Follow us      
  
  

หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 29/06/2561 ]
ชี้จุดถ่ายเท ถ้ำหลวง มีออกซิเจนเชื่อ 13 คนทนได้-แนะฟื้นฟูก่อนส่ง รพ.

 กรุงเทพธุรกิจ ปฏิบัติการค้นหา 13 ผู้สูญหายภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เข้าสู่วันที่ 6 แล้ว ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงทางเลือกการค้นหา 4 ทาง โดยทางเลือกเดิมคือ 1.เร่งสูบน้ำเปิดทางหน่วยซีลเข้าพื้นที่ 2.หาโพรงเพิ่มเติมเพื่อโรยตัวส่งอาหาร-น้ำ และเพิ่มทางเลือกใหม่คือ 3.เจาะผนังถ้ำ 4.ขยายปลายถ้ำให้น้ำออก จะใช้วิธีเจาะผนังถ้ำแบบกระแทกที่เรียกว่า เพอร์คัสชั่น ดิวลิ่ง หรือหัวเจาะกระแทก เพื่อส่องกล้องสำรวจภายในถ้ำและส่งอาหาร คาดว่าจะใช้เวลา 1 วัน เจาะ 100 เมตร
          สำหรับสุขภาพของทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงนั้นพ.สุระ เจตน์วาที แพทย์เวชศาสตร์การบิน และผู้เชี่ยวชาญด้านการลำเลียงผู้ป่วยและกู้ชีพทางอากาศ อธิบายว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการมีชีวิตอยู่ภายในถ้ำหลวงมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายประการ ดังมีคนกล่าวถึงกฎ 3-3-3 ของการมีชีวิตรอดไว้ว่า "ขาดอากาศ 3 นาที ขาดน้ำ 3 วัน ขาดอาหาร 3 สัปดาห์" และน้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก ถึงแม้ว่า น้ำในถ้ำอาจจะไม่สะอาดนัก มีเชื้อโรคพอสมควร แต่ก็ดีกว่าไม่มี ซึ่งหากเป็นน้ำไหลก็ยังใช้ได้ เพราะการขาดน้ำเป็นเรื่องที่อันตรายมาก
          แม้แต่ในเรื่องของอุณหภูมิถ้ำ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นควรยืนกันเป็นวงกลมจับมือกันไว้เพื่อเพิ่มความอบอุ่น และเมื่ออยู่ในถ้ำนานๆ ภายในมีความชื้นสัมพัทธ์มาก อาจส่งผลให้ ร่างกายอ่อนแอลงกว่าปกติ เนื่องจากภายในถ้ำนั้นอาจจะมีเชื้อโรคที่ไม่เคยเจอ เพราะอยู่ในถ้ำลึก ดังนั้นโอกาสที่ทั้ง 13 คนจะออกมาจากถ้ำแล้วเจ็บป่วยก็เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ การมีสติเท่านั้นที่จะทำให้ทั้ง 13 ชีวิต สามารถการเอาชีวิตรอดออกมาได้
          อย่างไรก็ตาม การลำเลียงผู้บาดเจ็บออกมานั้นยิ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะต้องทำให้เขาบาดเจ็บให้น้อยที่สุดก่อนนำส่งโรงพยาบาล ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นต้องดูแล สภาพร่างกายก่อนว่าอยู่ในภาวะที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลหรือไม่ ถ้าอ่อนเพลีย ก็อาจจะให้น้ำเกลือ หรือ กลูโกสประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประเมินว่าสามารถช่วยเหลือตัวเองก็สามารถเคลื่อนย้าย ได้ หรือถ้าช็อคหมดสติ ก็ต้องเร่งปฐมพยาบาลอาจจะใช้เวลาเป็นวัน เชื่อว่าหน่วยซีลมีทักษะความรู้ความสามารถในการประเมินและดูแลผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
          อยู่เฉยๆ อดอาหารได้ 70 วัน
          นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปกติร่างกายของคนเราสามารถขาดน้ำและอาหารได้ประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกาย หากขาดอาหารแต่ยังมีน้ำดื่มก็จะสามารถอยู่ได้นาน 30-45 วัน  ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและกิจกรรมที่ทำ ซึ่งการจะทนต่อสภาพขาดอาหารได้นานๆ นั้น ต้องเป็นคนที่นั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากนัก
          โดยที่ผ่านมาเคยพบคนอดอาหารได้นานถึง 70 กว่าวัน แต่ร่างกายไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลย ในกรณีของนักเตะเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คนนั้น ขณะนี้เชื่อว่าการขาดอาหารยังไม่ใช่ปัญหา เพราะทั้งหมดเป็นนักกีฬาซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องประเมินจากกิจกรรมที่ทั้ง 13 คนทำระหว่างอยู่ในถ้ำด้วย
          เชื่อเป็นนักกีฬาทนอดข้าวอดน้ำได้
          พ.ต.ต.นพ.วิชาญ กาญจนถวัลย์ผอ.สถาบันเวชศาสตร์การออกกำลังกาย และการกีฬา กรมการแพทย์ กล่าวว่า ระบบร่างกายของเด็กหรือเยาวชนที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือว่ามี ความแข็งแรงกว่าเด็กทั่วไป การต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติ อดน้ำ อดข้าวเชื่อว่าร่างกายสามารถทนได้ แต่ต้องเข้าใจหลักว่าในร่างกายของมนุษย์มีน้ำมากถึงร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 เป็นกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นเรื่องยาก หากขาดน้ำ 24-48 ชั่วโมงอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่น้องๆ เหล่านี้อยู่ภายในถ้ำเชื่อว่าน่าจะได้ดื่มน้ำจึงไม่น่ากังวล
          อีกทั้งสภาพอากาศภายในถ้ำตามที่เห็นจากข่าวเป็นโถงขนาดใหญ่ เชื่อว่ามีอากาศถ่ายเท หายใจได้ แค่มีน้ำกับอากาศก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ระบบเลือดในร่างกายยังคงทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้ระบบของร่างกายจะดึงสารอาหารที่อยู่ในกล้ามเนื้อออกมาใช้เป็นพลังงาน ซึ่งเชื่อว่าเขาขยับได้น้อย อาจจะติดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง มีภาวะอ่อนแรงเท่านั้น ส่วนเด็กหรือคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หากเผชิญภาวะวิกฤติก็อาจจะแย่ได้ภายใน 3 วัน
          ชี้จุดถ่ายเทในถ้ำมีออกซิเจน
          นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงระดับออกชิเจนภายในถ้ำหลวงว่า ภายในถ้ำนั้นถ้าตามปกติแล้วออกซิเจนในอากาศมีเพียงพอ แต่หากคนเราเหนื่อยหอบ ใช้พลังงานมาก ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันเวลาหายใจออกก็จะขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเช่นกัน
          เพราะฉะนั้นหากทั้ง 13 คนถ้าอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของถ้ำ เพราะออกซิเจนในอากาศไม่ได้น้อยลง และสิ่งสำคัญคือเรื่องของพลังใจ หากเข้มแข็ง ไม่ตกใจ ระดับการหายใจก็จะสม่ำเสมอ การรับปริมาณออกซิเจนก็จะคงที่ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตอย่างเต็มที่
          ขณะที่ อันมาร์ เมียร์ซา ผู้ประสานงานแห่งชาติของคณะกรรมการกู้ภัยภายในถ้ำแห่งชาติของสหรัฐ และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Manual of
          U.S. Cave Rescue Techniques กล่าวว่า สภาพร่างกายและสุขภาพของกลุ่มเด็ก 12 คนและโค้ชซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่ม และทุกคนเป็นนักกีฬา ถือเป็นข้อได้เปรียบ โดยหากสภาพอากาศภายในถ้ำ "ไม่เย็นจนเกินไป"กลุ่มผู้สูญหายอาจสามารถมีชีวิตรอดได้นานถึง 1 เดือน โดยดื่มเพียงน้ำจากแหล่งน้ำภายในถ้ำ
          คร.ให้กำลังใจญาติพี่น้องเด็กๆ
          นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณรองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า สำหรับเรื่องสุขภาพของ เด็กๆ นั้น เนื่องจากติดอยู่ภายในถ้ำหลายวันสภาพร่างกายอาจอ่อนแรงบ้าง และอาจมีบาดแผลขีดข่วนตามแขนขา แต่เด็กทั้งหมดเป็นนักกีฬาจึงคาดว่า สภาพร่างกายจะสามารถปรับตัวและ อดทนต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้ นอกจากนี้เด็กอาจจะป่วยด้วยโรคทั่วไปได้ เช่น ไข้หวัด ตาแดง อุจจาระร่วง และโรคน้ำกัดเท้า เป็นต้น
          ส่วนกรณีโรคติดต่อจากสัตว์ สู่คน โดยเฉพาะค้างคาวที่มักอาศัยอยู่ในถ้ำ กรมควบคุมโรคขอให้ข้อมูลว่าแม้ว่าจะมีรายงานจากต่างประเทศ เกี่ยวกับการติดเชื้อจากค้างคาวใน บางประเทศ  แต่ที่ผ่านมาใน ประเทศไทยไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายจากค้างคาวแพร่ไปสู่คนแต่อย่างใด
          วอนสังคมช่วยกันให้กำลังใจ
          น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรือง วรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และขอให้ครอบครัวและญาติช่วยเป็นกำลังซึ่งกันและกัน มั่นใจว่าผู้พลัดหลงทั้ง 13 คน เป็นทีมฟุตบอล ซึ่งจะมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งจากเล่นกีฬา มีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว ประการสำคัญคือมีทักษะประสบการณ์การเรียนวิชา ลูกเสือมาระดับหนึ่ง จะสามารถเอาชีวิตรอดได้ ซึ่งทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท โรงพยาบาลสวนปรุงและศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 เตรียมพร้อมในการดูแลสภาพจิตใจและสภาวะความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์
          "หากทั้ง 13 คนถ้าอยู่ในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา  ขึ้นอยู่กับสภาพถ้ำ เพราะออกซิเจนไม่ได้น้อยลง"

 pageview  1147335    
สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ Health Information System Development Office (HISO)
ห้อง A3 ชั้น 3 อาคาร 4Plus Buiding เลขที่ 56/22-24 ซอยงามวงศ์วาน 4 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 02-5892490-2 Fax : 02-5892493 www.healthinfo.in.th
 
© Health Information System Development Office (HISO) . All Rights Reserved