 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11528 [ วันศุกร์ ที่ 2 เดือน ตุลาคม 2552 ] |
|
| ค่าหัว"บัตรทอง"ใหม่2,401บาท สปสช.แยกกองทุนโรคเบาหวาน |
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวในการประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ ปีงบประมาณ 2553 ว่า ในปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลอนุมัติงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว 2,401.33 บาท เพิ่มจากเดิม 199.33 บาทต่อประชากร รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1.บริการผู้ป่วยนอก 754.63 บาท 2.บริการผู้ป่วยใน 894.28 บาท 3.บริการผู้ป่วยนอกและในสำหรับโรงพยาบาลเงื่อนไขพิเศษ 72.75 บาท 4.บริการส่งเสริมป้องกันโรค 271.79 บาท 5.การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 11.36 บาท 6.บริการค่ามีใช้จ่ายสูง 186 บาท 7.งบฯค่าเสื่อมหรืองบลงทุนเพื่อการทดแทน 148.69 บาท 8.บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 8.08 บาท 9.เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ให้บริการ 0.78 บาท 10.พัฒนาคุณภาพบริการเพิ่มจาก 20 บาทเป็น 40 บาท 11.สนับสนุนบริการการแพทย์แผนไทยและทางเลือก 2 บาท 12.งบฯส่งเสริมบริการปฐมภูมิ 10.63 บาท และ 13.ส่งเสริมบริการตติยภูมิเฉพาะด้าน 0.84 บาท สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับบริการตามมาตร 41 นั้นให้ใช้งบฯคงเหลือในปีก่อน
"ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการแยกกองทุนใหม่ คือ กองทุนโรคเรื้อรัง สำหรับโรคเบาหวานและโรคความดัน จำนวน 304 ล้านบาท โดยได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการตรวจหาโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานขึ้นตาและโรคแทรกซ้อนจากไต พร้อมทั้งจัดระบบการรักษาโรคนิ่วในไตและงบประมาณรักษาพยาบาล จากเดิมที่ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท โดยให้ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก และเพิ่มสัดส่วนให้เป็นค่าผ่าตัดนอกเวลาสำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยลดคิวการผ่าตัดนิ่วซึ่งเดิมต้องรอ 6 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังตามมา" นพ.วินัยกล่าว
นพ.วินัยกล่าวว่า นอกจากนี้มีการจัดสรรงบฯเฉพาะสำหรับจัดหายาที่เข้าถึงยาก เช่น ยาที่ดำเนินการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรโดยรัฐ (ซีแอล) ยาที่มีราคาแพงแต่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ยาจิตเวชที่อยู่ระหว่างการนำเข้าบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น สายสวนหัวใจ โดยหามาตรการที่จะช่วยให้ราคาลดลง ส่วนการสนองนโยบายพัฒนาสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ได้จัดสรรงบประมาณ 50 บาทต่อหัวประชากร ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ผ่านเกณฑ์รับรองในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะได้รับงบฯจากโครงการไทยเข้มแข็งในปี 2553 ในการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ปรับปรุงอาคารสถานที่ ซึ่งหากมีอัตราการเพิ่มของประชากรในพื้นที่ให้บริการมากก็จะยิ่งได้งบประมาณมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการบริการของ รพ.สต. พร้อมกันนี้จะนำร่องรูปแบบการบริหารแบบเขตบริการสุขภาพ กระจายอำนาจจากส่วนกลางให้ สปสช.เขต โดยเริ่มจาก 2 เขต คือ เขต 13 กรุงเทพมหานครและ สปสช.เขต 9 นครราชสีมา
| |
|
|
|
 |
| |