอาการ

  กรุงเทพธุรกิจ  ไทยพบผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 3 ราย แพทย์หวั่นแออัด ในห้างเสี่ยงติดเชื้อผู้ป่วยไม่แสดงอาการ กรมสุขภาพจิตเผยผลสำรวจ 4 เดือนแรก ปี 63 พบคนฆ่าตัวตายจากปัจจัยเศรษฐกิจสูงขึ้น ขณะที่สหรัฐกล่าวหานักท่องเที่ยวจีน เป็นพาหะ ขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วโลก แตะ 4.72 ล้านคน
          วานนี้ (18 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์ บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าว สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย รวมยอดสะสม 3,031 ราย ใน 68 จังหวัด เสียชีวิตรวม 56 ราย รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย รวม 2,857 ราย หรือ 96.26% รักษาตัวในโรงพยาบาล 118 ราย
          ทั้งนี้ ผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตาม พื้นที่รักษา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ นนทบุรี 1,705 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคกลาง 393 ราย และภาคใต้ 727 ราย
          สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ วันที่ 18 พ.ค.จำนวน 4 ราย ได้แก่ รายที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันในที่ทำงาน กรุงเทพมหานคร เริ่มป่วยด้วยอาการถ่ายเหลว และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พ.ค. และรักษาต่อที่โรงพยาบาลใน จ.นนทบุรี
          รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 55 ปี ถึงประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันในที่ทำงานเดียวกับผู้ป่วยรายที่ 1 และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พ.ค. และรักษาต่อในโรงพยาบาลเดียวกับผู้ป่วยรายที่ 1
          รายที่ 3 เป็นเพศหญิง อายุ 27 ปี ภูมิลำเนา จ.ภูเก็ต อาชีพพนักงานขายสินค้า มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน และรับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 15 พ.ค. และรักษาต่อที่โรงพยาบาลใน จ.ภูเก็ต
          สำหรับการประเมินภาพรวมของการผ่อนปรนระยะที่ 2 ที่ผ่านมา นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สิ่งที่เราเรียนรู้ในการผ่อนคลายระยะที่ 2 ผ่านไปหนึ่งวัน ต้องขอบคุณประชาชนและร้านค้า ที่ให้ความร่วมมืออย่างสูงมาก ทำให้เราได้เห็นภาพการผ่อนคลาย จับจ่าย ให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
          อย่างไรก็ตามเราเพิ่งจะทำ ไม่กี่วัน อาจจะมีความขลุกขลักไม่สะดวกบ้าง ตอนนี้เรียนรู้ร่วมกันและพัฒนาระบบและสังคมไปด้วยกัน ทักท้วง ติเตียนเพื่อพัฒนา เพื่อให้วันพรุ่งนี้ และต่อๆ ไปดีขึ้น เหมือนตัวเลขผู้ป่วยที่เราช่วยกันจากแดงเป็นเขียว
          "ทั้งนี้ เมื่อกิจการทั้งหลายเข้าอยู่ในระบบ ไทยชนะ จะเป็นการปกป้องคุ้มครองชีวิตเราและครอบครัวเรา โดยข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ที่กรมควบคุมโรค เพื่อติดตามผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น จะเก็บข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อช่วยให้แพทย์ทำงานได้อย่างสะดวกและเป็นระบบมากขึ้น มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และสามารถชี้จุดเป้าหมายจัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว"
          "เชื่อว่าระยะที่สอง ในวันที่สอง และจนครบสิบสี่วัน ถ้าเราทำได้อย่างดี ระยะที่สาม ที่มีกิจการร้านค้าจำนวนมากรอเปิดกิจการ แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่หากเราผ่านระยะที่สอง ที่เสี่ยงปานกลางไปได้ อิสรเสรี ก็สามารถทำได้ หากระยะที่สองทำได้ดี ระยะที่สามก็ทำได้แน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายทุกท่านร่วมมือกัน และผ่านระยะที่ 2 ให้ได้ภายใน 14 วัน" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
          เตือนแออัดในห้างเสี่ยงติดเชื้อ
          นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่มีการเปิดห้างเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีคนเดินห้างกันเยอะ บางห้างมีภาพของความแออัดสูง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะในช่วงแรกห้างให้ความมั่นใจแก่ทางภาครัฐว่าจะมีมาตรการตามมาตรการหลัก 5 ข้อ แต่ภาพที่ออกมายังมีความหนาแน่นของคนที่ใช้บริการ ซึ่งวันแรกอาจจะยอมรับได้ แต่ในวันถัดไป คิดว่าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ต้องทำให้ได้ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย การ์ดต้องไม่ตก ประชาชนต้องตระหนัก ในการใช้หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เห็นแออัดหรือแน่น เราต้องไม่เข้าไป ไม่เช่นนั้นอาจจะติดโรคได้
          "ช่วงหลังๆ เราจะพบว่า ผู้ที่ตรวจพบผู้ป่วยยืนยัน หลายคนตรวจพบผลบวกทั้งๆ ที่อาการน้อย จนกระทั่งไม่มีอาการ เป็นเรื่องที่น่าสังเกต คนทั่วไปเดินอยู่เราอาจจะไม่รู้ หากเราเบียดเสียดในห้าง เราไม่รู้ว่าใครมีเชื้อหรือไม่ เพราะคนที่มีเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้แม้จะไม่มีอาการ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคโควิด-19 พี่น้องประชาชนต้องระมัดระวัง" นพ.อนุพงศ์ กล่าว
          ฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจเพิ่ม
          นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงแนวทางการฟื้นฟูจิตใจ ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ผลกระทบระยะยาวจากโรคโควิด-19 แบ่งเป็น 4 คลื่น ได้แก่ คลื่นลูกที่ 1 ช่วงที่ 1-3 เดือนแรกที่มีการระบาด เป็นช่วงที่สร้างผลกระทบกับสุขภาพของคน และขีดความสามารถของโรงพยาบาล เพราะพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง
          ถัดมา คือ คลื่นลูกที่ 2 ช่วง 2-4 เดือนหลังเริ่มมีการระบาด เป็นช่วงที่ผู้ป่วยเร่งด่วนที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้บริการ ซึ่งอาจทำให้เกิดการ ล้นทะลัก เพราะให้บริการไม่เพียงพอ คลื่นลูกที่ 3 ช่วง 4-9 เดือนหลังเริ่มมีการระบาด เป็นช่วงที่ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องกลับมาโรงพยาบาล เพื่อพบแพทย์และรับการรักษา
          "คลื่นลูกที่ 4 ช่วง 2 เดือน - 3 ปี หลังมีโรคระบาด ผลกระทบด้านเศรษฐกิจยังเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต คนมีความเครียด ซึมเศร้า หรือฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ การให้บริการในภาวะวิกฤติมาอย่างยาวนาน ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งอาจมีภาวะเหนื่อยล้าและหมดไฟ
          สำหรับสถานการณ์การเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในช่วงปี 2562-2563 พบว่า 5 ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายสำเร็จของคนไทย อาทิ ปัจจัยด้านความสัมพันธ์, สุรา, การป่วยกายจิต มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยปัญหาสุราที่มีการลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับปัจจัยปัญหาเศรษฐกิจนั้นยังคงเป็นปัจจัยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563
          ในด้านของจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายจากระบบรายงานการเฝ้าระวังการทำร้ายตนเองของกรมสุขภาพจิต พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากฆ่าตัวตายยังคงมีค่าใกล้เคียงกับในช่วงปีที่ผ่านมา (2.1 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน) อาจอธิบายได้ว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจแม้จะมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันปัญหาความสัมพันธ์และการดื่มสุราที่นำมาสู่การฆ่าตัวตายกลับมีแนวโน้มลดลง
          อย่างไรก็ตาม Universal Intervention เช่น มาตรการทางสังคมเศรษฐกิจ และ Selective Intervention เช่น การป้องกันการกลับมาทำร้ายตัวเองซ้ำ ยังคงเป็นมาตรการที่สำคัญต่อการช่วยลดระดับความรุนแรงของอัตราการฆ่าตัวไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้
          สหรัฐระบุนักท่องเที่ยวจีนเป็นพาหะ
          นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาฝ่ายการค้าประจำทำเนียบขาว ออกโรงกล่าวหาว่า จีนเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดออกไปทั่วโลก เนื่องจากปล่อยให้ประชาชนเดินทางออกไปยังประเทศต่างๆ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าไวรัสแพร่ระบาดอยู่ในประเทศ
          โดยนายนาวาร์โร กล่าวในรายการ This Week ของสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า ไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่น โดยมีการตรวจพบผู้ป่วยมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แต่จีนกลับปกปิดเรื่องราวดังกล่าวไว้นานถึงสองเดือน และยังปล่อยให้ประชาชนของตนหลายร้อยล้านคนบินไปยังที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มิลาน นิวยอร์ก ตลอดจนเมืองอื่นๆ ทั่วโลก
          "พวกเขาสามารถจำกัดการแพร่ระบาดไว้แค่ในเมืองอู่ฮั่นได้ แต่กลับทำให้ไวรัสแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงบอกว่าจีนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ และพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น" นายนาวาร์โร กล่าว
          ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก สำนักข่าวเอเอฟพี รวบรวมตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 เมื่อเวลา 18.00 น. วานนี้ ผู้ติดเชื้อทั่วโลกอย่างน้อย 4,727,220 คน ใน 196 ประเทศและดินแดน เสียชีวิตอย่างน้อย 315,270 คน หายแล้วอย่างน้อย 1,700,000 คน
          ทั้งนี้ สหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 89,564 คน จากผู้ติดเชื้อ 1,486,742 คน รองลงมาคืออังกฤษ เสียชีวิต 34,636 คน จากผู้ติดเชื้อ 243,303 คน ตามด้วยอิตาลี เสียชีวิต 31,908 คน ผู้ติดเชื้อ 225,435 คน ฝรั่งเศส เสียชีวิต 28,108 คน ติดเชื้อ 179,569 คน และสเปน เสียชีวิต 27,650 คน ติดเชื้อ 231,350 คน

 pageview  1172954    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved