หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ [ วันจันทร์ ที่ 28 เดือน กันยายน 2552 ]
รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นห่วงวัยรุ่นไทย ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรสูงสุดในเอเชีย


ขณะที่เสียงสะท้อนจากเหล่าคนดังที่วาดฝันเมืองกรุงในอีก 4 ปีข้่างหน้าว่าอยากเห็นบ้านเมืองเขียวขจี ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี...

ตั้งแต่เข้ามารั้งตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ 9 เดือน "ทยา ทีปสุวรรณ"ก็สร้างผลงานไว้อย่างเข้าตาชาว กทม. โดยได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯให้ดูแลเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกรุงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สำนักพัฒนาสังคม วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ตามนโยบาย "ทั้งชีวิต...เราดูแล" ซึ่งทาง กทม.ได้ริเริ่มขึ้นเพื่อดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดจนถึงชรา ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการ ตรวจครรภ์และดูแลครรภ์ฟรีในโรงพยาบาล 9 แห่งของ กทม. และศูนย์สาธารณสุขอีก 68 แห่งทั่วกรุง ตลอดจนให้การศึกษาเรียนฟรี 15 ปี ตามนโยบายรัฐบาลในโรงเรียน กทม. 435 แห่ง


รองผู้ว่าฯหญิงคนเก่ง เล่าถึงปัญหาใหญ่ในสังคมเมืองยุคปัจจุบันว่า ขณะนี้ปัญหาอันดับต้นๆของประเทศไทย คือการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร จากการสำรวจพบว่า วัยรุ่นหญิงทุก 10,000 คน จะมีคนตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรถึง 90 คน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขสูงที่สุดในเอเชีย จำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจและให้ความรู้กับวัยรุ่นในสถานศึกษาต่างๆ พร้อมทั้งริเริ่มโครงการห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อให้ความรู้และทักษะการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดและระมัดระวังขึ้น จะได้ช่วยป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสมของวัยรุ่นยุคใหม่ สำหรับ กทม.เอง ได้ทำการเยียวยาและจัดการฝึกวิชาชีพแก่บุคคลเหล่านี้ เพื่อจะได้สามารถเลี้ยงชีพและครอบครัวต่อไป เรายังมีศูนย์ฮอตไลน์กว่า 700 ศูนย์ สำหรับให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่เยาวชนที่เดินทางผิด พร้อมกันนี้ก็ได้จัดสรรงบ 50 ล้านบาท สำหรับให้มูลนิธิต่างๆ นำไปดำเนินการช่วยเหลือและวิจัยเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว

ได้ทราบถึงแนวนโยบายของรองผู้ว่าฯแล้ว ลองมาฟังเสียงสะท้อนจากชาว กทม.บ้างนะคะว่า อยากเห็นกรุงเทพฯเป็นอย่างไรใน 4 ปีข้างหน้า นำโดย "คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช" เผยว่า อยากเห็นกรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่าอยู่ และมีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยอาจหาพื้นที่สำหรับขายของให้พวกเขา ขณะเดียวกันก็อยากให้กรุงเทพฯมีความเขียวชอุ่มสะอาดตา

ขณะที่ "วิไล อิสสระ" แสดงทัศนะว่า อยากเห็น กทม.มีถนนสำหรับขับขี่จักรยาน เพราะบ้านเมืองเรายังมีคนยากคนจนอยู่มาก ซึ่งสามารถที่จะขับขี่จักรยานแทนการใช้รถยนต์ นอก จากจะประหยัดแล้ว ยังช่วยลดมลภาวะด้วย อีก อย่างที่อยากให้ เร่งป้องกันคือเรื่องของการทำลายหรือขโมยสิ่งของสาธารณะต่างๆ ตามที่เป็นข่าว ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเสื่อมเสียแก่ประเทศชาติ

ด้านนางสาวไทยปี 2551 "พรรณประภา ยงค์ตระกูล" จินตนาการว่า อยากเห็นเยาวชนใน กทม. มีคุณภาพชีวิตและการศึกษาที่ดีขึ้น ซึ่งเห็นด้วยที่มีนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนให้เรียนฟรี 15 ปี แต่อยากให้ กทม.หนุนเพิ่มอีกหลายๆเรื่อง เช่น ให้ทุนค่าอาหาร หรือทุนสำหรับเด็ก ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ขณะเดียวกันก็อยากให้มีการจัดระเบียบการใช้แรงงานเด็ก อย่างเช่น เด็กที่ต้องเดินขายพวงมาลัยตามท้องถนน เข้าใจว่าเด็กเหล่านี้ต้องช่วยเหลือครอบครัว แต่ในความเป็นจริงพวกเขายังเล็กเกินกว่าจะแบกรับภาระเหล่านี้ จึงอยากให้จัดระเบียบเรื่องนี้อย่างจริงจัง.