Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์แนวหน้า [ วันที่ 10/07/2563 ]
พัฒนาหลักสูตรการแพทย์ รับมือโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

ด้วยพระอัจฉริยภาพและความสนพระทัยด้านวิทยาศาสตร์และด้านการแพทย์ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการมุ่งมั่นพัฒนางานด้านการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และการคิดค้นองค์ความรู้ ใหม่ผ่านกระบวนการวิจัยที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อเกิดประโยชน์กับสังคมไทย ทั้งในเมืองและชนบทที่ห่างไกล จึงทรงมีพระดำริพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563) โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร (7 ปี 2 ปริญญา) เพื่อการศึกษาการแพทย์แห่งอนาคต ก้าวขึ้นสู่ "The Futuristic Medical Education" โดยมุ่งหวังให้บัณฑิต แพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นอกจากจะเป็นแพทย์ที่มีทักษะทางวิชาชีพที่เป็นเลิศ มีคุณธรรมจริยธรรมแล้วยังต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถด้านการวิจัย รู้จักกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมพร้อมเป็นแพทย์แห่งอนาคต
          ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขา ธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ (ววจ.) เผยถึงการแพทย์ยุคใหม่ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปรับตัวรับมือกับโรคอุบัติใหม่ นำมาสู่การค้นคิดและร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรของ ววจ. นั้น โดยคุณสมบัติบัณฑิตที่พึงประสงค์ ข้อแรกคือการบ่มเพาะให้เขามีความเป็นมนุษย์มากขึ้น สอง ต้องพร้อมรับในความเปลี่ยนแปลง สาม รู้จักคิด วิเคราะห์เป็นระบบ รู้จักการใช้ดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ ข้อสุดท้าย สิ่งสำคัญที่เด็กรุ่นใหม่ๆ ต้องมีคือ ความร่วมมือระหว่างวิชาชีพเพื่อให้เกิดการคิดวิเคราะห์หาตัวยาใหม่ๆ เพื่อรับมือไวรัสโควิด-19 และ โรคอุบัติใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้
          สำหรับหลักสูตรแพทยศาสตร บัณฑิตหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563 ( 7 ปี 2 ปริญญา) ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เผยว่า "คือการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ กับมหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร และเครือข่าย สถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นสถานฝึกปฏิบัติทางคลินิกหลักในหลักสูตรนี้ โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลร่วมสอน โดยหลักสูตรได้พัฒนาทั้งวิธีการเรียนการสอน การประเมิน การติดตามผลที่มุ่งบูรณาการความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยี และคิดค้นนวัตกรรม พร้อมโอกาสที่จะได้เข้าร่วมศึกษาและทำงานวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลก ณ มหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร โดยได้ยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนสู่มาตรฐานสากลเพื่อการผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีศักยภาพขั้นสูง นักศึกษาแพทย์ที่ได้เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้จะใช้ระยะเวลาเรียน 7 ปี และเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) MD จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และปริญญา iBSc จากมหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร ทั้งนี้ ได้รับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกไปแล้วจำนวน 32 คน ในปี พ.ศ.2563"
          "กรณีไวรัสโควิด-19 โรคใหม่ ที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มีคำแนะนำในตำราในการรักษาโรค ประการสำคัญ ที่ประเทศไทยยังต้องพัฒนา คือ การเก็บข้อมูล การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล การเตรียมความพร้อม และวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้วิเคราะห์การแพร่ระบาดในเมืองไทย
          ดังนั้นการศึกษาการแพทย์แห่งอนาคต เพื่อก้าวขึ้นสู่ The Futuristic Medical Education คือการสร้างแพทย์ที่มีความรับผิดชอบ ต่อสังคม มีจิตอาสา ทำประโยชน์เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม แพทย์ที่มีทักษะวิชาชีพที่เป็นเลิศ สอดคล้องกับมาตรฐานแพทยสภาและมาตรฐานสากล WFME และต้องเป็นแพทย์ที่สามารถดูแล ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างเป็น องค์รวม โดยรู้จักรักษาโรค รักษาใจ รักษาคน รวมถึงรู้จักคิดค้นคว้าวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สนองต่อพระปณิธานองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์" ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ กล่าวในที่สุด

 pageview  1174345    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved