 |
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ [ วันพฤหัสบดี ที่ 1 เดือน ตุลาคม 2552 ] |
|
| เมื่อคืนฝันอะไร จำได้ไหม |
เมื่อคืนฝันอะไร จำได้ไหม ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ฝัน นก และสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนมก็ฝันเช่นกัน แถมยังมีละเมออีกต่างหาก
ความฝันเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของสมอง ถึงกับมีการเรียกเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับความฝันนี้ว่า Oneirology
ในปี 1952 หมอผ่าตัดชื่อ Eugene Aserinsky ศึกษารูปแบบการนอนหลับ และพบว่า ช่วงหนึ่งของการนอนหลับ ที่เรากำลังหลับลึกนั้นมีการเคลื่อนตัวของลูกตาไปมาอย่างเร็ว เรียกว่า REM (rapid eye movement) ซึ่งสัมพันธ์กับคลื่นสมองที่เหมือนกับคนตื่นนอนและคิด และไม่สามารถจดจำได้ว่าฝันเรื่องอะไรอยู่
จากการศึกษาพบว่าในช่วงชีวิตหนึ่งๆ ของมนุษย์ เราจะใช้เวลาฝันโดยรวมถึง 6 ปี หรือประมาณ 2 ชั่วโมงต่อคืน และอาจจะมีหลายช่วงตั้งแต่ 5-20 นาที ต่อ 1 รอบความฝัน
ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่ฝัน นก และสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนมก็ฝันเช่นกัน แถมยังมีละเมออีกต่างหาก อันนี้ไม่ต้องทำงานวิจัยแต่อย่างใด เพราะคุณน้องหมาที่นอนอยู่ในห้อง เธอละเมอเห่าได้เห่าดี ยิ่งวันไหนมีเล่นมีหยอกก่อนนอน ยิ่งละเมอใหญ่เป็นที่สนุกสนาน แต่ไม่ทราบว่าเธอฝันว่าอะไร เพราะเธอไม่เคยมาถามแล้วขอให้ทนายฝันสักที
เรื่องทำนายฝันนี่ก็น่าสนใจ เราอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ไทยเท่านั้นมีตำราทำนายฝัน อันที่จริง ฝรั่งเขาก็พยายามรวมรวมอยู่เหมือนกัน
นับย้อนไปตั้งแต่ปี 1940 กว่าๆ ถึง 1985, Calvin S. Hall เก็บรวบรวมรายงานความฝันกว่า 50,000 รายงานที่ Western Reserve University ในปี 1966 Hall และ Van De Castle ตีพิมพ์ The Content Analysis of Dreams ซึ่งรวบรวมความฝันของนักศึกษาในวิทยาลัยกว่า 1,000 ราย และพบว่า โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบการฝันที่คล้ายกัน และมักมีอิทธิพลจากประสบการณ์ในสัปดาห์ที่แล้วหรือวันที่ผ่านมาปรากฏอยู่ในความฝัน
การทำนายฝันของไทยเรานั้นไม่สามารถสืบสาวเอาได้ว่าใครทำงานวิจัย แต่มีผลงานตีพิมพ์มากมายแม้ไม่ใช่ในวารสารทางการแพทย์ก็ตาม
ยุคอินเทอร์เน็ตเรืองโรจน์ก็มีเวปทำนายฝันเช่น http://dream.kapook.com/ หรือทำเป็นรูปภาพ พร้อมแปลเลขเด็ด (รูปแนบ) และอีกเช่นกัน ก็ไม่รู้เลยว่าที่ทำนายนั้นแม่นยำเพียงใด เพราะไม่มีใครกลับมารายงานถึงความถูกต้องให้เป็นระบบระเบียบ เลยทำให้ไสยศาสตร์ของบ้านเราจึงล้ำหน้าเกินกว่าใครจะตามทัน
ฝันที่สนุกสนานกว่าฝันกลางคืนก็คงต้องเป็นฝันกลางวัน หรือเรียกให้สร้างสรร ขึ้นมาสักระดับนึงว่า จินตนาการ ที่ใช้องค์ประกอบของประสบการณ์ ความรู้ ความคิดสร้างสรร ปั้นภาพในความคิดขึ้นมา สมองซีกขวาจะทำหน้าที่ในการประมวลสิ่งที่ไม่มีจริงขึ้นมา จึงอยู่เหนือเหตุผล และความถูกต้อง แต่หากมีต้นทุนทางความรู้ที่ดี จินตนาการก็จะหนีห่าง ความเพ้อฝัน เพราะสามารถที่จะทำได้จริง
เด็กๆมักมีจนตนาการมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะกรอบหรือความกลัวมีน้อยเกินกว่าที่จะมาปิดกัน ความคิด จึงมีอิสระมากแต่ทำให้เป็น หรือทำให้เกิดขึ้นได้ยาก เพราะไม่มีพื้นฐานความรู้เป็นองค์ประกอบ
คนที่มีอายุมากขึ้น จะฝันกลางวันน้อยลงเพราะไม่มีเวลาฝันหรือแอบนอนกลางวันเลยไม่เกิดจินตนาการ แต่หากนำจินตนาการมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับแรงบันดาลใจแล้ว ก็จะเริ่มดัน เริ่มขยับให้เกิดการขับเคลื่อน ลงไม้ลงมือกระทำ หลุดออกมาเป็นชิ้นงานไม่ว่าจะเป็น รูปวาด บทเพลง บทกวี นวนิยาย
แม้แต่บทความ หอยคิด นี้ ล้วนแต่ผ่านจากต้นกำเนิดคือ จินตนาการทั้งสิ้น แม้ว่าเรื่องยากๆ แสนเข็นเช่น ฟิสิกส์ Albert Einstein ยังบอกไว้ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกไว้นานแล้วแต่ยังจำได้จนถึงวันนี้ว่า หากไม่รู้ว่าจะฝันอะไร หรือไม่กล้าที่จะฝันแล้วละก็ อย่านอนมันซะเลย
| |
|
|
|
 |
| |