 |
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ [ วันพฤหัสบดี ที่ 24 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| เด็กไทยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด7-8พันคนต่อปี |
สปสช.จับมือมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เร่งคัดกรองลดอัตราตาย-พิการ เริ่ม ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ศ.นพ.บุญชอบ พงษ์พาณิชย์ ประธานมูลนิธิโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีเด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดประมาณ 7,000-8,000 คน ซึ่งในจำนวนที่ป่วย มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่สามารถป้องกันได้ เพราะทราบสาเหตุ เช่น เกิดจากมารดา อีกร้อยละ 95 ไม่ทราบสาเหตุ โดยเด็กเกิดใหม่ที่เป็นโรคหัวใจร้อยละ 50 หรือกว่า 3,500-4,000 คน ต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด หรือต้องใช้สายสวนหัวใจ ร้อยละ 20 ต้องได้รับการผ่าตัดภายในอายุ 1 ปี หรือบางรายภายใน 1 เดือน มิฉะนั้นจะเสียชีวิต หรือผ่าตัดไม่ได้
ศ.นพ.บุญชอบ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางรายมีอาการของโรคปรากฎชัดเจน เช่น หอบเหนื่อย เขียว เจริญเติบโตช้า อีกจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการ หรือไม่มีอาการชัดเจน หากไม่ได้รับการวินิจฉัย และรับการรักษาล่าช้า อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิต หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการรักษาพยาบาล บางรายมีความรุนแรงของโรคมากขึ้นจนไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ การตรวจพบโรคหัวใจในระยะเริ่มแรก จึงเป็นสิ่งสำคัญนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม สามารถลดอัตราการเสียชีวิต และภาวะพิการได้มาก
มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความอนุเคราะห์ผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ร่วมกับ สปสช. โดยการสนับสนุนของทุนการกุศลสมเด็จย่า และทุนการกุศล ได้จัดทำโครงการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการคัดกรองโรคหัวใจในเด็กให้แก่พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 76 จังหวัด ประธานมูลนิธิโรคหัวใจฯ กล่าว.
ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเพื่อพัฒนาทักษะการคัดกรองโรคหัวใจเบื้องต้นให้แก่พยาบาล สถานีอนามัย โรงเรียน และพนักงานสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย หรือรพ.ชุมชน และเร่งสร้างเครือข่ายการให้บริการแก่เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจระหว่างสถานีอนามัย รพ.ชุมชน และสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยที่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ และ สปสช. จะร่วมกันกำหนดตารางฝึกอบรม คัดเลือกพยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการฝึกอบรม ซึ่งมีทั้งการบรรยายทฤษฎี และฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งขั้นตอนการฝึกปฏิบัตินี้ จะมีการตรวจคัดกรองเด็กเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค.2552 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบ 76 จังหวัด ซึ่งจะทำให้เกิดบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะการคัดกรองโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เด็กที่ได้รับการตรวจพบความผิดปกติก็ได้รับการดูแลที่เหมาะสมทันสถานการณ์ ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการดูแลโรคหัวใจเด็กครบวงจรด้วย.
| |
|
|
|
 |
| |