 |
สำนักข่าวไทย [ วันพุธ ที่ 16 เดือน กันยายน 2552 ] |
|
| อันตราย...เครื่องสำอาง"พิษงู" |
มีการโฆษณาชวนเชื่อผ่านเว็บไซต์และข้อความตามเว็บบอร์ดเกือบ 2,000 แห่ง ประกาศขายสารสเต็มเซลล์รูปแบบใหม่ โดยอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็นเครื่องสำอางผสมสเต็มเซลล์จาก "แอปเปิ้ล" และ "พิษงู"
มีคุณสมบัติมหัศจรรย์ช่วยทำให้ผิวหน้ากระชับเต่งตึง ต่อต้านริ้วรอยเหี่ยวย่น พร้อมเขียนข้อความกำกับเอาไว้ด้วยว่า พิษงูไม่เป็นอันตรายเพราะเป็นการสกัดเอาโปรตีนขนาดเล็กมาใช้ โดยเฉพาะพิษงูแมวเซาจะมีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้รอยย่นที่ขอบตาและมุมปากหายไป
สินค้าที่อ้างว่าเป็น "สเต็มเซลล์ผสมพิษงู" มีหลากหลายยี่ห้อ บางรายก็บอกว่าสั่งตรงมาจากยุโรป เป็นสารสกัดโปรตีนจากพิษของงู "ทรอปิโดเลมัส แวกเลรี" (Tropidolaemus wagleri) บางยี่ห้อก็มีหน้าสาวสวยแปะติดระบุว่าเมดอินไทยแลนด์ แต่ส่วนใหญ่จะอ้างเหมือนกันว่านำเข้าจากต่างประเทศ เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และได้รับการรับรองว่าปลอดภัยจากประเทศผู้ผลิต โดยตั้งราคาขายผ่านเว็บไซต์ 500-1,200 บาทต่อ 1 ขวด เช่น ขวดเล็กขนาดไม่เกิน 5 ซีซี จะมีราคา 500 หรือ 700 บาท ส่วนขวดใหญ่ปริมาณ 10 ซีซี จะขายหลักพันบาทขึ้นไป
ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า สเต็มเซลล์เป็นสารที่สกัดได้จากรกแกะ รกเด็ก หรืออวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ในวงการแพทย์วิจัยสเต็มเซลล์มานานหลายสิบปี และอนุญาตให้ใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคเกี่ยวกับเลือดเท่านั้น เช่น มะเร็งในเม็ดเลือด หรือธาลัสซีเมีย เพราะการนำสเต็มเซลล์มารักษาโรคอื่นยังมีอันตรายอยู่มาก เคยมีการทดลองฉีดสเต็มเซลล์เข้าเซลล์ผิวหนัง ปรากฏว่าสเต็มเซลล์แบ่งตัวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติและไม่มีวิธีควบคุม หากเซลล์ที่ฉีดเข้าไปที่ใบหน้าหรือผิวหนังเติบโตหรือแบ่งตัวไม่หยุด จะกลายเป็นมะเร็งทำให้ใบหน้าหรือบริเวณที่ฉีดกลายเป็นก้อนเนื้อผิดปกติปูดขึ้นมาได้
เรื่องการนำพิษงูมาผสมกับสเต็มเซลล์ เพื่อทำเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังยอมรับว่าเคยได้ยินมาบ้าง แต่หากพิจารณาแล้วไม่น่าจะใช่สเต็มเซลล์ของจริง เพราะการเก็บรักษาสารสกัดสเต็มเซลล์ลงทุนสูง ต้องเก็บไว้ในที่เย็นจัดตลอดเวลา ไม่สามารถบรรจุในหลอดหรือกล่องทั่วไปได้ ส่วนพิษงูนั้นเคยมีงานวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์ นำพิษงูมาทำเป็นคอสเมติกหรือเครื่องสำอาง แต่เป็นในรูปแบบของสารโบทูลินั่มท็อกซิน ช่วยรักษาอาการกระตุกที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง หรือรักษาริ้วรอยเหี่ยวย่นตามที่เว็บไซต์ขายสินค้าเหล่านั้นกล่าวอ้าง
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้นำพิษงูซึ่งเป็นสารอันตรายมาผสมในเครื่องสำอางทาหน้า หากวิเคราะห์องค์ประกอบของพิษงูแล้วจะพบว่า เป็นของเหลวสีเหลืองอ่อนประกอบด้วยสารพิษรวมกันกว่า 20 ชนิด
พิษของงูแต่ละชนิดจะเข้าไปทำลายอวัยวะมนุษย์ต่างกัน แบ่งตามอาการได้ 3 ประเภทใหญ่ คือ 1.พิษงูที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ พบในงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม ฯลฯ อาการของคนที่งูประเภทนี้กัด ระบบประสาทจะถูกทำลาย พูดไม่ได้ ยกแขนขาไม่ได้ หายใจขัด 2.พิษงูที่มีฤทธิ์ต่อระบบเลือด ทำให้ลิ่มเลือดกระจาย เลือดไหลออกตามอวัยวะต่างๆ พบในงูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ 3.พิษงูที่มีฤทธิ์ต่อระบบกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อปวดและตาย หรือเป็นอัมพาต และทำให้เกิดอาการไตวาย พบในงูทะเล
ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ยืนยันว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีการนำพิษงูไปสกัดหรือดัดแปลงทำเป็นสารผสมในเครื่องสำอางมาก่อน เพราะพิษงูมีอันตรายมาก ต่อให้นำมาสัมผัสร่างกายเพียงนิดเดียว อาจทำให้ไตวายหรือเป็นอัมพาตได้ในทันที ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพิษของงูประเภทใด เช่น งูแมวเซาจะทำลายระบบเลือด ทำให้เลือดออกจากอวัยวะต่างๆ หรือบางคนอาจไตวายก็ได้ จึงไม่น่าเชื่อว่าจะมีการนำพิษงูไปใช้ผสมทำเป็นเครื่องสำอางขายจริง
"ตอนนี้มีทั้งโฆษณาชวนเชื่อ อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง อย.ออกข่าวเตือนหลายครั้งแล้วว่า ในวงการแพทย์ไม่มีงานวิจัยยืนยันว่าสเต็มเซลล์รักษาโรคให้หายขาดได้ และอาจมีผลข้างเคียงจากการรักษา ยิ่งเรื่องเอาสเต็มเซลล์มาผสมเป็นเครื่องสำอางแล้วโฆษณาว่าทำให้ขาวขึ้น สวยขึ้นนั้น ไม่มีงานวิจัยพิสูจน์หรือยืนยันว่าใช้ได้จริง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ อย.เริ่มเก็บข้อมูลผู้ค้าขายสินค้าสเต็มเซลล์ผิดกฎหมายเหล่านี้ไว้แล้ว ทั้งผ่านทางเว็บไซต์ ในคลินิก และตามโรงพยาบาล เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนก็จะเข้าจับกุมและปราบปรามครั้งใหญ่ เพราะถือเป็นภัยร้ายแรงต่อคนไข้และผู้บริโภค"
| |
|
|
|
 |
| |