Follow us      
  
  

ไทยโพสต์ [ วันที่ 14/08/2562 ]
พบยา2ชนิดเพิ่มอัตรารอดชีวิตจากอีโบลา

นักวิทยาศาสตร์ใกล้ค้นพบยาที่ สามารถรักษาโรคอีโบลาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ภายหลังยา 2 ชนิดที่อยู่ระหว่างการทดลองใช้ทางคลินิกสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
          คำแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นไอเอช) ที่ร่วมให้ทุนสนับสนุนการวิจัยครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า การศึกษายา 2 ชนิดนี้เริ่มต้นที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยของคองโกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ขณะนี้การศึกษาถูกระงับไว้ และผู้ป่วยในอนาคตทุกคนจะถูกเปลี่ยนไปรับการรักษาที่แสดงผลลัพธ์ในเชิงบวก
          แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดเชื้อของเอ็นไอเอช กล่าวกับเอเอฟพีว่า ยา REGN-EB3 และ mAb114 เป็นยา 2 ตัวแรกที่ทำการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แล้วให้แสดงผลลัพธ์ในการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไวรัสอีโบลาได้อย่างมีนัยสำคัญ
          จากนี้ ผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษาด้วยยาอีก 2 ชนิดที่หยุดการให้ยาไปแล้ว คือ Zmapp และ remdesivir จะสามารถเปลี่ยนไปรักษาด้วยยาที่ได้ผลตามดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา
          เฟาซีอธิบายว่า การทดลองครั้งนี้ออก แบบให้ทำการทดลองกับคน 725 คน แต่คณะกรรมการอิสระตัดสินใจสั่งระงับการทดลองเมื่อผ่านไป 681 คนแล้วพบว่า ยา REGN-EB3 โดยบริษัท รีเจเนอรอน ได้ผลถึงเกณฑ์ ส่วนยา mAb114 ก็ให้ผลลัพธ์ตามมาไม่ห่าง
          เฟาซีกล่าวว่า ข้อมูลที่วิเคราะห์จนถึงขณะนี้ได้จากผู้ทดลอง 499 คน จาก 681 ในกลุ่มนี้ ผู้ป่วยที่ใช้ REGN-EB3 มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 29% ส่วน mAb114 มีอัตราเสียชีวิตที่ 34% เปรียบเทียบกับผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาตัวใดตัวหนึ่งในนี้ ซึ่งจะมีอัตราการเสียชีวิต 60-70%
          ส่วนอัตราการตายของผู้ป่วยที่รับยา Zmapp และ remdesivir มีอัตราการเสียชีวิตที่ 49% และ 53%  ตามลำดับ
          ยา REGN-EB3, mAb114 และ Zmapp นั้นเป็นยาปฏิชีวนะแบบโมโนโคลนอลที่จะเกาะติดกับไกลโคโปรตีนของไวรัสอีโบลา และทำให้ไวรัสชนิดนี้ไม่สามารถแพร่เชื้อสู่เซลล์อื่นได้
          เฟาซีเสริมด้วยว่า การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสุดท้าย ซึ่งจะรวมถึงผลจากผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการประมวลผล จะรู้ได้ภายในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม หลังจากนั้นผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์จะนำเสนอเพื่อการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่มีผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ
          เอ็นไอเอช, หน่วยงานด้านสาธารณสุขของดีอาร์คองโก และองค์การอนามัยโลก พากันยกย่องคณะทำงานทุกคนที่ทำงานใน สภาพที่ยากลำบากอย่างที่สุดเพื่อทำการศึกษาครั้งนี้ รวมถึงผู้ป่วยและครอบครัวของพวกเขา
          นับแต่อีโบลากลับมาระบาดที่ภาคตะวันออกดีอาร์คองโกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,800 คน
          เฟาซีกล่าวด้วยว่า วิธีดีที่สุดในกำจัดไวรัสอีโบลาคือการป้องกันไม่ให้แพร่ระบาด ซึ่งทำได้ด้วยการมีวัคซีนที่ดี รวมถึงการติด ตาม, แยกกักกัน และสุดท้ายคือการรักษา.

 pageview  1161398    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved