Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 28/09/2563 ]
สธ.ห่วงเชื้อโควิดแทรกซึมจับมือร้านขายยาสังเกตต่างด้าวซื้อไปกินเอง

 พบมากผิดปกติรีบแจ้งสสจ.ชายไทยมาจากสหรัฐติดเชื้อ1 เมียนมาป่วยสะสมเฉียดหมื่น
          ชายไทยติดเชื้อโควิด 1 ราย กลับจากสหรัฐ เข้าพักในสถานกักกันรัฐ ยอดป่วยสะสมไทย 3,367 ราย "สธ." จับตาโควิดระบาดในเมียนมาใกล้ชิด เหตุยอดป่วยรายวันเพิ่มอย่างน้อย 880 ยอดสะสมเฉียดหมื่น ย้ำฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองแต่ละพื้นที่ต้องเฝ้าระวังชายแดนต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือ ร้ายขายยาแผนปัจจุบัน ถ้าพบชาวต่างด้าว ไปซื้อยาจำนวนมากผิดปกติ ให้แจ้ง "สสจ." ทันที เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวัง
          เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่กระทรวง สาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงสรุปสถานการณ์ติดเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 1 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 24 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 กันยายน เข้ากักตัว ในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 3 ของการกักตัว ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) ใน จ.ชลบุรี
          ไทยป่วย1ยอดสะสม3,367ราย
          ทั้งนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 5 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,367 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.57 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ใน รพ. 97 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.75 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิต สะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,523 ราย
          นพ.โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก รายงานวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างน้อย 294,650 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม ทั่วโลกอย่างน้อย 33,053,144 ราย โดย ประเทศที่ติดเชื้อสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ยังเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 7,287,561 ราย อินเดียประมาณ 5,990,581 ราย และบราซิลประมาณ 4,718,115 ราย แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังมีแนวโน้มระบาดต่อเนื่อง
          เข้มชายแดน-เมียนมาติดโควิดพุ่ง
          สำหรับในแถบเอเชียนั้น เมียนมา ที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยทาง ตะวันตก ยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 26 กันยายน พบ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 880 ราย ทำให้มีผู้ป่วย สะสมรวม 9,991 ราย ซึ่งรัฐบาลเมียนมา ประกาศให้ประชาชนในเมืองอย่างน้อย 11 รัฐ และภูมิภาคเข้าสู่มาตรการอยู่บ้านหรืองดออกจากบ้านหากไม่มีกิจจำเป็น เพื่อลดอัตราติดเชื้อ
          นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ในส่วนพรมแดนของไทยที่ติดกับเมียนมานั้น มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เครือข่ายหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานด้านความมั่นคง ป้องกันแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งหากมีข้อสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
          ให้ร้านยาแจ้งสสจ.ต่างด้าวซื้อกินเอง
          "นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือร้านจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน หากสังเกตพบแรงงานต่างด้าวไม่สบายไปซื้อยาแก้ไข้หวัดกินเองในจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ขอให้สอบถามข้อมูลและแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่เชื้อในชุมชน" นพ.โสภณ กล่าว
          ทั้งนี้ นพ.โสภณกล่าวว่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในประเทศไทย ขอความ ร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง เน้นย้ำสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าอย่างถูกวิธี ตลอดเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ เลี่ยงการรวม กลุ่มขนาดใหญ่ สถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นเท่าที่ทำได้ และลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน "ไทยชนะ" ทุกครั้ง หากป่วยขอให้อยู่บ้านและรักษาตัวให้หายป้องกันการนำเชื้อแพร่สู่ผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง คนในครอบครัว ชุมชน สังคม
          ป่วยทะลุ33ล้าน-เสียชีวิตเฉียด1ล้าน
          กระทั่งเวลา 17.00 น. เว็บไชต์ worldometers รายงานสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ประจำวันที่ 27 กันยายน พบมีผู้ติดเชื้อใน 213 ประเทศ รวม 33,089,013 ราย เสียชีวิต 999,114 ราย รักษาหาย 24,442,541 ราย โดยประเทศที่พบรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 7,287,593 ราย เสียชีวิต 209,177 ราย อันดับ 2 อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 5,996,823 ราย เสียชีวิต 94,559 ราย อันดับ 3 บราซิลมีผู้ติดเชื้อ 4,718,115 ราย เสียชีวิต 141,441 ราย อันดับ 4 รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,151,438 ราย เสียชีวิต 20,324 ราย อันดับ 5 โคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ 806,038 ราย เสียชีวิต 25,296 ราย
          สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 138 มีผู้ติดเชื้อ 3,523 ราย เสียชีวิต 59 ราย รักษาหาย 3,367 ราย ขณะที่เมียนมา อยู่ในลำดับที่ 99 มีผู้ติดเชื้อรวม 9,991 ราย เพิ่มขึ้น 879 ราย เสียชีวิตรวม 198 ราย เพิ่มขึ้น 24 ราย รักษาหาย 2,681 ราย
          นิวยอร์กติดเชื้อวันเดียว1,000คน
          เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 เพิ่มขึ้นในหนึ่งวันมากกว่า 1,000 คน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นในจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน เป็นต้นมา
          ทั้งนี้ จากที่ได้มีการตรวจหาเชื้อในกลุ่มคน 99,953 คน พบผู้ติดเชื้อ 1,005 คน ทำให้นายแอนดรูว์ คูโอมา ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมาระบุว่า ขณะนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ชาวนิวยอร์กจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ควรจะปฏิบัติต่างๆ เพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 ขณะที่ กำลังก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไข้หวัดมักจะระบาด
          "คูโอโม" กล่าวด้วยว่า ทางการจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ เพื่อที่จะได้นำไปประกอบการตัดสินใจสำหรับตนเองและครอบครัวต่อไป
          ก่อนหน้านี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดในรัฐนิวยอร์กมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่มีการแพร่ระบาดสูงสุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา โดยร้านอาหารที่เคยจำกัดการให้บริการเฉพาะกลางแจ้ง ก็สามารถเปิดให้บริการภายในร้านได้แล้ว แต่จำกัดที่นั่งเพียงแค่ 25% ของความจุ เท่านั้น
          เมียนมาป่วยสะสมเฉียดหมื่น
          ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ ยังเกาะติดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมียนมาใกล้ชิด โดยรายงานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและกีฬาเมียนมาว่า ยอดผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 9,991 ราย ภายใน 24 ชั่วโมง มีรายงานยืนยันตรวจพบผู้ป่วยเพิ่ม 880 ราย และผู้เสียชีวิตใหม่ 24 ราย ทำให้ยอด ผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 198 ราย ขณะผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลรวมอยู่ที่ 2,681 ราย
          อินเดียทดลองวัคซีนในระยะ3
          ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย แถลงต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ระบุว่า ศักยภาพในการผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ของอินเดียนั้นจะถูกใช้ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติทั่วโลกต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการทดลองวัคซีนของอินเดีย ขณะนี้อยู่ในระยะที่ 3 แล้ว ทั้งนี้ อินเดียเป็นชาติที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจากจีน และมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมประมาณ 5.8 ล้านคนมากที่สุดในโลก รองจากสหรัฐและมีผู้เสียชีวิตสะสม 90,000 คน จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของอินเดียก็สูงที่สุดในโลกเช่นกัน
          เมลเบิร์นเลิกเคอร์ฟิวหลังใช้2ด.
          ที่นครเมลเบิร์น เมืองที่ใหญ่เป็น อันดับ 2 ของประเทศออสเตรเลีย ประกาศยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวที่ห้ามชาวเมือง เดินทางออกจากเคหสถานในยามค่ำคืนแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 กันยายน เป็นต้นไป หลังจากบังคับใช้มาตรการดังกล่าวนานกว่า 2 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นายแดเนียล แอนดรูส์ มุขมนตรีรัฐวิคตอเรีย ซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก ประกาศว่า นับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป พลเมืองของเมลเบิร์นจะสามารถเดินทางออกจากบ้านพักในเวลาใดก็ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปออกกำลัง หรือซื้อข้าวของ
          การประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มมีขึ้นหลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ เพียง 16 คน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 2 ราย ในรัฐวิกตอเรียในวันอาทิตย์นี้ ขณะที่จำนวนผู้ที่ยังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียก็อยู่ในระดับต่ำกว่า 400 คน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนเป็นต้นมา
          ทางการได้ประกาศมาตรการเคอร์ฟิวในนครเมลเบิร์นตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม พร้อมกับมาตรการคุมเข้มอีกหลายประกาศ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในเมลเบิร์นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมือง ก่อนที่ ทางการจะตัดสินใจลดระดับมาตรการต่างๆ ลงเนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดลง

 pageview  1175260    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved