Follow us      
  
  

สยามรัฐ [ วันที่ 02/08/2561 ]
ชี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริม/แค่รู้จักเลือกกินให้เป็น คนไทยอย่าตื่น!เสริมแคลเซียม

 มีอาหารมากมายที่อุดมด้วยแคลเซียม เตือน!ไม่ควรซื้อแคลเซียมมากินเอง ให้ปรึกษาหมอก่อน
          นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยให้ความใส่ใจและสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย ตลอดจนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ อาทิวิตามินซี วิตามินบำรุงร่างกาย แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์แคลเซียมได้จึงต้องรับมาจากอาหารผ่านการย่อยและดูดซึมที่ลำไส้เล็ก ซึ่งการดูดซึมแคลเซียมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ประมาณ 20-25% เท่านั้นส่วนที่เหลือจะขับถ่ายทิ้งไป หน้าที่ของแคลเซียมนอกจากจะเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ยังซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยในการแข็งตัวของเลือด การทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ และควบคุมสมดุลของกรดและด่างในร่างกาย
          หากขาดแคลเซียมในเด็กจะเกิดโรคกระดูกอ่อน ทำให้การเติบโตของกระดูกผิดปกติ ถ้าในหญิงวัยหมดประจำเดือนจะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน และเป็นสาเหตุของโรคกระดูกเสื่อม นอกจากนี้หากร่างกายขาดแคลเซียมอย่างรุนแรงอาจก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุกและชัก เป็นต้น
          นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมเช่น ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ดื่มกาแฟเกินขนาด ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในหญิงวัยหมดประจำเดือน และมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน หรือเคยกระดูกหักมาก่อน โดยปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวันตามช่วงอายุมีปริมาณไม่เท่ากัน ปกติผู้ใหญ่ที่อายุน้อย 40-50 ปี ควรได้รับแคลเซียม 800-1,000 มิลลิกรัมต่อวันอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียม1,000-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน หากอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปและผู้หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับแคลเซียม1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
          ทั้งนี้ประชาชนสามารถเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม ได้แก่ งาดำ(1 ช้อนโต๊ะมีแคลเซียม 132 มิลลิกรัม)กะปิ กุ้งแห้ง (1 ช้อนโต๊ะมีแคลเซียม140 มิลลิกรัม) ปลาหรือสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ทานได้ทั้งตัว เต้าหู้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม พืชตระกูลถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว รวมถึง ตำลึง พริก กระถิน ใบยอกะเพรา โหระพา กระเจี๊ยบ ผักกาดเขียวผักกวางตุ้ง คะน้า เป็นต้น โดยเลือกรับประทานตามปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งออกกำลังกายในช่วงเวลา 7 โมง ถึง 9 โมงเช้า เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจาก
          แสงแดดซึ่งเป็นตัวช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และที่สำคัญหากมีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานแคลเซียมควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ควรซื้อแคลเซียมมารับประทานเอง

 pageview  1148332    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved