Follow us      
  
  

ไทยโพสต์ [ วันที่ 09/10/2561 ]
ฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคนิควอยต้าตัวช่วยคนพิการและผู้สูงอายุ

 นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่า ความพิการทางการเคลื่อนไหวเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย ปี 2560 โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่า ความพิการทางการเคลื่อนไหวมีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 48.76 และกลุ่มคนพิการ วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มีความพิการทางการเคลื่อนไหวมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ของความพิการคือ ภาวะความเจ็บป่วยและโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจตีบ เป็นต้น และเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้ที่รอดชีวิตอาจมีความพิการหรือทุพพลภาพ ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการเดินและการประกอบกิจวัตรประจำวัน ดังนั้นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเคลื่อนไหวนับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
          เทคนิควอยต้า (Vojta Therapy) เป็นเทคนิคที่ถูกพัฒนาขึ้น ปัจจุบันได้ใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในขณะที่ประเทศไทยได้มีการนำเทคนิควอยต้ามาใช้กับกลุ่มผู้ป่วยเด็กตั้งแต่ปี 2556 และเริ่มใช้กับกลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ในปี 2559 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กรมการแพทย์ ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในการนำเทคนิคดังกล่าวนี้มาใช้เพื่อฟื้นฟูกลุ่มคนพิการ และผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ปัจจุบันสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ นำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และผู้ป่วยเด็ก เช่น เด็กสมองพิการ ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนล่าง อัมพาตทั้งตัว กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกกล้ามเนื้อ อาทิ กระดูกสันหลังคด คอเอียง ผู้ป่วยแขนขาขาด เด็กพิการแขนขาขาดหายแต่กำเนิด เป็นต้น
          นพ.ศักรินทร์ วงศ์เลิศศิริ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักการของเทคนิควอยต้าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นรูปแบบการกระตุ้นด้วยมือ มีทั้งแรงกด การยืดไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการตอบสนองและการเคลื่อนไหวของแขนขา กระตุ้น ให้มีการประสานสัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อทำให้เกิดการเคลื่อนไหว จึงมีผลต่อการทรงตัวของร่างกายและการเคลื่อนไหวของแขนขา หากทำการกระตุ้นการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติแบบซ้ำๆ บ่อยๆ จะทำให้เกิดการเชื่องโยงระหว่างเส้นประสาทส่วนปลายสมองและไขสันหลังขึ้นใหม่ได้
          การบำบัดด้วยเทคนิควอยต้าจะมีความแตกต่างจากการรักษาแบบกดจุด หรือการบำบัดชนิดอื่นๆ รวมถึงการนวดกดจุดแบบจีน เพราะใช้วิธีกระตุ้นเฉพาะจุดและเน้นกระตุ้นส่วนประสาทระบบการเคลื่อนไหวที่มีปัญหา ไม่เกี่ยวกับเส้นลมปราณ ซึ่งก่อนการรักษาแพทย์จะประเมินและวิเคราะห์ปัญหาที่มีอยู่ เพราะถ้ากดผิดจุดหรือผิดวิธีอาจนำไปสู่อันตรายแก่ผู้ที่ได้รับการรักษาได้ ทั้งนี้ประโยชน์จากการฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคนิควอยต้า คือ กระดูกสันหลังจะเหยียดและเคลื่อนไหวตามกิจกรรมที่ต้องการ กล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ การดูด การกลืน และการเคี้ยว สามารถทำได้ง่ายขึ้น พูดและออกเสียงง่ายชัดเจนขึ้น การหายใจลึกและสม่ำเสมอ ผิวหนังมีเลือดฝาด ตื่นและหลับดีขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าลำไส้และกระเพาะปัสสาวะจะถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ และมีความสมดุลในการทรงตัว.
(w/pics) Click for clip >>   
 ปิดหน้าต่างนี้
 

 pageview  1148351    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved