Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์ข่าวสด [ วันที่ 14/09/2564 ]
โกนเซินทิ้งทวนเตือนกรุงรับฝน

  'โกนเซิน' สั่งลา หอบฝนส่งท้ายภาคเหนือ อีสาน เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากภาคใต้ฝนเท คลื่นทะเลอันดามันยังสูง 2-3 เมตร ตั้งแต่พังงาขึ้นไป เรือเล็กงดออกจากฝั่ง 14-19 ก.ย. หลายพื้นที่กทม.-ภาคกลาง มีฝนตกหนัก ปลัดสธ.เสียใจนักวิชาการสาธารณสุข หล่มสัก เพชรบูรณ์ จมน้ำดับกลับจากช่วยผู้ประสบภัย เผยน้ำทะลักเข้ารพ.สต. 5 แห่งในสมุทรปราการ เปิดบริการได้บางส่วน กำชับดูแลกลุ่มเสี่ยงเปราะบางไม่ให้ขาดยา จัดหน่วยแพทย์ออกบริการ
          เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ย. นาย ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ พายุดีเปรสชัน "โกนเซิน" ฉบับที่ 16 ระบุว่า เวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พายุดีเปรสชันโกนเซิน บริเวณชายฝั่งเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
          กรุงเทพมหานคร และภาคกลางหลายจังหวัด นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ช่วงวันที่ 14 - 16 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 17 - 19 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
          สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จ.พังงาขึ้นไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไป จนถึงวันที่ 14 ก.ย.2564 ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรม และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
          ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ดำเนินการดังนี้ 1.แจ้งเตือน ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทราบถึงสถานการณ์เป็นระยะ พร้อมแจ้งแนวทางการปฏิบัติและช่องทางในการติดต่อสื่อสาร เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง และให้คณะทำงานของจังหวัด ติดตาม ประเมินสถาน การณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง 2.กำชับกองอำนวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละระดับ ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในการแบ่ง มอบพื้นที่ ภารกิจ หน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มีความพร้อมเผชิญเหตุในการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 3.เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ ให้จัดชุดปฏิบัติการทั้งส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมทั้งดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในด้านต่างๆ ตลอดจนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในการประกอบอาหารเลี้ยง การแจกจ่ายถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 4.หากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ โดยทันที ควบคู่ไปกับมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 และ 5.สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายทะเล ให้ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำชับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชายทะเล เร่งสื่อสารให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังและ ห้ามลงเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรง
          ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณี ฝนตกน้ำท่วมดินสไลด์ในหลายพื้นที่ ว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สมุทรปราการ กำแพงเพชร และพิจิตร ระดับน้ำเริ่มลดลง บางพื้นที่ทรงตัว มีรายงานผู้บาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิต 2 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักวิชาการสาธารณสุข สำนัก งานสาธารณสุขอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จมน้ำเสียชีวิตหลังกลับจากปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์อำนวยการ ร.พ.สนาม อ.หล่มสัก (สวนสาธารณะหนองแค) สธ.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ประสบภัยและนักวิชาการสาธารณสุขที่เสียชีวิต ให้ได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามระเบียบราชการต่อไป
          นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า สำหรับสถานบริการสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบ มี รพ.สต.ใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ 5 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.คลองสวน ถูกน้ำท่วมรอบบริเวณ เปิดบริการปกติ และอีก 4 แห่ง คือ รพ.สต.เปร็ง, รพ.สต.บ้านระกาศ, รพ.สต.บางบ่อ และรพ.สต. บางพลีน้อย น้ำท่วมชั้นล่างอาคาร เปิดบริการได้บางส่วน ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และร.พ.ในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและดูแลช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ อย่างต่อเนื่องและไม่ขาดยา และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ รวมทั้งร่วมกับชุมชนสำรวจแจ้งเตือนสถานที่เสี่ยง จุดเสี่ยงพลัดตก จมน้ำ และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้า ชอร์ต สัตว์มีพิษกัดต่อย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.2564 ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อน ที่ดูแลสุขภาพกายและจิตใจ 7 ทีม ให้บริการเยี่ยมบ้านให้สุขศึกษา แจกยา ตรวจรักษาและประเมินสุขภาพจิตทั้งหมด 751 ราย
          ที่จ.เลย ร.ต.อ.สุพจน์ โพธิ์สุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูกระดึง ได้รับแจ้งว่าพบร่าง ผู้สูญหายและเสียชีวิตในแม่น้ำพอง ใกล้น้ำตกตาดฮ้อง ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง ทีมกู้ชีพกู้ภัย ประกอบด้วย ทีมกู้ภัยนเรศวรหนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ อุทยานฯ, สมาคมกู้ภัยพิทักษ์ชีพอำเภอภูกระดึง, เจ้าหน้าที่ ปภ. อบต.ศรีฐาน และสมาชิกอส.อ.ภูกระดึง และญาติผู้สูญหาย พร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ภูกระดึงและอาสาสมัครกู้ภัยภูกระดึงพิทักษ์ชีพ ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณลำน้ำพอง ในหมู่บ้านน้ำพอง ต.ศรีฐาน พบศพนายอุทัย ดอนสามารถ อายุ 35 ปี อยู่บ้านน้ำพอง ต.ศรีฐาน สภาพร่างติดลอยติดรากไม้ พงหญ้าในลำน้ำพอง เสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน ลอยคว่ำหน้าอยู่บริเวณแอ่งน้ำเหนือน้ำตกตาดฮ้อง ห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 ก.ม. จึงนำร่างขึ้นมาจากน้ำส่งร.พ.ภูกระดึง และให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
          จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย. มีญาติมาแจ้งความไว้ว่าผู้เสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนบ้านรวม 2 คน ได้เดินเท้าขึ้นไปหาเห็ดบนภูกระดึง แต่เนื่องจากในช่วงนั้นมีฝนตกชุก น้ำท่วมภูกระดึง ตรงบริเวณน้ำตก ตาดฮ้อง และตอนเย็นก็เดินทางกลับบ้าน แต่เนื่องจากฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันมา 2 วันและน้ำท่วมพื้นที่ อ.ภูกระดึงหลายตำบลเสียหาย เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากยอดภูลงสู่ลำน้ำพองน้ำแรงไหลเชี่ยวมาก ผู้เสียชีวิตได้ถูกน้ำพัดจมไปต่อหน้าเพื่อน ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งมาได้ และเดินทางมาแจ้งญาติเพื่อให้ช่วยติดตามจนพบกลายเป็นศพ

 pageview  1193554    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved