Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 08/07/2564 ]
นครยะลา สู้โควิด ระดม 10 ล้าน ตั้งกองทุนซื้อ วัคซีน

 "ยะลาจะไม่ทน" คำกล่าวเช่นนี้ไม่เกิน เลยต่อความรู้สึกและความจริงบนเบื้องหน้าของพี่น้องชาวจังหวัดยะลา สถานการณ์ของเชื้อ "โควิด" แพร่ระบาดลามไม่หยุด ตัวเลขผู้ป่วยโควิดรายใหม่แต่ละวันไม่ต่ำกว่า 100 จากตัวเลขติดเชื้อ 135 ราย เมื่อ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ "ยะลา" อยู่ในลำดับที่ 9 ของประเทศ หากนับเฉพาะด้ามขวาน ติดอยู่ที่ 5 ของท็อปเท็น
          สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสเสี่ยงสูง ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มใกล้แตะ 3 พันรายเต็มทน ประมาณครึ่งหนึ่งที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล ยอดเสียชีวิตสะสมกำลังเกิน 20 ราย
          ความพยายามของจังหวัดยะลาสั่ง "ล็อกดาวน์" งดเดินทางเข้า-ออกจังหวัด ระหว่าง 15 มิถุนายน-7 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังพบ ผู้ติดเชื้อทะลักเพิ่มขึ้น ชนิดที่เตียงผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลยะลา และโรงพยาบาลสนาม เข้าขั้นวิกฤต!
          ยิ่งจำนวนคนป่วยรายใหม่เทเข้ารักษาหลักร้อย สวนทางกับตัวเลขของคนหายป่วยแค่หลักสิบ สิ่งที่ตามมาคือ การปรับหาโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งต้องแจ้งขอ "จิตอาสา" มาช่วยบุคลากรสาธารณสุขของจังหวัดที่มีเท่าเดิมและล้าเต็มทน เหลือแต่ "ใจ" ที่ยังสู้ และก็เหมือนกันทั่วประเทศที่ได้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย งดกิจกรรม หรือธุระที่ต้องเดินทางให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อมิให้เชื้อแพร่กระจายจากคนสู่คน
          พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา หาวิธีหยุดยั้งการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด โดยผนึกกำลังกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา หอการค้าจังหวัดยะลา มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา มูลนิธิแม่ทับทิมยะลา ชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา ชมรมนักธุรกิจมุสลิมจังหวัดยะลา ชมรมธนาคารจังหวัดยะลา ผู้มีจิตศรัทธา และผู้มีความสมัครใจ ร่วมกันระดมทุนจัดตั้ง "กองทุนซื้อวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 เพื่อชาวยะลา"
          "ทุกวันนี้ นอกจากภาครัฐที่บริหารงานในเรื่องการป้องกัน รักษา และหยุดยั้งการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่แล้ว เราก็ควรเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ประชาชนลดความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายทั้งจากอาการป่วย การได้รับวัคซีนป้องกัน เพื่อให้ครอบคลุมการฉีดให้ประชาชนชาวยะลาให้มากที่สุดและเร็วที่สุด"
          นายกนครยะลากล่าวด้วยว่า เป้าหมายในเบื้องต้นคาดว่า จะมีเงินเข้ากองทุนเข้าสัก 10 ล้านบาท เป็นเงินช่วยที่ไม่ไปบังคับใคร แล้วแต่กำลังศรัทธา ตั้งแต่องค์กรเอกชนจนถึงประชาชน ที่สำคัญ กองทุนนี้เปิดขึ้นหลังจากที่เทศบาลนครยะลาจัดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้น ทำให้กองทุนไม่ได้เอื้อหรือไม่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนไหนในการแลกสิทธิการฉีดวัคซีนตัวเลือกและทางเลือกของเทศบาลที่จะมีขึ้นหลังจากนี้ไป
          "การฉีดวัคซีนก็ไม่ได้มุ่งคนที่อยู่ในเขตเทศบาลเท่านั้น จะเปิดให้สิทธิทุกคนในการฉีดวัคซีน แม้จะไม่ได้มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาลก็ตาม การฉีดต้องครอบคลุมให้ได้ 70% ของประชากร เพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ดังนั้นการเร่งฉีดวัคซีนในระยะเวลาที่สั้นที่สุด"
          นายกนครยะลาเล่าด้วยว่า พอมีข่าวเรื่องการจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา มีหลายภาคส่วน รวมทั้งประชาชนและตัวแทนชุนชนในนครยะลาต่างเข้ามาร่วมบริจาคให้ทันที คนละเล็กคนละน้อย เป็นภาพที่ประทับใจมาก เพราะวันนี้เราต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่ทำเพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อส่วนรวมที่ต้องต่อสู้กับโรคไวรัสร้ายตัวนี้ไปด้วยกัน เพื่อหวังให้บ้านเมืองของเรากลับคืนสู่ปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนบรรดาองค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ ก็มีข่าวถึงความพยายามที่จะจัดหางบประมาณที่มิได้เกี่ยวข้องกับระเบียบของท้องถิ่น เมื่อวิธีการเทศบาลนครยะลาทำแล้ว ก็น่าจะทำให้เห็นองค์กรท้องถิ่นอื่นได้ดำเนินการเช่นกัน
          "ผมเชื่อในพลังขององค์กรท้องถิ่น หากร่วมมือกัน หรือคิดที่จะช่วยประชาชนของตัวเองอย่างแท้จริง ลำพังเราทำเองไม่ได้ทั้งหมดก็ต้องร่วมมือกันช่วยรัฐบาล เช่นเดียวกับรัฐบาลที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเช่นกัน เพราะเชื้อโควิดแพร่ระบาดไปได้ทุกที่"
          ถามนายกนครยะลา หากจะมีภาคเอกชนรายใหญ่จะเข้ามาสนับสนุนกองทุนด้วยนั้น นายพงษ์ศักดิ์บอกว่า ยินดีอย่างยิ่ง ทุกคนมองเหมือนกันหมดว่า เราต้องช่วยกันจริงๆ อย่าให้ประชาชนตกเป็นกลุ่มที่เสี่ยง การได้วัคซีนป้องกัน จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด นอกจากจะร่วมกันดูแลตัวเองทั้งสวมหน้ากาก การรักษาความสะอาด หรือการรักษาระยะห่างแล้วก็ตาม เศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อได้ก็ต้องไปด้วยกันทั้งระบบ
          "ผมไม่ได้มองแค่ว่า เราจะมีวัคซีนซิโนฟาร์มเท่านั้น แม้แต่วัคซีนเข็มที่ 3 ที่ต้องฉีดให้ประชาชนต่อเนื่องด้วย เนื่องจากการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิดไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะที่มีข่าวขณะนี้คือ วัคซีนโมเดอร์นานั้น เราก็มองเช่นกันในการจัดซื้อมา นอกจากใช้งบประมาณของเทศบาลอย่างเต็มที่แล้ว การตั้งกองทุนจะเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างดี เพื่อทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติให้มากที่สุด" นายกนครยะลากล่าวทิ้งท้าย

 pageview  1182104    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved