Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 11/11/2563 ]
บราซิลระงับวัคซีนโควิด

  กลุ่มตัวอย่างตาย-พิการ สหรัฐใช้แอนติบอดีสู้ ทั่วโลกป่วย51ล้านคน
          ทั่วโลกยังวิกฤติ ติดเชื้อโควิดทะลุ 51 ล้านคน ด้านสธ.บราซิล ระงับทดสอบวัคซีน จากจีน หลังจากพบอาสาสมัครได้รับผลกระทบ ส่วนสหรัฐฯอนุมัติใช้แอนติบอดีฉุกเฉิน ด้านเขมรสั่งปิดสถานบริการ-ที่ท่องเที่ยวภายหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงป่วย 3 ราย ด่าน ตม.อรัญประเทศ โร่คุมเข้มการเข้า-ออก
          เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกทำสถิติทะลุ 51,230,378 คนแล้ว หลังจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 478,904 คน ในหนึ่งวัน ซึ่งนับเป็นการ เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยล้านคนในเวลาเพียง 2 วันต่อเนื่องกันอีกครั้ง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 122,745 คน เป็นการ เพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อหลักแสนคนต่อวันนับตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนถึงวันเดียวกันนี้ ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก คือ สหรัฐฯ 10,419,012 คน อินเดีย 8,591,075 คน บราซิล 5,675,766 คน ฝรั่งเศส 1,807,479 คน และรัสเซีย 1,796,132 คน
          ด้านผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 1,268,881 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 6,741 คน ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมี 3 ประเทศ ที่มีผู้เสียชีวิตหลักแสนคน คือ สหรัฐฯ 244,424 คน บราซิล 162,638 คน และอินเดีย 127,110 คน จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับ การรักษาจนหายดีแล้วอยู่ที่ 36,032,424 คน
          วันเดียวกัน ที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล กระทรวงสาธารณสุขบราซิล ออกแถลงการณ์ เรื่อง ระงับโครงการทดสอบประสิทธิภาพทางคลินิกวัคซีน "โคโรนาแวค" เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งพัฒนาและผลิตโดยบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค หนึ่งในผู้ให้บริการด้านชีวเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ในประเทศจีน เนื่องจากการทดสอบเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงกับอาสาสมัครจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
          ขณะที่แถลงการณ์ของอันวิซา หน่วยงานตรวจสอบด้านสาธารณสุขของรัฐบาลบราซิล ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิต มีความ
          เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผลข้างเคียง รวมถึง ความพิการร้ายแรง การต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ความผิดปกติโดยกำเนิด ซึ่งมีนัยสำคัญทางคลินิกอีกหลายกรณี ซึ่งรัฐบาลบราซิลยืนยันว่ากำลังตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
          อนึ่ง โครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของบริษัทแห่งนี้ เป็นหนึ่งในโครงการซึ่งมีความคืบหน้ามากที่สุดของประเทศจีน นอกเหนือจากวัคซีนที่พัฒนา โดยไบโอเทคและซิโนฟาร์ม ปัจจุบันอยู่ระหว่าง การทดสอบทางคลินิกขั้นที่ 3 ซึ่งในทางทฤษฎีคือขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่กระบวนการรับรอง
          ขณะเดียวกัน สำนักงานอาหารและยา (เอฟดีเอ)สหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้ฉุกเฉิน แบมลานิวิแมบของอีไลลิลลี่ บริษัทยาสัญชาติอเมริกัน ตามที่ข้อมูลการทดลองชี้ว่าการฉีดยานี้เพียงครั้งเดียวช่วยลดความจำเป็นที่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ความเสี่ยงสูงจะต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเข้าห้องฉุกเฉิน เป็นโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ผลิตเลียนแบบแอนติบอดีที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ
          ทั้งนี้ เอฟดีเอระบุว่าแอนติบอดีของอีไลลิลลี่สามารถใช้ได้ผู้ป่วยติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 อายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง และผู้ป่วยที่อายุ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วที่เสี่ยงทำให้ป่วยหนัก แต่ไม่อนุญาตให้ใช้กับผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หรือผู้ป่วยที่ต้องรับออกซิเจน เพราะอาจทำให้อาการทรุดลง
          ส่วนอีไลลิลลี่เผยว่าจะเริ่มจัดส่งแอนติบอดีนี้ผ่านบริษัทตัวแทนจำหน่ายทันที แต่การจัดสรรในระดับภูมิภาคต้องเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลกลาง ตั้งเป้าจะผลิตให้ได้ถึง 1 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ เพื่อใช้ทั่วโลก ในต้นปีหน้า รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งซื้อแล้ว 300,000 โดส รับปากว่าผู้ป่วยชาวอเมริกันจะได้รับการฉีดฟรี แต่สถานพยาบาลอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการ
          อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.สระแก้ว พร้อมคณะ และนายธนกฤต สายสิญจน์ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สนธิกำลังกันตรวจคัดกรองป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ขับยานพาหนะเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขนส่งสินค้าในตลาดโรงเกลือ ตามความจำเป็น 50 คัน โดยมีบุคคลประจำรถได้ไม่เกินคันละ 2 คน ตามมาตรการผ่อนคลายของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.สระแก้ว โดยมีการตรวจคัดกรอง อย่างละเอียดเข้มงวดทั้งการตรวจวัด อุณหภูมิร่างกายและกรอกประวัติการเดินทางทั้งหมด
          ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ว่าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกประกาศ 2 ฉบับ โดย ฉบับแรก ให้กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา และคณะกรรมการโรคติดต่อ ประกาศปิดสถานบริการ สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ และพิพิธภัณฑสถานทั่วประเทศ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนเป็นต้นไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
          ส่วนประกาศฉบับที่ 2 กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา ประกาศว่า ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยืนยันรายใหม่ 3 ราย ประกอบด้วย ฯพณฯ โซ๊ะ ยาร่า อายุ 47 ปี สมาชิกรัฐสภาราชอาณาจักรกัมพูชา, ฯพณฯ ซอ จิตตรา อายุ 47 ปี เลขาธิการรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและประมง ราชอาณาจักรกัมพูชา และชายชาวฮังการี เจ้าหน้าที่สถานทูตฮังการี ประจำกัมพูชาและเวียดนาม โดยทั้งหมดพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมิตรภาพขะแมร์-โซเวียต ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจสอบและติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลทั้ง 3 เพื่อตรวจหาเชื้อและกักตัวเฝ้าดูอาการ
          มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบแล้ว 4 คน โดยกำลังส่งไปตรวจหาเชื้อ นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ออกตรวจสอบและสืบหาผู้ใกล้ชิดและสัมผัสผู้ป่วยเพื่อนำมาตรวจหาเชื้อและกักตัว ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะระบาดเป็นระลอกที่ 2
          พ.ต.อ.อาทิตย์เผยว่า จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่และเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต้องเข้มงวดกวดขันอย่างละเอียดกับยานพาหนะกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ เข้ามาขนส่งสินค้าในตลาดโรงเกลือตามความจำเป็นและตรวจคัดกรองผู้ขับขี่รถบรรทุกขนส่งสินค้าชาวไทยที่ขับรถบรรทุกสินค้าออกไปส่งประเทศกัมพูชาเพื่อป้องกันการนำเชื้อไวรัสโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย
          สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการกัมพูชา ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปเฉลิมฉลองตามสถานบันเทิงต่างๆ ตามปกติ เพราะถูกสั่งปิดบริการ ส่วนนักเรียนในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา และที่เมืองกันดาล ยังไม่ต้องกลับไปเรียนหนังสือหลังจากกระทรวงศึกษาธิการ สั่งให้ปิดการเรียนการสอน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
          ทั้งนี้ มาตรการจำกัดต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา มีขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายหลังนายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเดินทางเยือนกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ก่อน และเดินทางมาเยือนประเทศไทยต่อด้วย ก่อนจะตรวจพบเชื้อที่ประเทศไทย และถูกส่งตัวกลับประเทศในวันต่อมา
          ทั้งนี้ สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงเย็นวันเดียวกัน พบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้ว รวม 51,322,026 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 1,270,577 คน รักษา หายแล้ว รวม 36,117,436 คน สำหรับ 5 อันดับ ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ประกอบด้วย สหรัฐฯ ผู้ป่วยรวม 10,422,026 คน เสียชีวิตรวม 244,449 คน, อินเดีย ผู้ป่วยรวม 8,591,730 คน เสียชีวิตรวม 127,104 คน, บราซิล ผู้ป่วยรวม 5,675,766 คน เสียชีวิตรวม 162,638 คน, รัสเซีย ผู้ป่วยรวม 1,817,109 คน เสียชีวิตรวม 31,161 คน และฝรั่งเศส ผู้ป่วยรวม 1,807,479 คน เสียชีวิตรวม 40,987 คน

 pageview  1175623    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved