Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 22/04/2558 ]
ฝังแร่รักษามะเร็ง 'ถูกวิธี=ทางรอด'
 กรณีสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งที่ไปรักษาโดยวิธีฝังแร่ไอโอดีน 125 (I-125) ที่โรงพยาบาลรักษามะเร็งฟูด้า กว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า ได้ตรวจวัดปริมาณรังสีในร่างกายผู้ป่วยจำนวนหนึ่งพบเกินเกณฑ์มาตรฐาน และอาจส่งผล กระทบต่อบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ ซึ่งต่อมากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศเตือนผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีดังกล่าวให้แจ้งแพทย์หรือโรงพยาบาลที่รักษาเพื่อตรวจวัดปริมาณรังสีนั้น
          เมื่อวันที่ 21 เมษายน นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ.นำ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมแถลงว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่ไปฝังแร่ไอโอดีน-125 แบบถาวรที่จีน ซึ่งน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางกลับเข้าประเทศ เนื่องจากหากได้รับการฝังแร่ปริมาณมาก ร่างกายผู้ป่วยจะยิ่งแผ่รังสีออกมามาก ถ้าผู้ป่วยไม่สวมเสื้อตะกั่วป้องกันการแผ่รังสีอาจทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือบุคลากรทางการแพทย์ได้รับอันตรายได้
          รศ.นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัยนายกสมาคมรังสีรักษาฯ แถลงว่า การฝังแร่มีมานานและในประเทศไทยก็มี แต่การใช้รักษามะเร็งต้องมีข้อบ่งชี้ หากฝังแร่ชั่วคราวใช้รักษามะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งมดลูก ส่วนการฝังแร่ถาวรจะใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรกเท่านั้น ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่ไปฝังแร่ในจีนประมาณ 40 ราย คาดว่าวิธีการไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีการฝังแร่ในทุกจุดของร่างกายผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อีกทั้งเมื่อวัดปริมาณรังสีในร่างกายผู้ป่วยก็พบว่าสูงเกินกว่ามาตรฐาน
          ผศ.พญ.สมใจ แดงประเสริฐ หัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แถลงว่า รังสีจากแร่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ก็สามารถทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อปกติได้ ผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้จึงต้องระมัดระวัง ขณะนี้พบมีการฝังในกระเพาะจนทำให้กระเพาะทะลุ ฝังใกล้เส้นเลือดใหญ่ทำให้เส้นเลือดตีบหรือฝ่อ ล่าสุดพบว่ามีการฝังในสมองของเด็กอายุ 2 ขวบ เป็นต้น ส่วนอัตราการแผ่รังสีนั้นพบว่าเกินกว่าจากที่คนปกติควรได้รับ 20-40 เท่า
          ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดี สบส.แถลงว่า จะส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานให้คำปรึกษาในการส่งตัวผู้ป่วยไปฝังแร่ที่จีน 2 แห่งให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การโฆษณาของ สธ.และประสานขอรายชื่อผู้ป่วยที่ไปรับบริการฝังแร่ที่จีน และจะทำหนังสือถึงเอกอัครราชทูตจีนขอความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลที่ให้บริการรักษาด้วย
          ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา แถลงว่า ที่ผ่านมาแพทยสภาได้รับการร้องเรียนว่ามีแพทย์เกี่ยวข้องอยู่ 2 กรณี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมวิชาชีพหรือไม่
 pageview  1159547    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved