Follow us      
  
  

ไทยโพสต์ [ วันที่ 05/02/2562 ]
ฝุ่นพิษลด หวั่นวิกฤติซ้ำ

ฝุ่นพิษลด! กทม.-ปริมณฑลไม่เกินค่ามาตรฐาน นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงาน กทม.ลุยบิ๊กคลีนนิงให้ครบทุกพื้นที่ ติดตั้งสปริงเกลอร์พ่นน้ำแล้วกว่า 200 โรง เรียน เดินหน้าคุมเข้มป้องวิกฤติซ้ำ หวั่น 7, 13-15 ก.พ.หนักอีก เร่งใช้น้ำมันยูโร 5 ลดมลภาวะระยะยาว อบต.ช่องเม็กไม่สนคำสั่งผู้ว่าฯ เผาขยะเสียเอง
          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 น. ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริ มณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ ดังนี้ สถาน การณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าปริมาณฝุ่นละอองลด ลงจากเมื่อวันที่ 3 ก.พ. จนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน  (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ (มาตรฐานไม่เกิน 50  มคก./ลบ.ม.) ในระดับสีฟ้า เขียว และเหลือง ตามลำดับ โดยมีพื้นที่ระดับสีฟ้า 19 เขต สีเขียว 22 เขต และสีเหลือง 2 เขต ได้แก่ เขตวังทองหลางและเขตบางเขน
          ผลการตรวจวัดและคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า เวลา 07.00 น. ลมตั้งแต่ระดับผิวพื้นเป็นลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น และจากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5  ของกรมควบคุมมลพิษ คาดว่าในวันที่ 5 ก.พ. ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นบางพื้นที่ แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ เนื่องจากการดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองของทุกหน่วยงานอย่างเข้มข้นจะส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
          ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองที่มีคุณภาพดีขึ้นว่า ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วและขอให้ช่วยกันต่อไป
          พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ลมจะเริ่มแรงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้วิกฤติฝุ่นเริ่มทุเลาเบาบาง และนับเป็นความสำเร็จของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองทางอากาศที่ปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ มานานนับสัปดาห์ ไม่มีสีแดงที่แสดงว่าเป็นพื้นที่วิกฤติแล้ว แต่เราจะยังไม่หยุดเท่านี้ ต้องทำต่อเนื่อง ซึ่งตลอดทั้งสัปดาห์นี้ กทม.จะยังดำเนินการ Big Cleaning ทุกพื้นที่เขต ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งจะเดินหน้าวางแผนและกำหนดมาตรการระยะยาวในการคุมเข้มฝุ่นละออง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติมล พิษซ้ำอีก
          ที่สำนักงานแผนและนโยบาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เวลา 10.00 น.  มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (นัดพิเศษ) ครั้งที่ 2/2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นประธานการประชุม
          ภายหลังการประชุม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส., นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าว โดยนายวิจารย์ กล่าวว่า ขณะนี้แหล่งกำเนิดหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ ยานพาหนะโดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ที่ก่อให้เกิดฝุ่น ถึงร้อยละ 47 รองมาคือการเผาในพื้นที่ โล่ง ตามมาด้วยอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง โดยมาตรการที่คณะกรรม การสิ่งแวดล้อมเห็นชอบร่วมกันในการตรวจจับรถดีเซลที่มีปัญหาควันดำ ตอนนี้กำลังเร่งรัดกระทรวงพลังงานนำน้ำมันยูโร 5 ที่มีค่ากำมะถันไม่เกิน 10 พีพีเอ็มมาใช้ โดยเริ่มจากเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากการศึกษาพบว่าจะช่วยลดปัญหามลพิษกว่าร้อยละ 25  สำหรับมาตรการในระยะกลางและระยะยาวนั้น ได้มอบหมายให้คณะกรรมการควบคุมมลพิษพิจารณานโยบายเหล่านี้ต่อไป
          7, 13-15 ก.พ.หนักอีก
          "ช่วงเฝ้าระวังจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าอากาศจะนิ่งอีกครั้งในช่วงวันที่ 7 ก.พ.และช่วงวันที่ 13-15 ก.พ.ที่อาจพบปัญหาอีกครั้ง ขอให้ประชาชนทุกคนเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด  หากประชาชนท่านใดมีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ในช่วงนี้ขอให้งดใช้ก่อนเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษ" ปลัด ทส.กล่าวและว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการห้ามรถเก่าวิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเพราะสถานการณ์โดยรวมกำลังดีขึ้น
          นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ประชาชนได้รับสื่อหลายทาง บางเรื่องอาจทำให้เกิดความตระหนก ซึ่งตัวเลขที่ประชาชนสามารถเชื่อถือได้คือ ตัวเลขดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ (AQI) ที่เป็นภาพรวมของฝุ่นทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมฝุ่น PM2.5 และอื่นๆ เข้าไปด้วย อีกส่วนคือความเข้มข้นของ PM2.5 ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความต่างกัน โดยในส่วนของ PM2.5 นั้นประชาชนจะเริ่มได้รับผลกระทบเมื่อมีความเข้มข้นมากกว่า 50 ขึ้นไป ขณะที่ค่า AQI ต้องมากกว่า 150 จึงเริ่มมีปัญหา ทั้งนี้ตัวเลขที่กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังจนถึงตอนนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลด้วยเรื่อง PM2.5 แล้วมีอาการฉับพลัน เช่นเดียวกับข่าวที่มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุดังกล่าวก็ไม่เป็นความจริง
          "PM2.5 จะไม่ส่งผลต่อผู้คนอย่าง ฉับพลันทันใด เว้นแต่คนที่เป็นโรคภูมิ แพ้หรือมีอาการหืดหอบ อาจทำให้เกิดได้ง่าย แต่สำหรับอาการที่คนส่วนใหญ่เป็นกังวลอย่างหลอดเลือดในสมองตีบ โรคถุงลมโป่งพอง หรือแม้กระทั่งมะเร็ง ขอเรียนว่าผู้ป่วยต้องใช้เวลาสัมผัสฝุ่นเหล่านี้นานมากกว่าจะมีอาการดังกล่าว อาจประมาณ 20-30 ปี" รองปลัด สธ.กล่าว
          นายสุพัฒน์กล่าวว่า ระดับค่า PM2.5 ในปีนี้ไม่ได้ต่างจากเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา บางจุดอาจต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยระยะยาวในปี 2556 สูงถึง 35 มคก.ต่อ ลบ.ม. ปี 2561 อยู่ที่ 26 มคก.ต่อ ลบ.ม. ที่ผ่านมาค่าเฉลี่ยนี้ลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ในปัจจุบันกำลังจะกลับมาสู่เกณฑ์ปกติที่ 25 มคก.ต่อ ลบ.ม. ซึ่งส่วนสำคัญคือสภาพอากาศที่ กดทับฝุ่นละอองเหล่านี้เอาไว้ไม่ให้กระ จายไปจุดอื่น ทำให้ค่าเหล่านี้มีความเข้มข้น อย่างไรก็ตามค่าเฉลี่ยระยะยาวรายปีที่ลดลง จะเป็นโอกาสให้เสนอปรับลดค่ามาตรฐาน  PM2.5 หรือไม่ เนื่องจากตอนนี้เข้าใกล้ค่ามาตรฐานปัจจุบันที่ 25 มคก.ต่อ ลบ.ม. หากมีการปรับค่ามาตรฐานลดลงให้อยู่ที่ 15 มคก.ต่อ ลบ.ม.ตามระยะที่ 3 ขององค์การอนามัยโลก เพื่อกำหนดมาตรการอื่นๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป
          กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 4-10 ก.พ. ดังนี้ ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งตลอดช่วง สำหรับบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีลมแรงขึ้น ดังนั้นจะทำให้ช่วยลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศลงได้
          ติดสปริงเกลอร์พ่นน้ำ 200 รร.
          นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัด กรุงเทพมหานคร เปิดเผยระหว่างลง พื้นที่ตรวจติดตามการติดตั้งสปริงเกลอร์ ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่เขตจอมทอง บางขุนเทียน บางบอน และธนบุรี  ว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จึงได้สั่งการให้โรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 437 แห่งติดตั้งสปริงเกลอร์พ่นละอองเพื่อดักจับฝุ่นละอองในอกาศ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งสปริงเกลอร์ในโรงเรียนในสังกัดเสร็จสิ้นแล้วกว่า  200 แห่ง นอกจากนี้ยังพบว่าบางโรงเรียนได้คิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการติดตั้งสปริงเกลอร์จากวัสดุหรือขวดน้ำเหลือใช้ด้วย
          นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิ การคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า มีโรงเรียนที่ยังปิดการเรียนการสอนอยู่ 11 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบางบัว สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) กรุงเทพมหานคร ปิดถึงวันที่ 5 ก.พ. ส่วนอีก 10 แห่งปิดถึงวันที่ 4 ก.พ. ได้แก่ โรงเรียนดีมากอุปถัมภ์ สพป. นนทบุรี เขต 2, โรงเรียนบ้านท้องคุ้ง สพป.สมุทรปราการ เขต 2, โรงเรียนวัดหนามแดง (เขียวอุทิศ) สพป.สมุทร ปราการ เขต 2, โรงเรียนธนสิทธิ์อนุสรณ์ สพป.สมุทรปราการ เขต 2 ปิดเรียนเฉพาะอนุบาล,  โรงเรียนวัดกลาง สพป.นครปฐม เขต 2, โรงเรียนวัดท้องไทร สพป.นครปฐม เขต 2, วัดบ้านบางเลน  สพป.นครปฐม เขต 2, โรงเรียนบ้านประตูน้ำพระพิมล สพป.นครปฐม เขต 2, โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล สพป.นครปฐม เขต 2 และโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (สพม.) เขต 9 ซึ่งมีนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 6,229 คน
          อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปิดเรียนต่อเนื่อง ขอให้สถานศึกษาแนะนำให้นักเรียนได้เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล (DLTV) หรือเสนอแนะให้ทบทวนความรู้จากแอปพลิเคชัน  ติวฟรี.คอม หรือจัดสอนสดผ่านช่องทางสื่อสารทางอิน เทอร์เน็ต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดต้องการสนับ สนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยง สามารถประสานขอรับได้ที่ สพฐ.โดยตรง
          ที่ จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวราย งานว่า ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชการเปิดปฏิบัติการป้องกันและลดมลภาวะในพื้นที่จากฝุ่นละออง แต่ปรากฏว่าได้มีการเผาขยะในบ่อขยะพื้นที่ตำบลช่องเม็ก ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน เนื้อที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งมีควันจากการเผาขยะคุกรุ่นเต็มพื้นที่ โดยบ่อขยะดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ช่องเม็ก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่ามาตรการและคำสั่งของผู้ว่าฯ ที่ห้ามให้ประชาชนเผาหญ้าและตอซังข้าวนั้น เหตุใดกลับมีหน่วยงานราชการทำการเผาขยะเสียเอง.

 pageview  1154896    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved