Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 07/08/2562 ]
วามก้าวหน้าการรักษา HIV ในปัจจุบัน

 ราชวิทยาลัยอายุแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเผยถึง "ความก้าวหน้าการรักษา HIV ในปัจจุบัน" ตั้งเป้าหมายผู้ป่วยเอดส์จากแม่สู่ลูกลดลงให้เหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ ในปี พศ. 2563
          รศ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ นายกสมาคม โรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีนับตั้งแต่มีการระบาด 38 ปี ล่าสุดจำนวน 77.3 ล้านคน และ 35.4 ล้านคนเสียชีวิต นับตั้งแต่มีการระบาด และมีจำนวน 36.9 ล้านคน ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตในปี 2560 และมีผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีใหม่ในปี 2560 อีกจำนวน 1.8 ล้านคน สำหรับในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคนในเวลา 35 ปี และมีผู้ติดเชื้อประมาณ 6 แสนคนเสียชีวิต นับตั้งแต่มีการระบาด และผู้ติดเชื้อประมาณ 6 แสนคนติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตในปี 2560 (ประมาณ 2% ของทั้งโลก) และมี ผู้ติดเชื้อใหม่ประมาณ 6,000 คน เฉลี่ยวันละ 17 คน (ประมาณ 0.3% ของทั้งโลก) ทั้งนี้วิวัฒนาการการรักษาเอชไอวีเริ่มตั้งแต่ปี 2524-2538 ไม่มียาต้านไวรัสที่ได้ผล ทำได้เพียงรักษาโรคติดเชื้อแทรกซ้อน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีอายุสั้น ต่อมาปี 2538 จนถึงปัจจุบัน มียาต้านไวรัสที่ได้ผล ผู้ป่วยกลับมามีภูมิต้านทานปกติ แข็งแรงทำงานได้ปกติ
          การพยากรณ์โรคผู้ติดเชื้อเอชไอวีก่อนยุคยาต้านไวรัสเอชไอวี ผู้ป่วยที่เริ่มมีโรคติดเชื้อแทรกซ้อน สภาพไม่ต่างกับมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ตั้งแต่
          ปี 2538 เป็นต้นมา ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีชีวิตยืนยาวได้ใกล้เคียงคนปกติ หากได้รับการวินิจฉัย การรักษาอย่างถูกต้อง และผู้ป่วยปฏิบัติตัวดี รับประทานยา ครบถ้วน ตรงเวลา และไม่ไปรับเชื้อใหม่ U=U udetectable=untransmittable คือการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถพักอาศัย ทำงานร่วมกับคนปกติได้โดยไม่มีอันตราย ไม่ต้องตรวจเอชไอวีก่อนเข้าเรียน ก่อนเข้าทำงาน ก่อนบวช การติดต่อ เอชไอวี ติดต่อ 3 ทางที่สำคัญคือ
          1.การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน  2.การใช้ของมีคมร่วมกัน  และ 3. การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก  ซึ่งกล่าวโดยสรุปคือ ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกปี, การป้องกันการติดเชื้อดีที่สุด, ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างถูกต้อง จะมีชีวิตยืนยาวได้ใกล้เคียงคนปกติ, U=U (Undetectable=Untransmittable) สามารถมีชีวิตร่วมกับคนอื่นได้ตามปกติ เพราะทางติดต่อไม่ได้เกิดในวิถีชีวิตประจำวันตามปกติ, รับยาต้านไวรัสเอชไอวีฟรีทุกสิทธิรักษาพยาบาล
          ด้าน ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ในวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ประเทศไทยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ที่สามารถบรรลุ เป้าหมายในการกำจัดการติดเชื้อเอชไอวีในทารก คือเหลือการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกน้อยกว่า 2% ได้ นับเป็นประเทศที่ 2 ในโลก และเป้าหมายถัดไปคือลดให้เหลือ 1% ในปี พศ. 2563
          โดยปัญหาในขณะนี้คือ แม่ไม่มาฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ ไม่พาสามีมาตรวจ ทำให้ไม่ทราบว่ามีความเสี่ยงที่จะติดเชื้ออยู่ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องเน้นย้ำคือ การหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในขณะที่ไม่พร้อม หรือไม่ได้วางแผน การมาฝากท้องเร็ว การพาคู่มาตรวจขณะไปฝากครรภ์ด้วย หากพบว่าติดเชื้อไม่ต้องตกใจ ให้รีบกินยาอย่างสม่ำเสมอ และนำทารกมาตรวจติดตามหลังคลอด พร้อมกับกินยารักษาตนเองและสามีอย่างต่อเนื่องหลังคลอด และวางแผนครอบครัวอย่างเหมาะสม หากทำทุกอย่างได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทารกก็จะปลอดภัยไม่ติดเชื้อ และครอบครัวก็จะแข็งแรงมีความสุขสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการร่วมใจเพื่อประชาชน ออกหน่วยแพทย์ผิวหนังเป็นประจำทุกปี โดยในเดือนสิงหาคม 2562 นี้ มีกำหนดออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ภาคกลาง  ในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยจะเริ่มออกตรวจตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. จึงขอเชิญประชาชนผู้สนใจทั่วไปเข้ารับการตรวจรักษาโรคผิวหนังต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยตระหนักที่จะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนสังคมและเผยแพร่และทำการรักษาและให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dst.or.th

 pageview  1162437    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved