Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 07/10/2564 ]
มท.สั่งทุกจังหวัดเตรียมพร้อมกระจายไฟเซอร์ให้ นร.

ไทยฉีดวัคซีนแล้วเฉียด56ล.โดสมีแค่12จว.ทำได้ตามเป้าเกิน50%ติดโควิดทรงตัว9.8พันตาย92ศพ
          โควิดไทยทรงตัวต่ำกว่าหมื่นต่อเนื่อง วันเดียวติดเชื้อเพิ่ม 9,869 ราย  ตาย 92 ศพ  รักษาหาย กลับบ้านเพิ่มต่อเนื่องที่หลักหมื่นเช่นกัน  โดยอยู่ที่ 11,152 ราย ยอดฉีดวัคซีนสะสม 55.9 ล้านโดส มี 12 จังหวัดฉีดเกิน 50% ของประชากร  ส่วนเพจ ไทยร่วมใจฯ แจ้งคิวผู้ที่รับวัคซีน แอสตราเซเนกาเข็มที่ 1 ระหว่าง 19-31 กรกฎาคม เข้ารับเข็มที่ 2 เริ่มตั้งแต่ 7-15 ตุลาคม ตรวจสอบที่ www.ไทยร่วมใจ.com และแอปฯเป๋าตัง ขณะที่สภากาชาดไทย ฉีด "ซิโนฟาร์ม" ที่สภากาชาดจีนสนับสนุน 1 แสนโดส ให้ประชากรข้ามชาติ ทุกเชื้อชาติที่อาศัย ในไทย ตั้งเป้าฉีด 5,000 คน นำร่องพื้นที่ กทม.-สมุทรปราการ
          เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 9,869 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 8,715 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 864 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 273 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 17 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,628,368 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน หายป่วยกลับบ้าน 11,152 ราย หายป่วยสะสม 1,504,229 ราย รวมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ผู้ป่วยกำลังรักษา 108,373 ราย เสียชีวิต 92 ราย
          ฉีด55.9ล้านโดส-เข็ม1ไม่ถึง50%
          นอกจากนี้ ศบค.ยังรายงานภาพรวมการฉีดวัคซีนในพื้นที่ 77 จังหวัด มียอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์- 4 ตุลาคม อยู่ที่ 55,921,443 โดส แยกเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 33,243,525 ราย คิดเป็น 46.1% ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 21,162,251 ราย คิดเป็น 29.4% ของประชากร เข็มที่ 3 จำนวน 1,515,667 ราย คิดเป็น 2.1% ของประชากร โดยเมื่อ วันที่ 4 ตุลาคม ฉีดเพิ่มได้ 770,947 โดส แยกเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 255,607 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 465,460 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 49,880 ราย ซึ่งผลการฉีดครอบคลุมประชากรทั้งหมด 40-49% มี 15 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ยะลา สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ระยอง สิงห์บุรี สระบุรี นครราชสีมา กาญจนบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี ตรัง ตราด เชียงใหม่
          มี12จว.ฉีดวัคซีนเกิน50%
          ส่วนการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากร ทั้งหมดมากกว่า 50% มี 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก พังงา ภูเก็ต และจ.ระยอง ครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ 50-69% มี 47 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี นครปฐม ยะลา สงขลา นราธิวาส นครนายก พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง เพชรบูรณ์ เพชรบุรี นครราชสีมา เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร จันทบุรี ตราด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ยโสธร อำนาจเจริญ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง สตูล เชียงใหม่ จันทบุรี อุดรธานี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ นครสวรรค์ กำแพงเพชร ขอนแก่น หนองคาย ครอบคลุม กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 70% มี 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา พังงา ภูเก็ต ระนอง
          ไทยร่วมใจแจ้งคิวฉีดแอสตราฯเข็ม2
          วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊คโครงการ "ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย Safe Bangkok" แจ้งกำหนดการฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา เข็มที่ 2 สำหรับผู้ฉีด วัคซีนแอสตราเซเนกา เข็มที่ 1 ผ่านระบบ ลงทะเบียน "ไทยร่วมใจ" ในเดือนกรกฎาคม ดังนี้ ฉีดเข็ม 1 วันที่ 19-20-21 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 7 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 22-23 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 8 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 24-25 ก.ค. 2564 รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 9 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 26 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 10 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 27 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 11 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 28 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 12 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 29 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 13 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 30 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 14 ตุลาคม ฉีดเข็ม 1 วันที่ 31 กรกฎาคม รับวัคซีนเข็ม 2 วันที่ 15 ตุลาคม ทั้งนี้ ขอให้มารับวัคซีนตาม วัน เวลา และสถานที่ ที่ได้นัดหมายเท่านั้น สามารถตรวจสอบได้ที่ www.ไทยร่วมใจ.com หรือแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ขณะที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานข้อมูลวันที่ 4 ตุลาคมว่า ไทย มีผู้ได้รับวัคซีนสะสม 55,921,443 โดส เข็มที่ 1 สะสม 33,243,525 คน เข็มที่ 2 สะสม 21,162,251 คน เข็มที่ 3 สะสม 1,515,667 คน
          สั่งวางแผนฉีดไฟเซอร์นร.12-18ปี
          ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติแจ้งแนวทางการดำเนินงานเตรียมความพร้อมให้บริการวัคซีนไฟเซอร์สำหรับนักเรียน/นักศึกษา อายุ 12 ปี ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือ เทียบเท่า โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้แจ้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแนวทางฯ ของกรมควบคุมโรค ได้แก่
          1.ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประสานจัดบริการให้วัคซีนไฟเซอร์ สำหรับนักเรียน/นักศึกษา ในรูปแบบให้บริการวัคซีนผ่านสถาบันการศึกษา ถ้านักเรียน/นักศึกษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าวมีอายุเกิน 18 ปี ให้รับวัคซีนไฟเซอร์ได้พร้อมกับนักเรียนร่วมสถาบัน การศึกษา และหากกรณีที่นักเรียน/นักศึกษา ไม่สามารถเข้ารับวัคซีนผ่านสถานศึกษาได้ให้ พิจารณาจัดหาช่องทางเข้าถึงวัคซีนตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เสียโอกาสสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
          2.แจ้งแผนจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์สำหรับนักเรียน/นักศึกษา อายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือ เทียบเท่าให้โรงพยาบาลจังหวัดและอำเภอ สำหรับการให้บริการช่วง 2 สัปดาห์แรก โดยจะแจ้งการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับนักเรียน/นักศึกษาในสัปดาห์ที่ 3 และ 4 ของเดือนตุลาคมภายหลัง 3.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานศึกษาธิการจังหวัดหรือหน่วยงานต้นสังกัดของ สถานศึกษาเพื่อทราบจำนวนกลุ่มเป้าหมายการรับวัคซีน และแจ้งจำนวนนักเรียน ที่ประสงค์รับวัคซีน รวมทั้งโรงพยาบาล ที่จัดส่งวัคซีนไปยังกรมควบคุมโรค เพื่อ ใช้พิจารณาจัดส่งวัคซีนต่อไป
          4.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พิจารณาให้บริการวัคซีนโควิด-19 สำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ครบถ้วน โดยให้วัคซีน Sinovac เข็มที่ 1 และวัคซีน AstraZeneca เข็มที่ 2 ระยะห่างระหว่างเข็ม 3 สัปดาห์ โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบริหารจัดการวัคซีน Pfizer เพื่อใช้วัคซีนอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายสูงสุด และขอให้แจ้งประมาณการจัดส่งวัคซีน Pfizer สำหรับนักเรียน/นักศึกษาไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่รับผิดชอบต่อไป
          ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า มท.โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ประสานดำเนินงานสกัดกั้นการระบาดของไวรัส โควิดให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และศบค. เพื่อให้เกิดการปฏิบัติระดับพื้นที่ ต่อเนื่อง รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการรักษาสุขอนามัยพื้นฐานตามหลัก DMHTTA คือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ วัดอุณหภูมิ ตรวจหาเชื้อโควิด ใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ/หมอชนะ อย่างเคร่งครัด รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อ แบบ Universal Prevention ให้เป็นชีวิต วิถีใหม่ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อร่วมยับยั้งการระบาด
          ฉีดซิโนฟาร์มให้ปชช.ข้ามชาติ
          ขณะที่นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยเปิดเผยว่า สภากาชาดไทยฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ที่ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดจีน ให้แก่ประชากร ข้ามชาติ ทุกเชื้อชาติที่อาศัยในไทย ตั้งเป้า ฉีด 5,000 คน ซึ่งวัคซีนซิโนฟาร์มที่นำมา ฉีดครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาด จีน 1 แสนโดส และจัดสรรส่วนหนึ่ง นำมาฉีดให้ประชากรข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา มีเป้าหมายการฉีด 5,000 คน ในจำนวนนี้มีประชากรข้ามชาติ ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัย จากอัฟกานิสถานนรวมอยู่ด้วย
          ทั้งนี้ สภากาชาดไทยกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชากรข้ามชาติไปยังหน่วยให้บริการ 4 จุด โดยวันที่ 5-8, 11, 16 และ 17 ตุลาคม สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย, 18-19 ตุลาคม สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ, 8 และ 29 ตุลาคม, สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม กรุงเทพฯ และ 14 และ 25-29 ตุลาคม สถานีกาชาดที่ 5 สวางคนิวาส จ.สมุทรปราการ โดยมีเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ หรือ MWG ช่วยเหลือรับลงทะเบียน รวมทั้งได้รับความร่วมมือ จากอาสาสมัคร ทั้งแพทย์และพยาบาล ชาวไทยและต่างชาติร่วมกันให้บริการ ฉีดวัคซีนให้ประชากรข้ามชาติด้วย
          โมเดอร์นาเลื่อนส่งไม่กระทบแผนฉีด
          นอกจากนี้ เลขาธิการสภากาชาดไทย ยังเปิดเผยถึงกรณีบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา ผู้นำเข้าวัคซีนโควิด ยี่ห้อโมเดอร์นา แจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการส่งมอบวัคซีน โควิด-19 ว่า บริษัทผู้นำเข้า แจ้งตั้งแต่แรกแล้วว่า จะส่งมอบในไตรมาส 4 ของปีนี้ การเลื่อนออกไปส่งมอบเดือนพฤศจิกายน จึงไม่กระทบการบริหารจัดการ รวมทั้ง แผนฉีดวัคซีนของสภากาชาดไทย ถือว่าการส่งมอบยังอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนดในไตรมาส 4 ปีนี้

 pageview  1184744    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved