Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 06/06/2562 ]
ผลิตเครื่องตรวจวัดสุขภาพ รู้เท่าทันป้องกันโรคไม่ติดต่อ

 สปสช.ร่วมมือ ธ.ก.ส. จัดโครงการ "รู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเฉลิม พระเกียรติ" เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 จับมือ สวทช. หน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พัฒนาและผลิตเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ ติดตั้งที่ ธ.ก.ส. เริ่มเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมกระจายไปยัง 10 จังหวัด จังหวัดละ 10 เครื่อง ตั้งเป้าครบ 100 เครื่อง ภายในปี 2562 หวังให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องตรวจวัดสุขภาพง่ายขึ้น เกิดความตระหนัก รู้เท่าทัน และป้องกันตนเองจากโรคไม่ติดต่อ ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุดทุกปี
          นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมแถลงข่าวลงนามความร่วมมือการพัฒนาและผลิตเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ ตามโครงการ "รู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเฉลิมพระเกียรติ" เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
          ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวเปิดการแถลงว่า การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นองค์รวม ต้องดำเนินด้วยการอาศัยสนับสนุนความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ดังเช่นที่ สปสช. สวทช. และ ธ.ก.ส. ร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐนอกเหนือองค์กรสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ สวทช. หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ถือว่าสำคัญในการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ลดการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศ ช่วยเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง บทบาทของ ธ.ก.ส. ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ใกล้ชิดประชาชนกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดที่ต้องมีสุขภาพดี และบทบาทของ สปสช. ในการสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐานให้กับประชนชนคนไทย
          ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานล้วนแต่สร้างคุณูปการในการช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในตรวจการคัดกรอง ประเมินภาวะสุขภาพได้ด้วยตนเอง รู้และตระหนักเรื่องการป้องกันดูแลและสร้างเสริมสุขภาพตนเองให้สุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอ ไม่เป็นภาระแก่ครอบครัว ชุมชน หรือหน่วยงานของรัฐ
          จากข้อมูลในปี 2558 มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อ NCDs โดยเฉพาะ 4 กลุ่มโรคหลัก ประกอบด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ถึงร้อยละ 71.3 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายป้องกันโรคระดับปฐมภูมิ (primary prevention) ทั้ง 2 หน่วยงานจึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับ สวทช. ให้มาช่วยพัฒนาและผลิตเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น จำนวน 100  เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งยัง ธ.ก.ส. และสถานที่เป้าหมายในพื้นที่ทั่วประเทศ 10 จังหวัด จังหวัดละ 10 แห่ง โดยจะเริ่มส่งมอบเครื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 อันเป็นเดือนแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 66 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
          เลขาธิการ สปสช.กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สปสช. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดย สปสช.จะจัดเตรียมข้อมูลเพื่อใช้สำหรับการดูแลและเฝ้าระวังสุขภาพ และให้ข้อมูลการแปลผล พร้อมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของผู้ถูกวัดสุขภาพจากเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ และพร้อมเป็นผู้ให้ข้อมูลด้านสถานที่ติดตั้งแก่ ธ.ก.ส. เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรอง ประเมินภาวะสุขภาพได้ด้วยตนเอง ในกรณีประชากรกลุ่มเสี่ยงสูง ได้รับการติดตามดูแลสุขภาพ ไม่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายใหม่ สามารถดูแลสุขภาพกลับไปเป็นกลุ่มปกติได้ และในประชากรกลุ่มป่วยได้รับคำแนะนำให้เข้ารับบริการรักษาตามมาตรฐานต่อไป
          "จุดเด่นของเครื่องคือ ข้อมูลที่วัดได้จะถูกส่งไปที่ระบบคลาวด์ (Cloud) ซึ่งจะเก็บข้อมูลของผู้ถูกวัดแต่ละคนไว้ สำหรับการติดตามความคืบหน้าระบบสุขภาพที่เป็นระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เช่น สปสช. อาจจะประกาศนโยบายให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลแล้ว ทาง สปสช.ก็จะสามารถติดตามได้ว่าหลังจากประกาศนโยบายไปแล้ว 1 ปี มีอัตราการป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถทำเป็นระบบเพื่อรายงานผลให้ผู้กำหนดนโยบายนำไปกำหนดนโยบายสุขภาพที่เหมาะสมกับชุมชนแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"
          ดร.ณรงค์กล่าวต่อว่า สำหรับเครื่องดังกล่าว ประกอบไปด้วย การวัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดดัชนีมวลกาย โดยเมื่อตรวจวัดเสร็จ ผลของการวัดที่ได้จะถูกแปลค่าและประเมินระดับความเสี่ยงด้านสุขภาพ มีข้อมูลให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว รวมทั้งมีคำแนะนำให้พบแพทย์ตามสถานพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบระบบคลาวด์ (Cloud) จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่วยเสริมการจัดเก็บข้อมูลที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ได้ทำอยู่แล้วนั้นให้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคตทีมวิจัยจะพัฒนาต่อยอดให้เครื่องมีฟังก์ชันเซ็นเซอร์เพิ่มเติม เช่น เซ็นเซอร์การตรวจวัดสารพิษในร่างกายให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้าหลักของ ธ.ก.ส. ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลสำคัญที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อการกำหนดนโยบายการป้องกันสุขภาพแก่หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องได้ ซึ่งเครื่องนี้จะเป็นการผลักดันให้เกิดการ  ทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอด   นำไปสู่การใช้งานและตอบโจทย์เทคโนโลยีที่จะช่วยในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป.

 pageview  1159618    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved