Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [ วันที่ 05/06/2562 ]
หาม4คนไข้ส่งรพ.ใช้สารสกัดกัญชาชักเกร็ง-อาเจียน

 สธ.ลงนามลองปลูก4ภาค
          แพทย์เตือนใช้สารสกัดกัญชาไม่ถูกวิธีอาจถึงตายเผยคนไข้แอบใช้เกิดอาการชักเกร็ง-อาเจียนถูกส่ง รพ.น่าน 4 ราย  ด้านกรมแพทย์แผนไทยฯลงนามร่วมกับ 3 หน่วยงาน ทดลองปลูกกัญชากระจายใน 4 ภูมิภาค
          วันที่ 4 มิถุนายน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ผู้ป่วยแอบไปใช้น้ำมันกัญชาเองแล้วได้รับผลกระทบน่าเป็นห่วงมาก เคยเจอผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเดือนละประมาณ 1 ราย แต่ตอนนี้พบว่ามีมากขึ้น เฉพาะวันนี้วันเดียวมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาผลกระทบจากการใช้น้ำมันกัญชาถึง 4 ราย ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องใช้น้ำมันกัญชาเลย เช่นผู้ป่วยหมอนรองกระดูกคอเสื่อม มีอาการปวดอยู่ในขั้นของการทำกายภาพบำบัด แต่ผู้ป่วยอยากได้ยาวิเศษที่รักษาหายทันทีเลยไปใช้น้ำมันกัญชา นอกจากนี้ยังมีวัยรุ่นที่มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอนเข้ามาด้วย รวมถึงมีผู้ป่วย 1 รายที่ใช้แล้วขากระตุกไม่หยุด
          "จากการสืบประวัติผู้ป่วยพบว่าสั่งซื้อน้ำมัน กัญชาทางออนไลน์แล้วนำมาทดลองใช้เอง โดยได้ใช้น้ำมันสารสกัดจากกัญชาหยอดบริเวณใต้ลิ้น จากนั้นประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เริ่มมีอาการชาตามเนื้อตัว บางรายมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก ต้องรีบส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลน่านกันอย่างเร่งด่วนทุกราย" นพ.พงศ์เทพระบุ
          รองผู้อำนวยการ รพ.น่าน กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่ากัญชามีทั้งข้อดีข้อเสีย  ในทางการแพทย์เราไม่ได้ต่อต้าน แต่ต้องใช้ตามข้อ บ่งชี้ อย่างโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา โรคปลอกประสาทอักเสบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากที่เราเก็บข้อมูลคนที่เข้ามารับการรักษา ถ้าเป็น วัยรุ่นจะเป็นกลุ่มสูบเข้ามารับการบำบัดอาการเสพติดกัญชา ส่วนวัยกลางคนจะเป็นเรื่องผล กระทบจากการแอบใช้น้ำมันกัญชา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เพราะต้องไม่ลืมว่ากัญชาเองก็มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ถ้าคุมไม่ดีเราอาจจะมีผู้ป่วย ผู้เสพติดเพิ่มขึ้นได้
          ทั้งนี้ในกัญชาสกัด จะมีสาร 2 ชนิด คือ THC และ BCD สาร THC ทำให้กระตุ้นประสาท เกิดจิตหลอน กล้ามเนื้อเกร็ง และสาร CBD ทำให้ สบาย ผ่อนคลาย ซึ่งกัญชาในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีสาร THC เมื่อสกัดแบบผิดวิธี สกัดแล้วไม่มีการแยกสาร THC ออก หรือสกัดแล้วมีสาร THC มากเกินไป ทำให้เมื่อใช้แล้วเกิดจิตหลอน นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก ซึ่งหากนำมาใช้ไม่ถูกวิธีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ หากผู้ใดมีสารสกัดกัญชาอยู่แล้วและไม่มั่นใจสามารถปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบ และรับคำแนะนำในการใช้รักษาอย่างถูกวิธี
          ขณะเดียวกัน นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ และสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนาพืชกัญชาในกระบวนการผลิต เพาะปลูก นำมาผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม โดยเป็นการผลิตแบบให้เปล่า ไม่ได้ซื้อขาย เพื่อให้ภาครัฐ นำไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วย ซึ่งกรมการแพทย์ฯ จะเป็นหน่วยงานกลาง สำหรับแหล่งปลูกกระจาย ใน 4 ภูมิภาค เพื่อส่งให้แก่หน่วยผลิตตามที่กำหนดไว้ เบื้องต้นต้องการกัญชาสดประมาณ 11 ตัน
          อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า วัตถุดิบที่จะนำมาทำยาแผนไทยที่มีส่วนผสมของกัญชาส่วนหนึ่งได้มาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ซึ่งมีบางส่วนที่มีคุณภาพดีนำมาใช้ปรุงยาได้ แต่ก็ยังมีจำนวนน้อย จึงได้ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำมาลองสกัดด้วยวิธีพิเศษ เพื่อศึกษาว่าจะแยกโลหะหนักออกมาได้หรือไม่ ซึ่งกรมการแพทย์ฯ จะประชุมหารือร่วมกับ ป.ป.ส. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าจะแบ่งสรรอย่างไร
          ด้านนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ บอกว่าจะใช้ระบบปลูกแบบออแกนิก ไม่มีสารพิษตกค้างตั้งแต่ต้นทาง คาดว่าจะปลูกได้ประมาณ 400 ต้น เพื่อทดลองเปรียบเทียบเรื่องของต้นทุน และสายพันธุ์ ให้ได้ตามมาตรฐานเมดิคอล ส่วนอีก 2 มหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่มีความพร้อมของโรงเรือนแล้ว และจะเริ่มปลูกได้ในเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าในอีก 4 เดือนข้างหน้าจะได้ผลผลิต

 pageview  1156490    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved