Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 27/09/2564 ]
ปภ.ชี้ฤทธิ์พายุ เตี้ยนหมู่ 10จว.จมบาดาล ชัยภูมิ หนักสุดในรอบ50ปี

ประกาศภัยพิบัติ8อำเภอ รพ.เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ลพบุรีท่วมขยายวงกว้าง
          ฤทธิ์พายุ "เตี้ยนหมู่" ฝนถล่มหลายพื้นที่น้ำท่วมหนัก ปภ.ชี้ 10 จังหวัดยังกระทบ ประชาชนเฉียด1.4 ราย เดือดร้อน ชัยภูมิจมบาดาลหนักสุด ในรอบ 50 ปี รพ.บำเหน็จณรงค์ เร่งย้ายผู้ป่วยหนีน้ำ รองปลัดสธ.เร่งสรุปข้อมูลรพ.เสียหาย-ช่วยเหลือ ส่วนลพบุรี น้ำท่วมขยายวงกว้าง หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด
          เมื่อวันที่ 26 กันยายน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่าอิทธิพลพายุ 'เตี้ยนหมู่' ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 14  จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,930  ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด
          สำหรับ 10 จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์ ประกอบด้วย สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก อ.เมืองสุโขทัย อ.ศรีนคร อ.คีรีมาศ อ.ทุ่งเสลี่ยม อ.กงไกรลาศ อ.บ้านด่านลานหอย และอ.ศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง อ.คีรีมาศ และอ.เมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น, พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงนาราง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล อ.สามง่าม และอ.ดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว, ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองบัวระเหว อ.จัตุรัส อ.เมืองชัยภูมิ อ.เนินสง่า และอ.บ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
          นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักน้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านขุนทด อ.สูงเนิน อ.โนนสูง อ.เมืองนครราชสีมา และอ.พิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ไชย และอ.มัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว, อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี และอ.วารินชำราบ ปัจจุบัน อ.เมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
          นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว อ.หนองบัว อ.ชุมแสง อ.เมืองนครสวรรค์ อ.ชุมตาบง อ.แม่วงก์ อ.แม่เปิน อ.ตาคลี อ.พยุหะคีรี และอ.ไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว, ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.เนินขาม และอ.หันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว, สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี รวม  2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัวและพระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา และอ.บางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำระดับน้ำเพิ่มขึ้น
          ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการ ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
          วันเดียวกัน ที่ จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากอิทธิพลพายุ 'เตี้ยนหมู่' พัดถล่ม จนเกิดฝนตกต่อเนื่อง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบกว่า 50 ปี โดยน้ำป่าทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งมีพื้นที่กระทบหนักที่สุดกว่า 3 อำเภอ น้ำป่าทะลักล้นสันเขื่อนลำคันฉู อ.บำเหน็จณรงค์ น้ำป่าท่วมฉับพลันโรงพยาบาลประจำ อ.บำเหน็จณรงค์ และเขตเศรษฐกิจในตัวอำเภอ น้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วระดับน้ำสูงกว่า 5 เมตรแล้ว และยังมีน้ำไหลเชี่ยวรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
          ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 25 กันยายนที่ผ่ามา เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เร่งอพยพคนไข้ ผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ กันอย่างอลหม่าน จนถึงช่วงสายวันเดียวกันนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังวอยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล 10 ราย ผู้ป่วยทั่วไป 30 ราย ต้องอพยพไปอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ตลาดคำปิง อ.บำเหน็จณรงค์ รวมทั้งมีการใช้เรือกู้ชีพรับผู้ป่วยอาการหนัก 3 ราย ส่งต่อ รพ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา เป็นการชั่วคราวก่อน
          ขณะนี้การเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ ยังไม่สามารถเข้าไปภายในได้ทั้งหมด เนื่องจากน้ำยังหลากและท่วมขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูงจนมิดหลังคาแล้ว โดยมีการขอความช่วยเหลือด้านการสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มเป็นการด่วน รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ที่อดอาหารกันมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องพยายามฝ่าน้ำที่เชี่ยวเข้าไปช่วยเหลือ โดยรถยนต์ทุกชนิด และรวมยกสูงหรือเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ ก็ไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวแรงเข้าไปได้
          อย่างไรก็ดี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.ชัยภูมิ ได้ประสานขอกำลังทหารกองทัพภาคที่ 2 หาทางเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ เป็นการด่วนแล้วขณะที่อำเภอใกล้เคียง เช่น อ.จัตุรัส เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างหนักไม่แพ้กัน โดยตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีประกาศเตือนให้ผู้ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 201 ชัยภูมิสีคิ้ว ช่วงก่อนเข้าถึงตัว อ.จัตุรัส เชื่อมผ่าน เข้า-ออก จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา รถเล็กทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านจุดนี้ได้
          สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.จัตุรัส ได้ขยายวงกว้างไปยังบ้านเรือน เขตเศรษฐกิจในอำเภอ เสียหาย โดยยังมีชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านออกมาไม่ได้อีกในหลายตำบล รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 คน และกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาจากพื้นที่ได้ในขณะนี้
          ขณะเดียวกัน ที่ อ.เมืองชัยภูมิ ยังเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากจากเขื่อนลำปะทาว และลำน้ำชี ทะลักเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจใจกลางเมือง เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีบ้านเรือนเสียหายแล้วกว่า 1,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะที่หน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ ทางโรงพยาบาลต้องระดับเจ้าหน้าที่ใช้เรือบริการรับส่งผู้ป่วยเข้าออกแทน
          นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือที่น้ำท่วมจนถูกตัดขาดอีกเป็นจำนวนมาก ทาง เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังหาทางเข้า ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว ทั้งนี้ สำหรับ จ.ชัยภูมิ ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้วกว่า 8 อำเภอ ทาง ผวจ.ชัยภูมิ ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือสถานการณ์ และเร่งสำรวจ ช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน ก่อนจะประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อไป
          ขณะที่ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยซึ่งกระทบกับ โรงพยาบาลใน 2 จังหวัด คือสุโขทัย และชัยภูมิ เป็นทั้งโรงพยาบาลอำเภอและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่ง ส่วนมากเป็นลักษณะน้ำเอ่อล้น แต่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหาย โดย จะมีการสรุปข้อมูลความเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง
          นพ.ธงชัยกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นทราบว่าโรงพยาบาลใน จ.ชัยภูมิ ที่น้ำมาไวมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้าย รถฉุกเฉิน รถกระบะประมาณ 7 คัน ออกมา ได้ทัน ในส่วนของผู้ป่วยในมีประมาณ 20 คน เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ถึง 10 คน และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาการสีเขียว ได้มีการเคลื่อนย้ายไปยังชั้น 2 ของอาคารในระบบแยกการดูแลรักษาตามมาตรฐาน และอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่อย่างไร โดยหากต้องเคลื่อนย้ายต้องใช้เรือ เพราะรถใช้ไม่ได้
          ล่าสุด จ.ชัยภูมิ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัด รวม 16 อำเภอ และได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมหนักแล้วใน 8 อำเภอ คือ อ.บำเหน็จณรงค์ อ.เทพสถิต อ.จัตุรัส อ.หนองบัวระเหว อ.บ้านเขว้า อ.เนิ่นสง่า อ.เมือง และ อ.เกษตรสมบูรณ์ พร้อมยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องหนักสุดที่ อ.บำเหน็จณรงค์ อ.จัตุรัส และ อ.เมืองชัยภูมิ ที่มีการตั้งครัวพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 10 นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้ประสานขอกำลังทหาร เครื่องมือต่างๆ มาช่วยเหลือเป็นการ เพิ่มเติมโดยด่วน ซึ่งขณะนี้เริ่มทยอย เดินทางเข้าพื้นที่แล้ว
          อีกด้านหนึ่ง นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.ลพบุรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.ลำสนธิ เป็นวันที่สอง หลังจากน้ำได้ท่วมพื้นที่ขยายวงกว้างไปแล้ว 3 ตำบล ได้แก่ ต.กุดตาเพชร ต.ลำสนธิ และ ต.หนองรี 31 หมู่บ้าน 6,498 ครัวเรือน ซึ่งบางพื้นที่ ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้หมู่บ้านถูกตัดขาดไม่สามารถเข้า-ออกได้ต้องใช้ เรือท้องแบนในการสัญจรเพียงอย่างเดียว
          นายนิวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการอพยพชาวบ้านขึ้นมาอยู่ที่วัดจงโก ซึ่งถือเป็นพื้นที่สูงไม่ถูกน้ำท่วม ส่วนถนนชัยบาดาล-เทพสถิต ตั้งแต่ก่อนถึงตลาด หนองรี อ.ลำสนธิ ถูกน้ำท่วมเป็นระยะทาง ยาวกว่า 8 กิโลเมตร โดยรถไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ และต้องปิดการจราจรชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำบนผิวการจราจรท่วมสูงบางจุดเกือบ 2 เมตร
          อย่างไรก็ดี น้ำที่ท่วมในพื้นที่ 3 ตำบล ของ อ.ลำสนธิ ในครั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพูด เป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นน้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบหลายสิบปี บางรายระบุว่าอายุ 50 กว่าปี แล้ว เพิ่งพบเห็นน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุด โดยเกิดจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง 2-3 วัน และ ตกติดต่อกันเกือบ 12 ชั่วโมง จนทำให้น้ำป่าไหล เข้าท่วมพื้นที่ ต.กุดตาเพชร ก่อนจะไหลไปยังจุดอื่นๆ แต่มวลน้ำทั้งหมดก็ไหลลงอ่างเก็บน้ำ กุดตาเพชร และไหลลงสู่เขื่อนป่าสักฯต่อไป

 pageview  1193554    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved