 |
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ปีที่ 32 ฉบับที่ 11521 [ วันศุกร์ ที่ 24 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| ทดลองวัคซีนเอดส์ระยะ3ล่ม ลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ31.21% |
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 กันยายน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานการประกาศผลการวิจัยโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลองระยะที่ 3 เปิดเผยว่า โครงการวิจัยวัคซีนเอดส์ทดลองระยะที่ 3 ในพื้นที่ จ.ชลบุรีและระยองได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว พบว่าวัคซีนมีประสิทธิผลในการลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอดส์ได้ 31.21% น้อยกว่าที่ทีมงานวิจัยได้กำหนดไว้คือต้องลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อไวรัสได้ 50% ขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบว่า วัคซีนไม่มีผลต่อการลดปริมาณไวรัสเอดส์ในร่างกายแต่อย่างใด โครงการดังกล่าวนับว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่พบว่าวัคซีนเอดส์มีประสิทธิผลในการป้องกัน ถึงแม้อาจจะยังไม่สูงพอที่จะนำไปต่อยอดผลิตและนำมาให้ประชาชนได้ใช้ แต่เป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำไปปรับปรุงพัฒนาวัคซีนเอดส์ให้มีประสิทธิผลดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต
นพ.ศุภชัย ฤกษ์งาม ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวัคซีนทดลองเอดส์ระยะที่ 3 กล่าวว่า จากอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนทั้งหมด 16,402 คน พบว่ามีอาสาสมัครที่ติดเชื้อจำนวน 125 ราย โดยแบ่งเป็นอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนจริงจำนวน 74 ราย และได้รับสารเลียนแบบจำนวน 54 ราย และในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 คน โดยอาสาสมัครที่ติดเชื้อจะมีโครงการติดตามอาการของอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการทดลองวัคซีนเอดส์ระยะที่ 3 (RV152) เพื่อศึกษาจำนวนไวรัส ให้การรักษา ให้ยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเชื่อว่าจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในอนาคตอย่างมาก ทั้งนี้ จากการคณะกรรมการประเมินการวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ ได้ข้อสรุปว่า วัคซีนมีความปลอดภัย และไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบอาการแทรกซ้อนต่างๆ ในผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ ผลการทดลองที่สามารถลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้ 31.2% นั้น ยังไม่เพียงพอในการนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อจำหน่ายได้ แต่ถือเป็นความหวังครั้งสำคัญครั้งแรกของโลก ที่การทดลองวัคซีนเอดส์มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถป้องกันโรค
นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า สธ.ควรดำเนินการเชิงรุกว่าจะดำเนินการนำองค์ความรู้จากโครงการทดลองวัคซีนเอดสที่ได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงผลการศึกษาที่พบว่ามีประสิทธิผลสามารถป้องกันได้ 31.2% นั้นทาง สธ.จะต่อยอดองค์ความรู้ที่สำคัญนี้ต่อไปอย่างไร
น.ส.อารีย์ กำพลลักษณ์ อายุ 32 มี หนึ่งในอาสาสมัครโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง ระยะที่ 3 จ.ระยอง กล่าวว่า หลังจากทราบการประกาศผลการทดลองว่าไม่สำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย แต่ในอนาคตอาจมีการทดลองวัคซีนแบบใหม่เกิดขึ้นอีกก็ได้ ซึ่งหากมีการทดลองวัคซีนอีกและยังสามารถใช้อาสาสมัครชุดเดิมได้ก็จะขอมาเป็นอาสาสมัครอีก เพราะอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัคซีนให้ประเทศไทยมีวัคซีนไว้ใช้เพื่อให้ห่างไกลจากโรคเอดส์
| |
|
|
|
 |
| |