Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 07/07/2564 ]
ทั่วโลกติดโควิด184ล.สังเวยชีวิตแล้ว4ล้านอิสราเอลชี้เชื้อเดลต้าฉีดวัคซีนได้ผลแค่64%

ทั่วโลกป่วยโควิดกว่า 184 ล้านคน ตายทะลุ 4 ล้านศพแล้ว WHO ออกโรงเตือนอย่ารีบผ่อนคลาย มาตรการคุมการแพร่ระบาด หวั่นเกิดระลอกใหม่รุนแรง ด้าน ญี่ปุ่น ส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา ให้ไทยสัปดาห์นี้ ส่วนสายพันธุ์เดลต้า ทำให้ประสิทธิภาพ วัคซีนในอิสราเอล ลดเหลือแค่ 64% เดินหน้าแลกวัคซีนเกาหลีใต้
          เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ว่ามีผู้ติดเชื้อรวม 184,922,415 คน และมีผู้เสียชีวิตทะลุ 4 ล้านคนแล้ว โดยตัวเลขอยู่ที่ 4,000,480 คน
          ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเตือนประเทศต่างๆ ว่าอย่าเร่งรีบ ผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ก่อนเวลาอันควร เพราะการแพร่ระบาดยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติ ขณะที่การระบาดระลอกใหม่อาจเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้
          นายไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินของ WHO ย้ำว่าประเทศในทวีปอเมริกาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันกว่า 1 ล้านคนในทุกๆ สัปดาห์ และยุโรปก็พบ ผู้ป่วยรายใหม่รวมกันกว่าครึ่งล้านคนในทุกๆ สัปดาห์ ดังนั้น การระบาดระลอกใหม่จากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกประเทศจึงต้องเพิ่มระมัดระวังให้มากและอย่าเร่งรีบผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเด็ดขาด
          วันเดียวกัน นายโตชิมิสึ โมเตกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นจะบริจาควัคซีนให้ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ หลังจากบริจาคให้อินโดนีเซียและมาเลเซียแล้ว นอกจากนี้ยังจะบริจาควัคซีนลอตใหม่ 1.1 ล้านโดสให้แก่ ไต้หวันในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ หลังจากบริจาคไปแล้ว 1.24 ล้านโดส เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
          นายโตชิมิสึ โมเตกี กล่าวว่า ภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้ญี่ปุ่นจะเริ่มจัดส่งวัคซีน 11 ล้านโดสผ่านโครงการโคแวกซ์ที่จัดสรรวัคซีนให้ประเทศที่ต้องการ ประเทศในเอเชียใต้ และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก โดยญี่ปุ่นรับปากจะบริจาคเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,130 ล้านบาท และวัคซีน 30 ล้านโดสให้แก่โครงการ โคแวกซ์ ส่วนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้เร่งจัดส่งวัคซีนให้กับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงในเอเชีย โดยตรง
          สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพลดลงในการรับมือกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าในประเทศอิสราเอลช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะช่วยไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการหนักก็ตาม โดยกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่าประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ลดลงเหลือ 64% หลังจากเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลต้าในประเทศ
          ทั้งนี้ อิสราเอลได้ติดตามข้อมูลจากผู้ติดเชื้อ ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับจำนวน ผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ทำให้เห็นว่าเมื่อเผชิญกับเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ในการป้องกันการเจ็บป่วยลดลงมาอยู่ที่ 64% แต่ข้อมูลยังยืนยันได้ว่าวัคซีนสามารถป้องกันผู้คนจากอาการป่วยรุนแรงและป้องกันไม่ให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 93%
          อย่างไรก็ดี อิสราเอลจะจัดส่งวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของไฟเซอร์/ ไบโอเอนเทคที่ใกล้หมดอายุ 700,000 โดสให้แก่เกาหลีใต้ในเดือนกรกฎาคมนี้ แลกกับวัคซีนยี่ห้อเดียวกันที่เกาหลีใต้จะส่งคืนในจำนวนเท่ากันในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้
          นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ ของอิสราเอลแถลงว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดไปด้วยกัน ด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ออกตัวไม่ขอให้ความเห็น หลังจาก นสพ.ฮาอาเร็ตซ์ของอิสราเอลเป็นสื่อแรกที่รายงานเรื่องนี้ซึ่งปัจจุบันอิสราเอลฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้วราว 55% และมีวัคซีนที่ใกล้หมดอายุ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 843,400 คน เสียชีวิตกว่า 6,400 ศพ ส่วนเกาหลีใต้ฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้วราว 10% มียอดติดเชื้อสะสมกว่า 161,500 คน เสียชีวิตกว่า 2,000 ศพและคาดหวังว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในเดือนพฤศจิกายน ด้วยการให้ประชากร 70% ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม โดยส่วนใหญ่เป็นวัคซีนชนิด เอ็มอาร์เอ็นเอ

 pageview  1182104    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved