Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันที่ 21/05/2563 ]
เหลือป่วย-แค่90

  พบคนติดใหม่อีกตั้ง1คน ทั่วโลกยอดพุ่งกว่า5ล้าน!
          ทีมแพทย์แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประสบความสำเร็จรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยพลาสมาของผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว จนผู้ป่วยที่รักษาด้วยพลาสมามีความแข็งแรงและออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้ ถือเป็นผู้ป่วยรายแรกของภาคใต้ที่ใช้พลาสมารักษา “อนุทิน” ชื่นชมทีมแพทย์ที่ทำสำเร็จ จับตา 2 สัปดาห์ไม่พบผู้ป่วยถือว่าไทยปลอดภัยแต่ห้ามการ์ดตก เผยมีผู้ป่วยโควิดนอนรักษาตัวใน รพ.เหลือแค่ 90 คน ส่วนป่วยใหม่พบ 1 ราย ในสถานกักตัว สัปดาห์หน้าทดลองฉีดวัคซีนในลิง ด้านยอดผู้ป่วยทั่วโลกทะยานลิ่วไปกว่า 5 ล้านคนแล้ว รัสเซีย-บราซิล-สหรัฐฯ ยังตายไม่หยุดในรอบ 24 ชั่วโมง เกาหลีใต้เปิดโรงเรียน ส่วนญี่ปุ่นเริ่มทยอยเปิดเมือง นิวซีแลนด์เล็งลดวันทำงาน
          สถานการณ์โควิด-19 ในไทยในภาพรวมถือว่า ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในวันที่ 20 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย ขณะที่ผู้รักษาตัวในโรงพยาบาลมีจำนวนแค่ 90 ราย
          ป่วยเพิ่ม 1 รายในสถานกักตัว
          ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพเป็นเชฟที่ประเทศบาห์เรน เดินทางกลับมาจากบาห์เรนเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ขณะพักในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ กทม. ซึ่งเป็นสถานที่กักตัวของรัฐ เป็นผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ แต่มาจากระบบการตรวจเชื้อของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นมาตรการที่เราวางไว้อยู่แล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,034 ราย หายป่วยสะสม 2,888 ราย อยู่ระหว่างรักษา 90 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 56 ราย
          ไทยตรวจเชื้อกว่า 3 แสนคนแล้ว
          นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ข้อมูลวันที่ 15 พ.ค. ประเทศไทยตรวจเชื้อไปแล้ว 328,073 ตัวอย่าง ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 167 แห่งทั่วประเทศ หากเทียบการตรวจต่อ 1 ล้านประชากร ของเราอยู่ที่ 4,926 ต่อ 1 ล้านประชากร เหนือกว่าญี่ปุ่นและเวียดนาม สัดส่วนเมื่อตรวจ 100 คน จะพบ 0.92% อย่างไรก็ตามผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยังไม่พอใจตัวเลขสามแสนตัวอย่าง ต้องการตรวจให้ได้มากกว่านี้ ดังนั้น ใครที่มีความเสี่ยงขอให้เข้ารับการตรวจได้เลย
          ฉีดวัคซีนในลิงสัปดาห์หน้า
          โฆษก ศบค.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการวิจัยวัคซีนของประเทศไทยว่า ศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ขณะนี้ประสบความสำเร็จในการทดลองหนู และจะนำไปทดสอบกับลิงในสัปดาห์หน้า โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อให้เราเป็นประเทศแรกๆที่ได้มีวัคซีนใช้ และเตรียมประสานการผลิตวัคซีนชุดแรกกับโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกากับแคนาดา เพื่อนำไปทดสอบในคน คาดการณ์ว่าจะใช้ได้ในปี 2564 นอกจากนี้ บริษัท Yougov จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนใน 6 ประเทศอาเซียน จำนวน 12,999 ตัวอย่าง พบว่าประเทศไทยมีพฤติกรรมสวมหน้ากากและล้างมือมากที่สุดในอาเซียน
          ม.อ.ใช้พลาสมารักษาป่วยโควิด
          วันเดียวกัน รศ.นพ.ศรัญญู ชูศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ทีมแพทย์ประสบความสำเร็จในการนำพลาสมาของผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลที่รักษาหายแล้ว นำมารักษาผู้ป่วยที่อาการรุนแรง จนหายดีกลับบ้านได้ โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวมีอาการหนัก มีการให้พลาสมา 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น 3-4 วัน อาการผู้ป่วยรายนี้ดีขึ้นตามลำดับ สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ หายใจเองได้ ค่าการอักเสบจากเลือดผู้ป่วยลดลง พิจารณาให้ถอดเครื่องช่วยหายใจและอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ถือเป็นผู้ป่วยรายแรกของภาคใต้ที่ใช้พลาสมาของผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19
          หวั่นคนกลับจาก 2 ปท.แพร่เชื้อ
          อีกด้านที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ไทยมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 31 ราย เหลืออยู่โรงพยาบาล 90 ราย ส่วนป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นคนไทยที่กลับจากประเทศบาห์เรน วันนี้จะมีคนไทยกลับจากรัสเซีย บราซิลอีกประมาณ 400 ราย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการติดเชื้อค่อนข้างสูง ดังนั้น ยังไม่ทราบว่าจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ดูแลหรือไม่ ส่วนเรื่องที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ประสบความสำเร็จในการใช้พลาสมาของผู้ที่หายป่วยโควิดมารักษาผู้ป่วยรายใหม่สำเร็จนั้นระดับภูมิคุ้มกันบุคคลไม่เท่ากัน จึงอยู่ที่แพทย์เป็นผู้พิจารณา การที่ มอ.หรือ รพ.อื่นๆจะเริ่มให้ใช้นั้น ก็จะเก็บข้อมูลว่าแต่ละ รพ.ที่มีการใช้พลาสมาได้ผลเป็นอย่างไร การเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การรวบรวมข้อมูลก็ต้องติดตามต่อไป
          เตรียมพร้อมข้อมูลหากระบาดรอบ 2
          ขณะที่ นพ.อนันต์ กนกศิลป์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงมีโรงพยาบาลในสังกัดดูแลประชาชนในประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลจากส่วนอื่นอีก ทั้งของรัฐและเอกชน จึงมีแนวคิดที่จะมีการทำแพลตฟอร์มในการรวบรวมข้อมูลด้านสาธารณสุขโดยมี 4 ภารกิจ ได้แก่ 1.ควบคุมโรค 2.ตรวจวินิจฉัย 3.ให้การรักษา และ 4.สนับสนุนด้านทรัพยากร ซึ่งต้องใช้การเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน หากมีการระบาดรอบ 2 ระบบจะสามารถทำงานได้รวดเร็วลดความซ้ำซ้อนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
          ประชุมเรียนรู้สู้โควิด
          วันเดียวกัน ที่กรมอนามัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2563 “ไทยรู้ สู้วิกฤติ” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในและต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พร้อมปาฐกถาพิเศษและเสวนาทางไกล “PP&P โอกาสในวิกฤติ” กับ ดร.อู่ จิ้ง กรรมาธิการสาธารณสุข มณฑลซานซี สาธารณรัฐประชาชนจีน และ ดร.ฌอน วาซู ผอ.ศูนย์คลินิกโรคติดต่อแห่งชาติ สิงคโปร์
          ชี้ไทยดูแล-คุมโรคคล้ายจีน
          นายอนุทินกล่าวว่า ประสบการณ์ของจีนมีมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 ที่คล้ายกับไทย ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และคนไทย ที่ร่วมมือกันควบคุมป้องกันโรค จนทำให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ลดลง ด้วยความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข ความสามารถในการตรวจแล็บทำได้มากถึงวันละ 1 หมื่นตัวอย่าง มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ช่วยคัดกรองทั่วประเทศ มีการรักษาฟรี มีระบบการคัดแยกผู้ป่วย ผู้สัมผัสออกมาดูแลอย่างดีโดยไม่ต้องมีการสร้างโรงพยาบาลสนามแห่งใหม่ โดยใช้ความร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาล สถานศึกษา และโรงแรม มีการรักษาที่ดี วันนี้ไม่ต้องมาชี้ให้ใครเป็น ชี้ให้ใครตาย
          ไม่พบป่วยถือว่าไทยปลอดภัย
          นายอนุทินกล่าวต่อว่า นับจากนี้จะต้องปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ด้วยความอดทน โดยมอบให้กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต รับไม้ต่อจากกรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ แต่จะมัวแต่ควบคุม รักษา คัดกรอง โดยใช้มาตรการอย่างเข้มข้นตลอดไม่ได้ ต้องผ่อนปรนให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบสัมมาอาชีพ ขอความร่วมมือต่อในการผ่อนปรนระยะ 2 เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว และหมั่นล้างมือ แต่ยังต้องดูไปอีก 2 สัปดาห์ ตามระยะฟักตัวของโรค ขณะนี้ตนก็จุดธูปทุกวัน ถ้าสถานการณ์ยังนิ่ง ก็พอจะพูดได้ว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย เราเตรียมรับมือกับการระบาดเอาไว้อย่างเข้มข้น ทั้งยา เวชภัณฑ์ที่เคยขาดก็มีความพร้อมมาก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดสรรงบประมาณที่ค่อนข้างมากสำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด ทั้งความร่วมมือกับนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศเดินไปด้วยความพร้อม และมีความหวังว่าไทยจะมีวัคซีนใช้
          อนุทินร่วมยินดี “พลาสมา ม.อ.”
          รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ส่วนความสำเร็จของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ในการใช้พลาสมาของผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด มารักษาผู้ป่วยรายใหม่สำเร็จ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ผลการรักษาช่วยให้คนไข้ที่อาการหนักมีอาการดีขึ้น ที่ผ่านมาสถาบันบำราศนราดูรเคยนำพลาสมาจากผู้ป่วยคนไทยรายแรกซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ที่รักษาหายมาใช้ รักษาผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย แต่ไม่สำเร็จ อาจจะเพราะตอนนี้คนขับแท็กซี่เพิ่งหายป่วย อีกทั้งผู้ป่วยที่รับพลาสมายังเป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1 รายอายุมาก และเป็นวัณโรคร่วมด้วย ส่วนอีกรายก็อาการหนัก และป่วยไข้เลือดออกร่วมด้วย แต่วันนี้เมื่อข้อมูลทางวิชาการมีมาก การแพทย์ไปได้ไกลก็ทำให้ ม.อ.นำพลาสมามารักษาผู้ป่วยสำเร็จ แต่ทั้งนี้ก็ยังเป็นกรณีศึกษาอยู่
          ย้ำไทยสำรองยารักษาโควิด
          ด้าน นพ.สุขุมกล่าวว่า ไทยมีการสำรองยาทุกชนิดที่มีการใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 และปรับแนวทางการรักษามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาตัวสำคัญอย่างยาฟาวิพิราเวียร์ ก็ปรับให้ผู้ป่วยเร็วขึ้น จากเดิมที่อาการหนักแล้วค่อยให้ยา แต่ปัจจุบันให้ทันทีโดยไม่รอให้อาการรุนแรง ทำให้ปัจจุบันไทยไม่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเหลืออยู่ในโรง พยาบาล และช่วยลดเวลาในการนอนโรงพยาบาลจากเดิมต้องนอนโรงพยาบาล 2-3 เดือน ก็เหลือเฉลี่ย 14 วัน
          ชุดตรวจแอ๊บบอตไม่มีในไทย
          ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. เปิดเผยถึงกรณีองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา แจ้งเตือนชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ID NOW ของบริษัทแอ๊บบอต (Abbott) ที่ใช้ในการตรวจที่ทำเนียบขาวและกระจายไปตามโรงพยาบาลทั่วอเมริกา มีรายงานผลการตรวจที่ไม่แม่นยำ คลาดเคลื่อนอย่างน้อย 15 ครั้งนั้น อย.ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ พบว่าไม่มีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวและไม่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์มาในไทย พบจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้น
          นร.แลกเปลี่ยนตกค้างถึงไทยแล้ว
          อีกด้านนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนชาวไทยตกค้างในภูมิภาคละตินอเมริกา ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตของไทยในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาช่วยเหลือนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนกลับถึงไทยแล้ว 84 คน ยังเหลือนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการเอเอฟเอสและโรตารีอีก 27 คนใน 5 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก 13 คน เปรู 5 คน โคลอมเบีย 3 คน ปานามา 3 คน และปารากวัย 3 คน สถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งจะได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่และสร้างขวัญกำลังใจอย่างใกล้ชิดต่อไป
          จากต่างแดนทยอยกลับทั้งวัน
          ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เช้าจดค่ำ ยังมีคนไทยตกค้างในต่างประเทศเดินทางกลับมา เริ่มจากเวลา 09.33 น. เป็นเที่ยวบินพิเศษจากกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ นำนักเรียนไทยทุนแลกเปลี่ยนจากอาร์เจนตินา อุรุกวัย และบราซิล รวม 58 คน กลับมาและมี 1 คน มีไข้สูงและ มีประวัติสัมผัสคนติดเชื้อโควิด-19 จึงนำส่งโรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ ที่เหลือไปกักตัวที่โรงแรมไบร์ทตัน แกรนด์ พัทยา จ.ชลบุรี ตามด้วยเวลา 13.26 น. คนไทยที่ตกค้างในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียและจากเมืองใกล้เคียง จำนวน 35 คน กลับมาด้วยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI334 พบผู้โดยสาร 1 คนมีไข้สูง นำส่งโรงพยาบาล ที่เหลือไปกักตัวที่โรงแรม ฌ เฌอ จ.สมุทรปราการ เวลา 19.05 น. เป็นคนไทยที่ตกค้างในประเทศรัสเซีย อีกจำนวน 78 คน พาไปกักตัวที่โรงแรมไบร์ทตัน แกรนด์ พัทยา จ.ชลบุรี และโรงแรมเมอเวนพิค ถ.วิทยุ เที่ยวสุดท้ายเวลา 22.15 น. เป็นไฟลท์จากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นำคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศชิลี จำนวน 7 คน เดินทางกลับและไปกักตัวที่โรงแรมชินนามอน ถ.วิภาวดีรังสิต
          ยะลาลุยตรวจกลุ่มเสี่ยง
          สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา สั่งการให้นายอาแซ กาเซ็ง สาธารณสุขอำเภอยะหา นายแวสะการียา แวโดยี ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอยะหา นำทีมบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข ร่วมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงถูกกักตัว 14 วัน ภายในศูนย์ขวัญแผ่นดิน และภายในโรงเรียนบ้านเกล็ดแก้ว หมู่ 3 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จำนวน 43 คน เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด เจ้าหน้าที่เริ่มเก็บสารคัดหลั่งตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะชุดที่เจ้าหน้าที่สวมใส่ป้องกันการติดเชื้อมีความหนาและรัดกุม เมื่อทำงานไปสักระยะจะรู้สึกร้อน ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลารายงานว่าไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกัน 9 วัน ยอดผู้ป่วยสะสม 133 ราย รักษาหาย 124 ราย อยู่ระหว่างรักษา 7 ราย เสียชีวิต 2 ราย
          ผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 5 ล้านราย
          สถานการณ์โคโรนาไวรัส “โควิด-19” ทั่วโลกเมื่อวันพุธที่ 20 พ.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานเกินระดับ 5 ล้านราย โดยอยู่ที่กว่า 5,004,136 ราย เสียชีวิตกว่า 3.25 แสนราย สหรัฐอเมริกา พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดของโลก อยู่ที่กว่า 1.57 ล้านราย ผู้เสียชีวิตใกล้ 9.4 หมื่นราย ตามด้วยรัสเซีย ผู้ติดเชื้อกว่า 3 แสนราย ผู้เสียชีวิตใกล้ 3,000 ราย ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากอันดับ 3-5 ของโลก คือ สเปน เกือบ 2.8 แสนราย บราซิล กว่า 2.72 แสนราย และอังกฤษ ใกล้ 2.5 แสนราย ส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากอันดับ 2-5 ของโลก คือ อังกฤษ (กว่า 3.5 หมื่นราย) อิตาลี (กว่า 3.2 หมื่นราย) ฝรั่งเศส (กว่า 2.8 หมื่นราย) และสเปน (ใกล้ 2.8 หมื่นราย)
          ฝรั่งเศสป่วนละเมิดล็อกดาวน์
          ที่ฝรั่งเศส รัฐบาลได้ระดมกำลังตำรวจปราบจลาจล เข้าควบคุมพื้นที่ย่านอาร์ชองเตล์ แถบชานกรุงปารีส เมื่อช่วงคืน 19 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังเกิดความวุ่นวาย มีกลุ่มเยาวชนพากันละเมิดมาตรการล็อกดาวน์ปิดเมือง ออกมาชุมนุมก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งคืน ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายหลังวัยรุ่นรายหนึ่ง อายุ 18 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นเชื่อว่ารถจักรยานยนต์ชนรถตำรวจ แต่ฝ่ายตำรวจปฏิเสธข้อกล่าวหาและกำลังสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 1.8 แสนราย เสียชีวิตกว่า 2.8 หมื่น ราย ส่วนอังกฤษ ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบิน โรลส์-รอยซ์ ประกาศลดพนักงานลงอย่างน้อย 9,000 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 52,000 ตำแหน่ง ส่วนเนเธอร์แลนด์ มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากตัวมิงค์ ถือเป็นผู้ป่วยรายแรก ทำให้ทางการต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดเพิ่มเติม
          บราซิล-รัสเซีย คนตายพุ่ง
          ที่บราซิล ทางการประกาศเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ระบุตลอดช่วง 24 ชั่วโมง มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่า 1,000 รายครั้งแรก โดยผู้เสียชีวิตมากถึง 1,179 ราย ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งประเทศแล้วเกือบ 1.8 หมื่นราย ส่วนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2.72 แสนราย เช่นเดียวกับรัสเซีย พบผู้เสียชีวิตรายใหม่ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง จำนวน 135 ราย ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศใกล้ 3,000 ราย ผู้ติดเชื้อมากกว่า 3 แสนราย
          สหรัฐฯตายเพิ่มกว่า 1.5 พันราย
          สถานการณ์ที่สหรัฐอเมริกาตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มอีกกว่า 1,536 ราย ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิต พุ่งขึ้นไปใกล้ 9.4 หมื่นราย ผู้ติดเชื้อมากกว่า 1.57 ล้านราย พรมแดนสหรัฐฯกับแคนาดา และพรมแดนสหรัฐฯติดกับเม็กซิโก ถูกขยายเวลาปิดออกไปอีก 1 เดือน หรือจนถึง 22 มิ.ย. โดยสหรัฐฯจะทบทวนสถานการณ์เปิดพรมแดนหรือไม่ทุกๆ 1 เดือน ขณะเดียวกันมหา- วิทยาลัยแห่งรัฐแมสซาชูเสตต์ ประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศ จนถึงช่วงกลางเดือน มิ.ย. อาจมากถึง 113,000 ราย ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามกับบริษัทผู้ผลิตยาและส่วนผสมยาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 บนแผ่นดินอเมริกาแล้ว มูลค่า 812 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
          WHO ถูกกดดันหนัก
          ชาติสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) ต่างเรียกร้องถึงองค์การอนามัยโลกให้จัดตั้งคณะทำงานอิสระขึ้นสอบสวนและจัดการภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องที่มาที่ไปของเชื้อไวรัสชนิดนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสหรัฐฯ ระบุองค์การอนามัยโลกคือหุ่นเชิดของจีน ทั้งขู่จะถอนสหรัฐฯจากสมาชิกองค์การอนามัยโลก ทำให้รัสเซียประณามสหรัฐฯกำลังพยายามทำลายหน่วยงานองค์การอนามัยโลก
          ปินส์บุกจับโรงพยาบาลเถื่อน
          ตำรวจฟิลิปปินส์บุกสถานที่แห่งหนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทางตะวันตกเฉียงเหนือกรุงมะนิลา หรืออดีตฐานทัพอากาศคลาร์กของสหรัฐฯ เมื่อช่วงคืน 19 พ.ค. พบสถานที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลเถื่อนขนาด 7 เตียง รับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เจ้าหน้าที่พบผู้ป่วยชาวจีน 1 ราย กับชุดตรวจอาการติดเชื้อโควิด-19 ยี่ห้อผลิตจากประเทศจีนกว่า 200 ชุด คาดว่าโรงพยาบาลเถื่อนดังกล่าวถูกจัดตั้งไว้รองรับรักษาผู้ป่วยชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจบ่อนการพนันในฟิลิปปินส์ ขณะที่ฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 1.33 หมื่นราย ผู้เสียชีวิตมากเกือบ 850 ราย
          เกาหลีใต้เปิดชั้นเรียน
          เกาหลีใต้เปิดชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันพุธที่ 20 พ.ค.นักเรียนทั่วประเทศหลายแสนคนต่างพากันเข้าชั้นเรียนวันแรก ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มด้านสาธารณสุขและการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล หลังทางการสั่งปิดสถานศึกษามานานกว่า 2 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส “โควิด-19” ซึ่งเกาหลีใต้เพิ่งผ่านพ้นการแพร่ระบาดครั้งใหญ่มากอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนเมื่อช่วงเกือบ 2 เดือนก่อน ทั้งนี้ เหล่านักเรียนมัธยมเกาหลีใต้มากกว่า 440,000 คน ต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 32 ราย รวมผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ 11,110 ราย ผู้เสียชีวิต 263 ราย
          ญี่ปุ่นค่อยๆเปิดเมือง
          ทางด้านสถานการณ์ที่ญี่ปุ่น ทางการค่อยๆ อนุญาตเปิดเมือง โดยเฉพาะร้านอาหารและผับบาร์ในกรุงโตเกียว ท่ามกลางมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ลูกค้าทุกคนที่จะผ่านเข้าร้านต้องผ่านเครื่องฉีดพ่นฆ่าเชื้อและล้างมือ พร้อมถูกตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชนด้วยการจุดพลุดอกไม้กระตุ้นประชาชนให้ร่วมกันฟันฝ่าสถานการณ์โควิด-19 โดยทั่วประเทศญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากเกือบ 16,400 ราย ผู้เสียชีวิต 768 ราย
          นิวซีแลนด์เล็งลดวันทำงาน
          นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำนิวซีแลนด์ อยู่ระหว่างพิจารณาลดวันทำงานเหลือสัปดาห์ละ 4 วัน ภายหลังจากยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนในประเทศมีวันหยุดเพิ่มขึ้นและใช้เวลาช่วงวันหยุดเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจ ทั้งนี้ นิวซีแลนด์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 1,503 ราย ผู้เสียชีวิต 21 ราย
          กัมพูชาเริ่มเปิดประเทศ
          รัฐบาลกัมพูชาประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามผู้คนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิตาลี เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศสและสหรัฐฯ โดยอนุญาตพลเมืองประเทศเหล่านี้เดินทางเข้ากัมพูชาได้ตั้งแต่ 20 พ.ค. แต่ทุกคนต้องมีใบรับรองแพทย์ปลอดจากการติดเชื้อโควิด-19 ในห้วงเวลา 72 ชั่วโมง ทั้งต้องมีประกันสุขภาพรายละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกทั้งต้องถูกกักตัวนาน 14 วัน หลังเดินทางเข้ากัมพูชา โดยกัมพูชาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 122 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

 pageview  1172954    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved